Nothing เปิดตัว Nothing Phone (4a) Series และ Headphone (a) อย่างเป็นทางการ มาพร้อมสีสันสดใส และดีไซน์สุดแหวกแนว

โดย nineFangKhaoW | 5 มีนาคม 2569 เมื่อ 22:05 น.

Nothing บริษัทเทคโนโลยีจากลอนดอน ประกาศเปิดตัวผลิตภัณฑ์ใหม่ระดับโลกพร้อมกัน 3 รุ่น ได้แก่ Nothing Phone (4a) Pro, Nothing Phone (4a) และ Headphone (a) โดยทั้งผลิตภัณฑ์ทั้งสามรุ่นสะท้อนแนวคิดการออกแบบอันเป็นเอกลักษณ์ของแบรนด์ ผสานดีไซน์โปร่งใส เทคโนโลยีกล้องระดับเรือธง ประสิทธิภาพจากชิป Snapdragon รุ่นใหม่ และระบบปฏิบัติการ Nothing OS ที่มอบประสบการณ์การใช้งานที่ลื่นไหล เป็นส่วนตัว และชาญฉลาดยิ่งขึ้น

การเปิดตัว Phone (4a) Series ถือเป็นก้าวสำคัญของ Nothing ในการยกระดับสมาร์ทโฟนระดับกลางให้มีมาตรฐานใกล้เคียงระดับเรือธง ทั้งในด้านดีไซน์ วัสดุ กล้อง และซอฟต์แวร์ พร้อมด้วยเครื่องมือ AI ที่ช่วยให้การใช้งานในชีวิตประจำวันง่ายขึ้น สร้างสรรค์ได้มากขึ้น และสะท้อนตัวตนของผู้ใช้ได้อย่างชัดเจน

ดีไซน์เอกลักษณ์ใหม่ของ Nothing

Nothing Phone (4a) Series ยังคงสืบทอดเอกลักษณ์การออกแบบแบบโปร่งใสของ Nothing พร้อมยกระดับทั้งวัสดุ ความแข็งแรง และรายละเอียดเชิงวิศวกรรม

โดย Nothing Phone (4a) Pro มาพร้อมโครงสร้าง Metal Unibody แบบขึ้นรูปชิ้นเดียว ผิวสัมผัสเรียบหรู และตัวเครื่องบางเพียง 7.95 มม. ซึ่งถือเป็นสมาร์ทโฟนที่บางที่สุดของ Nothing จนถึงปัจจุบัน ตัวเครื่องเสริมความแข็งแรงด้วยมาตรฐาน IP65 และระบบระบายความร้อน VC ขนาด 5300 มม² เพื่อประสิทธิภาพที่เสถียรแม้ใช้งานหนัก ดีไซน์โปร่งใสอันเป็นเอกลักษณ์ผสานเข้ากับโมดูลกล้องและ Glyph Matrix อย่างไร้รอยต่อ สะท้อนแสงได้อย่างสวยงาม พร้อมตัวเลือกสี Silver, Black และ Metallic Pink

ด้าน Nothing Phone (4a) โดดเด่นด้วยดีไซน์โปร่งใสที่เผยให้เห็นโครงสร้างภายใน พร้อม Glyph Bar รุ่นใหม่ และไฟ Recording Light สีแดงซึ่งเป็นเอกลักษณ์ของแบรนด์ ตัวเครื่องเสริมความแข็งแรงด้วยโครงสร้างใหม่ ปุ่มโลหะ และมาตรฐาน IP64 โดยมีสีใหม่อย่าง Transparent Blue และ Soft Pink เพิ่มความโดดเด่นให้กับดีไซน์

กล้องระดับเรือธง พร้อมเทคโนโลยี TrueLens Engine

Nothing Phone (4a) Pro ยกระดับประสบการณ์ถ่ายภาพด้วยเซ็นเซอร์หลัก Sony LYT700C พร้อม OIS และเลนส์ Periscope Telephoto 50MP ซูมออปติคอล 3.5x ที่สามารถซูมได้สูงสุดถึง 140x ซึ่งถือเป็นระยะซูมที่ไกลที่สุดในสมาร์ทโฟน Nothing

