
เปิดตัว OnePlus Nord มือถือ 5G ระดับกลางที่มอบประสบการณ์การใช้งานระดับเรือธง ภายใต้ราคาสัมผัสได้ในไทย
OnePlus Nord เป็นเรือธงสำหรับคนรุ่นใหม่หน้า-หลังเครื่องคลุมทับด้วยกระจก Corning Gorilla Glass 5 หน้าจอ Fluid AMOLED อัตรารีเฟรชเรท 90Hz ขนาด 6.44 นิ้ว ความละเอียด Full HD+ (2400×1080 พิกเซล) ค่าแสดง sRGB และ P3 มีสแกนลายนิ้วมือบนจอ
กล้องหน้าแบบคู่ตัวหลัก 32 ล้านพิกเซล กับกล้อง 8 ล้านพิกเซล มุมมองรับภาพกว้าง 105 องศา
ส่วนกล้องหลังประกอบด้วย กล้องหลัก 48 ล้านพิกเซล f/1.75 มี OIS และ EIS รองรับการซูม 2 เท่าโดยใช้การ Copping รองรับการถ่ายวิดีโอ 4K@30fps และ Slowmotion แบบ 1080p@240fps ส่วนเลนส์ที่เหลือ คือ Ultra Wide มุมมอง 119 องศา 8 ล้านพิกเซล, Macro 2 ล้านพิกเซล และ Depth Sensor 5 ล้านพิกเซล
ขุมพลัง Qualcomm Snapdragon 765 พร้อมกับสเปคสูงสุด RAM 12GB+ROM 256GB รองรับการใช้งาน 5G แต่เครือข่ายที่รองรับยังไม่เปิดใช้ในไทย
ระบบปฏิบัติการ Android 10 ครอบทับด้วย Oxygen OS 10.5 การันตีการอัปเดต OS นาน 2 ปี แบตเตอรี่ 4115mAh มีเทคโนโลยีชาร์จไว Warp Charge 30T ใช้ระยะเวลาในการชาร์จจาก 0%-70% แค่ 22 นาที
OnePlus Nord เปิดจอง 21-27 สิงหาคมนี้ รุ่น 8+125GB ราคา 14990 บาท มีสี Blue Marble กับ Gray Onxy ขณะที่รุ่น 12+256GB ราคา 17990 บาท มีสี Blue Marble
อีกหนึ่งโปรดักซ์ที่เปิดตัวเป็นหูฟัง OnePlus Buds ที่มาพร้อมไดรเวอร์พลังเสียงแบบ 13.4 มิลลิเมตร โดยที่หูฟังแต่ละข้างจะมีไมโครโฟน 3 ตัว พร้อมระบบตัดเสียงรบกวนอย่าง Environmental Noise Cancellation
ตัวหูฟังได้มาตรฐานกันน้ำ IPX4 สนับสนุนการเชื่อมต่อ Bluetooth 5.0 และโหมด Low Latency เมื่อใช้งานกับมือถือ OnePlus
ตัวเคสมีพอร์ต USB Type-C สำหรับชาร์จแบตเตอรี่ โดยที่หูแต่ละข้างจะมีแบตเตอรี่ 35mAh และตัวเคสจะมีแบตฯ 430mAh ใช้ฟังเพลงต่อเนื่องได้ 7 ชั่วโมง และคุยโทรศัพท์ได้นาน 4.3 ชั่วโมง หากใช้ร่วมกับเคสจะอยู่ได้สูงสุด 30 ชั่วโมง
OnePlus Buds สนนราคาไทยที่ 2,999 บาท มีขายสี ขาว กับ ฟ้า วางจำหน่ายผ่าน Lazada วันที่ 28 ส.ค.นี้
ปัจจุบัน OnePlus มีการขยายช่องทางการขายเพิ่มมากขึ้นทั้งออนไลน์และออฟไลน์ ขณะที่ศูนย์บริการหลังการขายทางแบรนด์มีแผนจะใช้ศูนย์เดียวกันกับ OPPO โดยที่รอประกาศอย่างเป็นทางการเร็วๆ นี้



























