
ในที่ HMD Global ก็ได้ประกาศเปิดตัวกองทัพสมาร์ทโฟนรุ่นใหม่โดยมาทั้งโมเดลระดับเริ่มต้นอย่าง 2.4 และ 3.4 รวมถึงมือถือ 5G รุ่นแรกของค่ายอย่าง 8.3 5G
Nokia 8.3 5G
สมาร์ทโฟน 5G รุ่นแรกของ HMD ซึ่งจะเริ่มวางขายในสหรัฐอเมริกา วันที่ 23 กันยายนนี้ โดยที่รุ่น 8GB+128GB สนนราคาที่ 700 เหรียญฯ หรือราว 22,000 บาท
Nokia 8.3 มากับหน้าจอ LCD ขนาด 6.81 นิ้ว ความละเอียด 1080p+ มีชิป Snapdragon 765G กล้องหลังใช้เลนส์ ZEISS กล้องหลักความละเอียด 64 ล้านพิกเซล ทำงานกับกล้อง Ultrawide 12 ล้านพิกเซล และแบตเตอรี่ 4500mAh รองรับชาร์จไว 18W
นอกจากการวางจำหน่ายในสหรัฐฯ แล้ว ทาง HMD ยังเผยว่าสมาร์ทโฟนรุ่นนี้จะมีราคาเฉลี่ยทั่วโลกที่ราว 600 ยูโร ราว 22,100 บาท พร้อมรับสิทธิ์ Google One เป็นเวลา 6 เดือน ซึ่ง Nokia 8.3 จะได้เป็นส่วนหนึ่งใน No Time to Die ภาพยนต์ในซีรีส์ James Bond 007 ด้วย
Nokia 3.4
รุ่นนี้มากับชิปเซต Snapdragon 460 มีประมวลผลแบบ Octa-core ที่แรงกว่าชิป Quad-core ของ Nokia 3.2 ถึง 70% ขณะที่ระบบปฏิบัติการเป็น Android 10 และพร้อมอัพเดตเป็น Android 11 ใช้ RAM 3GB ความจำเครื่อง 64GB และรองรับ microSD สูงสุด 512GB
หน้าจอรุ่นนี้เป็น LCD ขนาด 6.39 นิ้ว มีเจาะรูสำหรับใส่กล้องหน้าความละเอียดจออยู่ที่ 720p+ อัตราส่วนแสดงผล 19.5:9 และมีความสว่างหน้าจอสูงสุด 400nits และมีกล้องหน้า 8 ล้านพิกเซล
ด้านกล้องหลังมีกล้องหลัก 13 ล้านพิกเซล ทำงานร่วมกับ Ultrawide 5 ล้านพิกเซล และ Depth sensor 2 ล้านพิกเซล พร้อมด้วยสแกนลายนิ้วมือด้านหลังเครื่อง
ตัวเครื่องมีพอร์ต USB-C (USB 2.0) รองรับกำลังไฟสูงสุด 10W มีแบตเตอรี่ให้มา 4000mAh และยังมีช่องเสียบหูฟัง 3.5มม. ให้ใช้งาน พร้อมด้วยเทคโนโลยี aptX Adaptive สำหรับการใช้งานหูฟังไร้สาย
Nokia 3.4 มีขายในสี Charcoal สนนราคารุ่น 3+32GB อยู่ที่ 160 ยูโร หรือราว 5,900 บาท ซึ่งจะมีรุ่น 3+64GB กับ 4+64GB ออกมาขายเช่นกัน
Nokia 2.4
หน้าจอเป็น LCD ขนาด 6.5 นิ้ว ความละเอียด 720p+ อัตราส่วน 20:9 ขณะที่แบตเตอรี่ 4500mAh รองรับชาร์จ 5W ผ่านพอร์ต microUSB
ชิปเซตใช้ MediaTek Helio P22 มีประมวลผล octa-core จับคู่กับ RAM 2GB กับความจำเครื่อง 32GB และรองรับหน่วยความจำ microSD พร้อมรองรับการทำงานสองซิม
ระบบปฏิบัติการ Android 10 รองรับอัพเดตเป็น 11 พร้อมการันตีอัพเดตระบบปฏิบัติการ 2 เวอร์ชั่น และแพตช์รักษาความปลอดภัยอีก 1 ปี
สำหรับกล้องหลังให้มา 13 ล้านพิกเซล ทำงานกับ Depth sensor 2 ล้านพิกเซล และมีกล้องหน้าตรงรอยบากทรงหยดน้ำ 5 ล้านพิกเซล โดยมีสแกนลายนิ้วมือด้านหลังเครื่อง และรองรับ NFC, มีช่องเสียบหูฟัง 3.5มม. และสัญญาณ FM
Nokia 2.4 มีขายในสี Dusk , Charcoal และ Fjord สนนราคาในรุ่น 2GB+32GB ที่ 120 ยูโร หรือราว 4400 บาท โดยจะมีรุ่น 3GB+64GB มาวางขายด้วย
Nokia Power Earbuds
นอกจากสมาร์ทโฟนทาง HMD ก็ยังเตรียมขายหูฟังไร้สาย Nokia Power Earbuds ในสหรัฐฯ โดยที่หูฟังมากับเคสชาร์จความจุแบตเตอรี่ขนาด 3000mAh สามารถใช้งานได้ต่อเนื่องครั้งละ 5 ชั่วโมง รองรับการใช้งานทั้งหมด 150 ชั่วโมง
นอกจากนี้ตัวหูฟังยังกันน้ำกันฝุ่น IPX7 สำหรับราคาสากลอยู่ที่ 80 ยูโร หรือราว 2900 บาท และในเดือนตุลาคมนี้จะมีรุ่น Lite ออกมาวางจำหน่ายสนนราคาที่ 60 ยูโร หรือราว 2,200 บาท ซึ่งยังคงสเปคกันน้ำ IPX7 และมีแบตเตอรี่ 600mAh ใช้งานได้ต่อเนื่อง 35 ชั่วโมง