ระบบกล้องยังประกอบด้วยเลนส์ Ultra-Wide จาก Sony และกล้องหน้า 32MP พร้อมเทคโนโลยี TrueLens Engine 4 ที่รองรับ Ultra XDR Photo และวิดีโอ 4K Ultra XDR ให้สีสันสมจริงและรายละเอียดสูง

Nothing Phone (4a) ยกระดับมาตรฐานกล้องในระดับเดียวกัน ด้วยกล้องหลัก 50MP OIS พร้อมเลนส์ Periscope 50MP ที่ซูมได้ตั้งแต่ 0.6x ถึง 70x และยังรองรับ AI Photography เช่น AI Photo Eraser สำหรับลบวัตถุ Motion Photos พร้อม Ultra XDR และ Presets สำหรับการถ่ายภาพแบบมืออาชีพ

Glyph Interface ที่ฉลาดและใช้งานได้จริงยิ่งขึ้น

เอกลักษณ์สำคัญของ Nothing อย่าง Glyph Interface ถูกพัฒนาให้มีความสามารถมากขึ้นเพื่อลดการพึ่งพาหน้าจอ โดย Nothing Phone (4a) มาพร้อม Glyph Bar ที่มี LED ขนาดเล็ก 63 ดวง แบ่งเป็น 7 โซนความสว่างสูงสุด 3500 nits ให้การแจ้งเตือนชัดเจนแม้อยู่กลางแดด

ในขณะที่ Nothing Phone (4a) Pro ใช้ Glyph Matrix จำนวน 137 LED ครอบคลุมพื้นที่มากขึ้นถึง 57% และให้ความสว่างเพิ่มขึ้นถึง 100% ช่วยแสดงการแจ้งเตือน นาฬิกา ตัวจับเวลา และ Glyph Toys ได้อย่างชัดเจนโดยไม่ต้องเปิดหน้าจอ

Nothing OS 4.1 และพลัง AI ที่ฉลาดขึ้น

Nothing Phone (4a) Series ทำงานบน Nothing OS 4.1 บน Android 16 ซึ่งได้รับการออกแบบใหม่ให้เรียบง่าย ใช้งานง่าย และปรับแต่งได้มากขึ้น ฟีเจอร์ใหม่ประกอบด้วย AI Dashboard สำหรับควบคุมฟีเจอร์ AI, Floating Apps สำหรับการทำงานหลายหน้าจอ, Widgets และ Lock Screen แบบปรับแต่งได้ และ Playground สำหรับสร้าง Widget และ Essential Apps แบบ No-code

นอกจากนี้ยังรองรับ Essential AI Tools เช่น Essential Search และ Essential Memory ที่ช่วยให้ค้นหาและจัดการข้อมูลได้อย่างรวดเร็ว พร้อมการอัปเดต Android 3 ปี และ Security Patch นานถึง 6 ปี

จอแสดงผล AMOLED ระดับเรือธง

Nothing Phone (4a) Pro มาพร้อมหน้าจอ 6.83 นิ้ว AMOLED ความละเอียด 1.5K รีเฟรชเรต 144Hz และความสว่างสูงสุด 5000 nits (HDR) ส่วน Nothing Phone (4a) ใช้หน้าจอ 6.78 นิ้ว AMOLED 1.5K รีเฟรชเรต 120Hz ความสว่างสูงสุด 4500 nits พร้อมกระจก Corning Gorilla Glass 7i ที่ทนรอยขีดข่วนและแรงกระแทกได้ดีกว่า รุ่นก่อน

ประสิทธิภาพ Snapdragon รุ่นใหม่ แบตเตอรี่ใช้งานยาวนาน

Nothing Phone (4a) Pro ใช้ชิป Snapdragon 7 Gen 4 ที่ให้ CPU เร็วขึ้น 27% GPU แรงขึ้น 30% และ AI เร็วขึ้น 65% รองรับ LPDDR5X และ UFS 3.1 สำหรับการใช้งานที่รวดเร็ว ขณะที่ Nothing Phone (4a) ใช้ Snapdragon 7s Gen ที่ให้ประสิทธิภาพดีขึ้นและประหยัดพลังงานกว่าเดิม พร้อมรองรับการเล่นเกมระดับสูงอย่าง BGMI และ PUBG ที่เฟรมเรตสูง

