OpenAI เผยรายละเอียดเพิ่มเติมข้อตกลงกับ Pentagon หลังดีลถูกมองว่า “เร่งรีบ”

โดย RingRangRung | 2 มีนาคม 2569 เมื่อ 15:19 น.
OpenAI

หลังจากเกิดกรณีพิพาทระหว่าง Anthropic และกระทรวงกลาโหมสหรัฐฯ (Pentagon) จนนำไปสู่การสั่งแบนผลิตภัณฑ์ของ Anthropic ล่าสุด OpenAI ได้ออกมาเปิดเผยรายละเอียดเพิ่มเติมเกี่ยวกับข้อตกลงของตนเองกับหน่วยงานความมั่นคง ท่ามกลางการตั้งคำถามจากสังคมว่าเหตุใด OpenAI จึงสามารถบรรลุข้อตกลงได้ในขณะที่คู่แข่งทำไม่ได้

Sam Altman ซีอีโอของ OpenAI ยอมรับผ่านโซเชียลมีเดียว่า ข้อตกลงกับกระทรวงกลาโหมในครั้งนี้ “รีบร้อนอย่างแน่นอน” (Definitely rushed) และยอมรับว่าภาพลักษณ์ที่ออกมานั้น “ดูไม่ดีนัก” (The optics don’t look good) แต่เขาให้เหตุผลว่าต้องการลดความตึงเครียดระหว่างอุตสาหกรรม AI และหน่วยงานความมั่นคงของรัฐบาล

ในบล็อกโพสต์ล่าสุด OpenAI ได้ระบุถึง 3 ขอบเขตที่ห้ามนำโมเดล AI ไปใช้งานอย่างเด็ดขาด ได้แก่:

  • การสอดแนมมวลชนภายในประเทศ (Mass Domestic Surveillance)
  • ระบบอาวุธอัตโนมัติ (Autonomous Weapon Systems)
  • การตัดสินใจแบบอัตโนมัติที่มีความเสี่ยงสูง (High-stakes automated decisions) เช่น ระบบ “Social Credit”

OpenAI ระบุว่าข้อตกลงนี้ใช้มาตรการป้องกันแบบหลายชั้น (Multi-layered approach) โดยบริษัทจะยังคงมีสิทธิ์ขาดในการดูแลระบบความปลอดภัย (Safety Stack) การใช้งานผ่านระบบคลาวด์ และมีบุคลากรของ OpenAI ที่ผ่านการตรวจสอบความปลอดภัยคอยดูแลในระบบ (Human-in-the-loop) รวมถึงมีข้อสัญญาคุ้มครองที่เข้มแข็ง

อย่างไรก็ตาม Mike Masnick จาก Techdirt ได้ออกมาโต้แย้งว่าข้อตกลงนี้อาจยังคงเปิดช่องให้มีการสอดแนมภายในประเทศได้ เนื่องจากในรายละเอียดมีการอ้างถึงการปฏิบัติตามคำสั่งประธานาธิบดี (Executive Order 12333) ซึ่งเป็นช่องทางที่ NSA ใช้ในการดักจับข้อมูลสื่อสารภายนอกสหรัฐฯ ที่อาจรวมถึงข้อมูลของพลเมืองอเมริกันด้วย

ขณะที่ Katrina Mulligan หัวหน้าฝ่ายพันธมิตรความมั่นคงแห่งชาติของ OpenAI แย้งว่าสถาปัตยกรรมในการติดตั้ง (Deployment architecture) สำคัญกว่าตัวอักษรในสัญญา โดยระบุว่าการจำกัดการใช้งานผ่าน Cloud API จะทำให้มั่นใจได้ว่าโมเดล AI จะไม่สามารถถูกนำไปติดตั้งโดยตรงในระบบอาวุธ เซนเซอร์ หรือฮาร์ดแวร์ทางการทหารได้

เหตุการณ์นี้ส่งผลกระทบต่อภาพลักษณ์ของบริษัทอย่างเห็นได้ชัด จนทำให้แอปพลิเคชัน Claude ของ Anthropic สามารถขึ้นแท่นอันดับ 1 ใน App Store แซงหน้า ChatGPT ได้เมื่อวันเสาร์ที่ผ่านมา โดย Sam Altman ทิ้งท้ายว่า หากการตัดสินใจครั้งนี้ช่วยลดความตึงเครียดระหว่างอุตสาหกรรมและรัฐบาลได้จริง บริษัทจะถูกมองว่าเป็นผู้ที่ยอมเจ็บตัวเพื่อช่วยอุตสาหกรรม แต่ถ้าไม่ ผลลัพธ์ที่ได้จะถูกจดจำในฐานะความผิดพลาดที่รีบร้อนและไม่ระมัดระวัง

OpenAI ลุยตลาดเพลง! ซุ่มพัฒนาเครื่องมือสร้างดนตรีจากข้อความและเสียง …
OpenAI เปิดตัว Group Chats ใน ChatGPT คุยร่วมกันได้สูงสุด 20 คน
ลือ OpenAI ซุ่มพัฒนาลำโพงอัจฉริยะติดกล้อง ไร้ “คำปลุก” เน้นคุยทันที

ที่มา: techcrunch

About Author

RingRangRung

RingRangRung

Partners