
ตามธรรมเนียมปฏิบัติของการเปิดตัวชิปเซ็ตเรือธงรุ่นใหม่ ก็จะมีการเปิดตัวสมาร์ทโฟนเรือธงรุ่นใหม่ตามมาอย่างต่อเนื่อง และในครั้งนี้ OPPO ก็พร้อมแล้วที่จะเปิดตัวสมาร์ทโฟนตระกูล Find X9 ที่มี 2 รุ่นหลัก Find X9 และ Find X9 Pro


ทั้งสองรุ่นขับเคลื่อนด้วย ชิปเซ็ต Dimensity 9500 ที่มีพลังประมวลผล CPU เร็วกว่ารุ่นเดิม 32%, GPU แรงขึ้น 33% และ NPU เพิ่มขึ้นถึง 111% พร้อมประสิทธิภาพพลังงานที่ดีขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ — ประหยัดพลังงาน CPU ได้ถึง 55% และ GPU 42%

หน้าจอของทั้งสองรุ่นเป็น OLED 120Hz ที่ให้ความสว่างสูงสุดถึง 3,600nits และสามารถลดลงได้ถึง 1nit สำหรับการใช้งานในที่มืด นอกจากนี้ OPPO ยังอัปเกรดเซนเซอร์สแกนนิ้วจาก Optical มาเป็น Ultrasonic Fingerprint Scanner เพื่อความแม่นยำและรวดเร็วกว่าเดิม
รุ่น Find X9 มาพร้อมหน้าจอขนาด 6.59 นิ้ว เท่ากับรุ่นก่อนหน้า แต่สิ่งที่เปลี่ยนคือแบตเตอรี่ที่ใหญ่ขึ้นถึง 7025mAh (เพิ่มขึ้นกว่า 1395mAh จาก X8) รองรับชาร์จไว 80W แบบมีสาย และ 50W แบบไร้สาย พร้อมฟังก์ชัน Reverse Charging 10W



ส่วนรุ่น Find X9 Pro ใช้จอ 6.78 นิ้ว และบรรจุแบตขนาดใหญ่ถึง 7500mAh มากกว่ารุ่นก่อนหน้าเกือบ 1600mAh รองรับชาร์จเร็ว 90W แบบมีสาย และ 50W แบบไร้สาย โดย OPPO เคลมว่าสามารถรักษาสภาพแบตได้ถึง 80% หลังใช้งานนาน 5 ปี


หัวใจสำคัญของรุ่น Find X9 Pro คือกล้องหลังสามตัวที่ร่วมพัฒนาโดย Hasselblad กล้องหลักใช้เซนเซอร์ Sony LYT-828 ความละเอียด 50 ล้านพิกเซล ขนาด 1/1.28 นิ้ว พร้อมเลนส์ f/1.5 7 ชิ้นและระบบกันสั่น OIS




แต่จุดเด่นที่สุดอยู่ที่กล้องเทเลโฟโต้ 200 ล้านพิกเซล เซนเซอร์ขนาด 1/1.56 นิ้ว มาพร้อมเทคโนโลยี DCG-HDR (Dual Conversion Gain) ที่ช่วยให้ภาพมีรายละเอียดและช่วงไดนามิกสูงขึ้น ใช้เลนส์ 70mm f/2.1 ที่ได้รับการรับรองจาก Hasselblad และระบบกันสั่น Prism Hybrid OIS ที่มีการจัดศูนย์ออปติคอลอัตโนมัติ
กล้องทั้งหมดสามารถถ่ายวิดีโอ 4K Dolby Vision 60fps และสูงสุดถึง 4K 120fps บนกล้องหลักและกล้องเทเล นอกจากนี้ยังรองรับโหมด Motion Photos สำหรับภาพเคลื่อนไหวระยะสั้น

ส่วน Find X9 รุ่นมาตรฐาน มาพร้อมกล้องหลัก 50 ล้านพิกเซล (เซนเซอร์ LYT-808 ขนาด 1/1.4 นิ้ว f/1.6) พร้อม OIS กล้องเทเล 50 ล้านพิกเซล ระยะ 73mm และกล้อง Ultra-wide 50 ล้านพิกเซล มุมกว้าง 122°

ทั้งสองรุ่นมาพร้อมระบบปฏิบัติการ ColorOS 16 บนพื้นฐาน Android 16 ซึ่งฝังฟีเจอร์ Gemini AI ของ Google และระบบ AI ภายในของ OPPO เอง เช่น AI Portrait Glow, AI Recorder, และ AI Mind Space รวมถึงเทคโนโลยี AI Demosaicing ที่ช่วยให้ภาพถ่ายคมชัดขึ้นโดยไม่สูญเสียรายละเอียด
นอกจากนี้ยังรองรับการเชื่อมต่อกับ Apple Watch ได้โดยตรง ซึ่งเป็นครั้งแรกของสมาร์ทโฟน Android ที่รองรับฟีเจอร์นี้ในระดับระบบปฏิบัติการ




OPPO Find X9 Series ผ่านการรับรองกันน้ำกันฝุ่นระดับ IP66, IP68 และ IP69 ซึ่งหมายความว่าสามารถทนละอองน้ำแรงดันสูง รวมถึงการแช่น้ำร้อนในระยะสั้นได้อย่างปลอดภัย




ทั้งสองรุ่นเปิดให้พรีออเดอร์แล้วในประเทศจีน และจะมีการประกาศเปิดตัวเวอร์ชัน Global วันที่ 28 ตุลาคมนี้ สำหรับราคาในจีน
OPPO Find X9
- 2GB/256GB: 4,400 หยวน หรือราว 20,170 บาท
- 12GB/512GB: 5,000 หยวน หรือราว 22,850 บาท
- 16GB/512GB: 5,300 หยวน หรือราว 24,960 บาท
- 16GB/1TB: 5,800 หยวน หรือราว 26,300 บาท
OPPO Find X9 Pro
- 12GB/256GB: 5,300 หยวน หรือราว 24,960 บาท
- 12GB/512GB: 5,700 หยวน หรือราว 26,800 บาท
- 16GB/512GB: 6,000 หยวน หรือราว 27,140 บาท
- 16GB/1TB: 6,700 หยวน หรือราว 30,490 บาท
OPPO เปิดตัว ColorOS 16 ระบบลื่นไหล ดีไซน์ใหม่ เริ่มอัปเดตบน Find X9 …
OPPO Find X9 Series เปิดตัว 16 ตุลาคมนี้ มาพร้อม ColorOS 16 และชิป …
วิดีโอทีเซอร์เผยดีไซน์ OPPO Find X9 Series ก่อนเปิดตัว