
OpenAI เปิดเผยบทบาทที่เพิ่มขึ้นของระบบปัญญาประดิษฐ์ หรือ AI ในฐานะ “ผู้ทำงานร่วม” กับ นักวิจัยทางวิทยาศาสตร์ โดยระบุว่าเครื่องมืออย่าง ChatGPT กำลังช่วยให้นักวิทยาศาสตร์สามารถเดินหน้าจัดการปัญหาที่ซับซ้อนในหลากหลายสาขา ไม่ว่าจะเป็น คณิตศาสตร์ ฟิสิกส์ เคมี และชีววิทยา
จากรายงานความยาว 20 หน้า ของ OpenAI ชี้ให้เห็น ถึงจำนวนนักวิจัยที่กำลังหันมาใช้โมเดล AI เพื่อช่วยสังเคราะห์งานวิชาการ ตีความข้อมูล และวางแผนการทดลอง ที่มากขึ้น พร้อมเน้นย้ำว่าการพัฒนาความสามารถด้านงานวิจัยของ AI อาจช่วยเร่งความเร็วในการค้นพบใหม่ ๆ และเพิ่มประสิทธิภาพในงานวิทยาศาสตร์และวิศวกรรมอย่างมีนัยสำคัญ
รายงานฉบับนี้ถูกเปิดเผยแบบเอ็กซ์คลูซีฟกับสื่อ Axios โดย OpenAI อ้างอิงข้อมูลการใช้งานแบบไม่ระบุตัวตน ซึ่งแสดงให้เห็นว่า นักวิทยาศาสตร์ วิศวกร และนักคณิตศาสตร์ หลายล้านคน กำลังตั้งคำถามเชิงลึกและใช้ AI เพื่อสนับสนุนงานวิชาการ ตั้งแต่การร่างบทความวิทยาศาสตร์ การดีบักโค้ด ไปจนถึงการวางแผนการทดลอง จากการวิเคราะห์ของ OpenAI พบว่านักวิจัยส่วนใหญ่นำ AI ไปใช้ในงานเขียนและการสื่อสาร ขณะที่การใช้งานด้านการวิเคราะห์เชิงลึกและการคำนวณขั้นสูงยังมีสัดส่วนที่น้อยกว่า ซึ่งสะท้อนให้เห็นถึงโอกาสในการผสาน AI เข้ากับกระบวนการวิจัยให้ลึกยิ่งขึ้นในอนาคต
OpenAI ยังระบุว่าข้อมูลบทสนทนาแบบไม่ระบุตัวตนของ ChatGPT ระหว่างเดือน มกราคม ถึง ธันวาคม 2025 แสดงให้เห็นว่า จำนวนข้อความเฉลี่ยต่อสัปดาห์ที่เกี่ยวข้องกับหัวข้อวิทยาศาสตร์และคณิตศาสตร์ขั้นสูง เพิ่มขึ้นราว 47% เมื่อเทียบแบบปีต่อปี โดยตัวเลขข้อความเพิ่มจากประมาณ 5.7 ล้านครั้ง เป็นเกือบ 8.4 ล้านครั้ง
นอกจากนี้ในเดือนมกราคม 2026 เพียงเดือนเดียว มีผู้ใช้งานราว 1.3 ล้านคนต่อสัปดาห์ที่พูดคุยกับ AI เกี่ยวกับหัวข้อวิทยาศาสตร์และคณิตศาสตร์ระดับสูง
Kevin Weil รองประธานฝ่าย OpenAI for Science กล่าวว่า AI กำลังถูกใช้งานมากขึ้นในฐานะผู้ทำงานร่วมด้านวิทยาศาสตร์ และเริ่มเห็นผลลัพธ์เกิดขึ้นจริงในสภาพแวดล้อมการวิจัย นักวิจัยจำนวนมากกำลังใช้ระบบ AI ที่มีความสามารถด้านการให้เหตุผลขั้นสูง เพื่อช่วยผลักดันความคืบหน้าในปัญหาที่ยังไม่มีคำตอบ ตีความข้อมูลที่ซับซ้อน และทำงานทดลองแบบวนซ้ำได้รวดเร็วขึ้น เขาระบุว่าการใช้งานลักษณะนี้เติบโตอย่างรวดเร็วตลอดปีที่ผ่านมา และผลลัพธ์ก็เริ่มปรากฏชัดในหลายสาขาวิชา แม้จะยังอยู่ในช่วงเริ่มต้น แต่ทั้งอัตราการยอมรับใช้งานและคุณภาพของผลงานที่เกิดขึ้น บ่งชี้ว่าวงการวิทยาศาสตร์อาจกำลังก้าวเข้าสู่ช่วงเร่งความเร็วครั้งใหม่
แนวคิดของ AI ในฐานะผู้ร่วมงานวิจัยยังสอดคล้องกับโครงการ OpenAI for Science ซึ่งเป็นโปรแกรมที่มุ่งเชื่อมต่อนักวิทยาศาสตร์และนักคณิตศาสตร์เข้ากับเครื่องมือ AI ที่ออกแบบมาเพื่อเร่งขั้นตอนการทำงานวิจัย ตั้งแต่การวิเคราะห์วรรณกรรมทางวิชาการ ไปจนถึงการสร้างแบบจำลองและการจำลองสถานการณ์
OpenAI ระบุว่าเป้าหมายคือการพัฒนาระบบที่สามารถผสานเข้ากับการทำงานทางวิทยาศาสตร์ได้อย่างเป็นธรรมชาติ ช่วยให้นักวิจัยสำรวจแนวคิด ทดสอบสมมติฐานได้รวดเร็วขึ้น และปลดล็อกการค้นพบใหม่ๆ ที่อาจต้องใช้เวลาหลายปีหากอาศัยวิธีการแบบดั้งเดิมเพียงอย่างเดียว
OpenAI เปิดตัว Group Chats ใน ChatGPT คุยร่วมกันได้สูงสุด 20 คน
ChatGPT เตรียมเปิด Adult Mode คอนเฟิร์มไทม์ไลน์ใช้งานช่วงต้นปี 2026
OpenAI เปิดตัว ChatGPT Go ทั่วโลก! พร้อมเตรียมทดสอบยิงโฆษณาในเร็วๆ นี้