โดย Nothing Phone (4a) Series มาพร้อมแบตเตอรี่ขนาด 5080 mAh รองรับการใช้งานแบบผสมผสาน ทั้งการฟังเพลง ดูวิดีโอ เล่นเกม และส่งข้อความ ได้นานสูงสุด 17 ชั่วโมง พร้อมเทคโนโลยี 50W Fast Charging ที่สามารถชาร์จแบตเตอรี่ได้ถึง 60% ภายในเวลาเพียง 30 นาที ซึ่งเร็วกว่า Nothing Phone (2a) Series เกือบ 10%

นอกจากนี้ ระบบจัดการสุขภาพแบตเตอรี่ขั้นสูงยังช่วยรักษาความจุแบตเตอรี่ให้คงมากกว่า 90% หลังการชาร์จ 1,200 รอบซึ่งเทียบเท่ากับการใช้งานและชาร์จทุกวันนานกว่า 3 ปี

มุ่งสู่สมาร์ทโฟนที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมมากยิ่งขึ้น

Nothing Phone (4a) Pro มาพร้อมค่า Carbon Footprint เพียง 50.5 kg CO₂e โดยมี 46 ชิ้นส่วนที่ผลิตจากวัสดุรีไซเคิล คิดเป็น 16.6% ของน้ำหนักตัวเครื่อง รวมถึงพลาสติก อะลูมิเนียม ดีบุก และเหล็กรีไซเคิล อีกทั้งบรรจุภัณฑ์ยังปราศจากพลาสติกมากกว่า 99% และกระบวนการประกอบขั้นสุดท้ายใช้พลังงานหมุนเวียน 100%

ด้าน Nothing Phone (4a) ยังสร้างมาตรฐานใหม่ด้านการผลิตอย่างยั่งยืนด้วยค่า Carbon Footprint เพียง 51.13 kg CO₂e ซึ่งถือว่าต่ำที่สุดในบรรดาอุปกรณ์ของ Nothing โดยมี 30 ชิ้นส่วนที่ใช้วัสดุรีไซเคิล เช่น พลาสติกรีไซเคิล 30%, อะลูมิเนียม และดีบุกรีไซเคิล 100% และเหล็กรีไซเคิล 80% พร้อมบรรจุภัณฑ์ที่ปราศจากพลาสติกมากกว่า 99% และกระบวนการประกอบที่ใช้พลังงานหมุนเวียน 100%

นอกจากการเปิดตัวสมาร์ทโฟนรุ่นใหม่แล้ว Nothing ยังได้เปิดตัวหูฟังครอบหูรุ่นใหม่ Nothing Headphone (a) ซึ่งเป็นอีกหนึ่งผลิตภัณฑ์ในไลน์ออดิโอของแบรนด์ โดยมาพร้อมดีไซน์อันเป็นเอกลักษณ์ใน 4 สี ได้แก่ Pink, Yellow, White และ Black ผสานเอกลักษณ์งานออกแบบของ Nothing เข้ากับโทนสีใหม่ที่สนุกและโดดเด่นยิ่งขึ้น พร้อมมอบประสบการณ์การฟังเพลงต่อเนื่องยาวนานสูงสุดถึง 5 วัน หรือ 135 ชั่วโมง ต่อการชาร์จหนึ่งครั้ง

Headphone (a) ถูกออกแบบให้มีน้ำหนักเบาเพียง 310 กรัม พร้อมเบาะรองหูแบบ Memory Foam ที่ระบายอากาศได้ดี เพื่อความสบายในการสวมใส่ตลอดวัน อีกทั้งยังมาพร้อมมาตรฐาน IP52 ที่ช่วยป้องกันฝุ่น สิ่งสกปรก และละอองน้ำเหมาะสำหรับการใช้งานในชีวิตประจำวัน รวมถึงระหว่างการออกกำลังกายหรือสภาพอากาศที่ไม่เอื้ออำนวย

