OpenAI ตั้งตำแหน่ง “Head of Preparedness” รับมือวิกฤตด้านมืด AI

โดย RingRangRung | 30 ธันวาคม 2568 เมื่อ 12:56 น.
OpenAI

ในช่วงเวลาที่โลกยังคงอยู่ระหว่างการทำความเข้าใจขีดความสามารถที่แท้จริงของปัญญาประดิษฐ์ AI การค้นพบหลายอย่างสร้างความประทับใจอย่างคาดไม่ถึง ไม่ว่าจะเป็นการที่ AI สามารถสร้างเว็บไซต์ให้ผู้ใช้งานได้ตั้งแต่ศูนย์ แม้ไม่มีความรู้ด้านการเขียนโค้ดเลยก็ตาม แต่ในอีกด้านหนึ่ง ความก้าวหน้าเดียวกันนี้ก็เผยให้เห็นมุมมืดที่น่ากังวลมากขึ้นเรื่อย ๆ

จากกรณีที่ผู้คนใช้เวลาสื่อสารกับแชทบอต AI อย่างต่อเนื่องจนส่งผลกระทบต่อสุขภาพจิต ไปจนถึงความเสี่ยงด้านความปลอดภัยที่เริ่มชัดเจนมากขึ้น ล่าสุด Sam Altman ซีอีโอของ OpenAI ได้ออกมาประกาศถึงการสร้างตำแหน่งใหม่ภายในองค์กรอย่างเป็นทางการ นั่นคือ Head of Preparedness ซึ่งมีหน้าที่หลักในการรับมือกับอันตรายที่อาจเกิดจาก AI ในอนาคต

ตามข้อมูลจากเว็บไซต์ของ OpenAI ระบุว่า ตำแหน่ง Head of Preparedness จะเป็นผู้รับผิดชอบในการกำหนดกลยุทธ์ทางเทคนิคและการดำเนินงานของ Preparedness Framework ซึ่งเป็นกรอบแนวคิดที่ OpenAI ใช้ในการติดตามและเตรียมความพร้อมต่อขีดความสามารถขั้นสูงของ AI ที่อาจก่อให้เกิดความเสี่ยงร้ายแรงในระดับสูง

โดย OpenAI อธิบายบทบาทนี้ไว้อย่างชัดเจนว่า เป็นตำแหน่งที่ต้องทำงานกับ “Frontier capabilities” หรือความสามารถระดับแนวหน้าของ AI ซึ่งอาจนำไปสู่ผลกระทบที่รุนแรงหากไม่มีการควบคุมและการเตรียมรับมืออย่างเหมาะสม

Sam Altman ได้กล่าวถึงตำแหน่งนี้ผ่านโพสต์บน X ว่า นี่คือบทบาทที่มีความสำคัญอย่างยิ่งในช่วงเวลานี้ เนื่องจากโมเดล AI กำลังพัฒนาอย่างรวดเร็ว และแม้จะสามารถสร้างประโยชน์ได้มากมาย แต่ก็เริ่มแสดงให้เห็นถึงความท้าทายที่ไม่อาจมองข้ามได้

เขายังระบุว่า ในปี 2025 OpenAI ได้เริ่มเห็นสัญญาณเบื้องต้นของผลกระทบด้านสุขภาพจิตจาก AI และในปัจจุบัน โมเดล AI ก็มีความสามารถด้านความปลอดภัยทางคอมพิวเตอร์สูงขึ้นจนเริ่มค้นพบช่องโหว่ที่มีความสำคัญได้ด้วยตัวเอง ซึ่งสะท้อนให้เห็นถึงความจำเป็นในการมีผู้เชี่ยวชาญมาดูแลความเสี่ยงเหล่านี้โดยตรง

โดยสรุปแล้ว ตำแหน่ง Head of Preparedness จะทำหน้าที่เป็นผู้กำกับดูแลภาพรวมของอันตรายที่ AI อาจสร้างขึ้น ทั้งในระดับบุคคลและระดับระบบ

การเปิดรับตำแหน่งดังกล่าวเกิดขึ้นในช่วงเวลาที่หลายฝ่ายเริ่มตระหนักถึงอันตรายแฝงของ AI มากขึ้น ตัวอย่างที่น่ากังวลคือกรณีผู้ใช้งานบางรายที่ได้รับผลกระทบทางจิตใจอย่างรุนแรงจากการโต้ตอบกับ AI อย่างต่อเนื่อง เนื่องจากลักษณะการตอบสนองที่เป็นธรรมชาติและสมจริงของโมเดล

สำหรับบางคน AI กลายเป็นเหมือน “เพื่อนที่พร้อมอยู่ตลอด 24 ชั่วโมง” และมักเห็นด้วยกับทุกสิ่งที่ผู้ใช้พูด ซึ่งอาจนำไปสู่การเสริมแรงทางความคิดในทางที่ผิดโดยไม่รู้ตัว นอกจากนี้ การมาถึงของ Agentic AI ซึ่งเป็น AI ที่สามารถดำเนินการต่าง ๆ ได้ด้วยตนเอง ยังสร้างความท้าทายใหม่ในด้านความปลอดภัย ไม่ว่าจะเป็นปัญหา Prompt injection ที่อาจเปิดช่องให้ผู้ไม่หวังดีควบคุม AI เพื่อใช้ในทางที่ผิด

แม้แนวคิดของ Agentic AI จะดูน่าสนใจในแง่ของการช่วยลดงานซ้ำซากและเพิ่มประสิทธิภาพในการทำงาน แต่เหตุการณ์เหล่านี้ก็สะท้อนให้เห็นว่า อุตสาหกรรม AI ยังต้องใช้เวลาอีกมากในการค้นหาและอุดช่องโหว่ด้านความปลอดภัยที่ซ่อนอยู่

OpenAI เปิดตัว GPT-5 พร้อมอัปเกรดให้ผู้ใช้ ChatGPT ทุกคน เคลมฉลาด …
OpenAI เปิดตัว Group Chats ใน ChatGPT คุยร่วมกันได้สูงสุด 20 คน
OpenAI เปิด ChatGPT Atlas เบราว์เซอร์อัจฉริยะ เริ่มใช้บน macOS

ที่มา: androidheadlines

About Author

RingRangRung

RingRangRung