ในด้านประสิทธิภาพ Headphone (a) รองรับการใช้งานต่อเนื่องสูงสุด 135 ชั่วโมง เมื่อปิดระบบ Active Noise Cancellation (ANC) และรองรับ Rapid Charge ที่ชาร์จเพียง 5 นาที ก็สามารถใช้งานต่อได้ถึง 5 ชั่วโมงเพื่อให้ผู้ใช้ไม่พลาดทุกช่วงเวลาของการฟังเพลง มาพร้อมระบบควบคุมแบบเฉพาะของ Nothing ได้แก่ Roller, Paddle และ Button ที่ติดตั้งบนตัวหูฟัง เพื่อให้สามารถปรับระดับเสียง ควบคุมเพลง หรือสลับโหมด ANC ได้อย่างสะดวก

โดยฟีเจอร์ Channel Hop ช่วยให้ผู้ใช้สามารถสลับไปยังแอปหรือฟังก์ชันที่ใช้งานบ่อยได้ทันทีเพียงกดปุ่ม ขณะที่ Camera Shutter Mode ยังสามารถใช้ปุ่มดังกล่าวเป็นรีโมตสำหรับถ่ายภาพหรือเริ่มบันทึกวิดีโอบนสมาร์ทโฟนที่เชื่อมต่อได้ รองรับ Hi-Resolution Audio Wireless และ LDAC codec

พร้อมไดรเวอร์เคลือบไทเทเนียมขนาด 40 มม. ที่ให้เสียงทรงพลังและคมชัดในทุกย่านความถี่ โดยมาพร้อมระบบ Adaptive Active Noise Cancellation ที่มี 3 ระดับ ได้แก่ Low, Mid และ High เพื่อลดเสียงรบกวนรอบตัวผู้ใช้ รวมถึง Transparency Mode ที่ช่วยให้ยังคงได้ยินเสียงรอบข้างเมื่อจำเป็น

นอกจากนี้ ระบบไมโครโฟน 3 ตัวพร้อมอัลกอริทึม AI ที่ผ่านการฝึกจากสถานการณ์เสียงรบกวนกว่า 28 ล้านรูปแบบ ยังช่วยแยกเสียงพูดของผู้ใช้ให้ชัดเจนระหว่างการสนทนา แม้ใช้งานในสภาพแวดล้อมที่มีเสียงดัง

ผู้ใช้ยังสามารถปรับแต่งประสบการณ์การฟังได้ผ่านแอป Nothing X ที่มาพร้อม Advanced EQ แบบ 8 แบนด์ สำหรับปรับโปรไฟล์เสียงได้อย่างละเอียด รวมถึงสามารถสร้างและแชร์โปรไฟล์เสียงกับผู้ใช้งานคนอื่นในชุมชน Nothing ได้อีกทั้งยังมีอัลกอริทึม Bass Enhancement แบบเรียลไทม์ที่ช่วยเพิ่มพลังเสียงเบส โดยยังคงความชัดเจนของเสียงกลางและเสียงแหลม

สำหรับผู้ที่สนใจผลิตภัณฑ์ใหม่จาก Nothing ทั้งสมาร์ทโฟนและอุปกรณ์ออดิโอรุ่นล่าสุด รายละเอียดเกี่ยวกับการเปิดตัวอย่างเป็นทางการ ราคา และช่วงเวลาการวางจำหน่ายในประเทศไทย สามารถติดตามข้อมูลข่าวสารอัปเดตผลิตภัณฑ์ รวมถึงกิจกรรมพิเศษจากแบรนด์ได้ผ่านช่องทางอย่างเป็นทางการของ Nothing Thailand หรือติดตามได้ที่เว็ปไซต์ https://th.nothing.tech/ เพื่อไม่พลาดทุกความเคลื่อนไหวของผลิตภัณฑ์ใหม่ที่จะเข้ามาสร้างประสบการณ์เทคโนโลยีที่แตกต่างให้กับผู้ใช้งานในประเทศไทย

Nothing เตรียมเผยโฉม Headphone (a) อย่างเป็นทางการ ในงาน Global Launch วันที่ 5 มี.ค. นี้
Nothing เปิดตัว Phone (4a) สีชมพู (Pink Edition) เติมเฉดสีสดใสสู่มือถือครั้งแรกของแบรนด์
Nothing เปิดสโตร์แรกในอินเดีย วางคอนเซ็ปต์เป็น Community Hub เต็มรูปแบบ เตรียมลุยต่อนิวยอร์ก-ญี่ปุ่น

About Author

nineFangKhaoW

nineFangKhaoW

Partners