
Nintendo ได้ฤกษ์เปิดเผยรายละเอียดทั้งหมดของเครื่องคอนโซลรุ่นใหม่ล่าสุดอย่าง Nintendo Switch 2 โดยที่รุ่นนี้ได้รับการออกแบบใหม่ทั้งหมด และมีการปรับปรุงทุกด้านจากรุ่นก่อนหน้าให้ดียิ่งขึ้น
Nintendo Switch 2 มาพร้อมขนาดที่ใหญ่ขึ้น โดยมีความกว้าง 271.8 มม. และสูง 114.3 มม. แต่ยังคงความหนาเท่าเดิมที่ 13.9 มม. น้ำหนักรวมตัวเครื่องพร้อมคอนโทรลเลอร์อยู่ที่ 399 กรัม ซึ่งการออกแบบใหม่นี้มาพร้อมกับขาตั้งด้านหลังที่ใหญ่ขึ้นและปรับมุมได้หลากหลายมากขึ้น นอกจากนี้ยังมีพอร์ต USB-C สองช่อง คือด้านบนและด้านล่างของตัวเครื่อง

เครื่องเกมมาพร้อมกับ Joy-Con 2 ที่ได้รับการปรับปรุงใหม่ โดยเปลี่ยนจากสีแดงและน้ำเงินของ Joy-Con รุ่นแรก มาใช้สีดำเป็นหลักและมีสีแดง-น้ำเงินเป็นเพียงจุดไฮไลต์เท่านั้น โดยที่ Joy-Con 2 ใช้ระบบแม่เหล็กแรงสูงแทนรางเลื่อนในการยึดติดกับตัวเครื่อง ขณะที่ปุ่ม SL/SR มีขนาดใหญ่ขึ้นเพื่อความสะดวกในการใช้งานคอนโทรลเลอร์ตัวเดียว และแท่งอนาล็อกก็มีขนาดใหญ่ขึ้นด้วย
ฟีเจอร์เด่นที่สุดของ Joy-Con 2 คือสามารถใช้เป็นเมาส์ได้ทั้งแบบเดี่ยวและคู่ ซึ่งเพิ่มฟังก์ชันการใช้งานในเกมที่รองรับ โดยผู้ใช้สามารถเลือกใช้ Joy-Con 2 เป็นเมาส์ได้ตามที่เกมนั้นๆ ออกแบบมา ซึ่งเกมที่รองรับก็มีทั้งเกมที่เปิดตัวใน Switch เดิมไปแล้ว รวมถึงเกมใหม่ที่ออกแบบมาให้ใช้ Joy-Con 2 ในโหมดเมาส์โดยเฉพาะ

ทางด้านหน้าจอของ Switch 2 มีขนาดใหญ่ขึ้นเป็น 7.9 นิ้ว ความละเอียดเพิ่มเป็น 1920×1080 อัตรารีเฟรชสูงถึง 120Hz และรองรับ VRR (Variable Refresh Rate) อย่างไรก็ตาม หน้าจอยังคงเป็นแบบ LCD ซึ่งทำให้การรองรับ HDR10 ดูไม่โดดเด่นเท่าที่ควร
Switch 2 มาพร้อม Dock ใหม่ที่รองรับการแสดงผลวิดีโอได้ดีขึ้น สามารถส่งสัญญาณภาพสูงสุดที่ความละเอียด 4K 60Hz หรือ 1080p และ 1440p ที่ 120Hz พร้อมรองรับ HDR10 ซึ่งจะให้ประสบการณ์ที่ดีขึ้นหากผู้ใช้มีทีวีแบบ OLED โดย Dock ใหม่นี้ยังมีระบบระบายความร้อนแบบแอคทีฟ ช่วยป้องกันการลดประสิทธิภาพของเครื่องเมื่อใช้งานหนัก

ทางด้านระบบเสียงก็ได้รับการอัปเกรด ให้ลำโพงในตัวมีคุณภาพดีขึ้น และรองรับระบบเสียง 3D เมื่อใช้ลำโพงหรือหูฟังในเกมที่รองรับ ซึ่งผู้ใช้ที่เชื่อมต่อผ่าน Dock ยังสามารถรับสัญญาณเสียงแบบ 5.1 PCM ไปยังทีวีหรือเครื่องรับ AV ได้ด้วย
สำหรับ Switch 2 มีความจุเริ่มต้นที่ 256GB รองรับ microSD Card สูงสุด 2TB แต่ต้องเป็นแบบ Express Card เท่านั้น เนื่องจาก microSD ทั่วไปที่ใช้ใน Switch รุ่นแรกมีความเร็วไม่เพียงพอ โดยที่ตัวเครื่องรองรับ Wi-Fi 6 และ Bluetooth รวมถึงการเชื่อมต่อ Ethernet ผ่าน Dock แบตเตอรี่มีความจุ 5220mAh แต่ยังไม่มีการระบุอายุการใช้งานอย่างเป็นทางการ
ส่วนของสเปกที่ยังไม่เปิดเผยคือชิปเซ็ต แม้จะทราบว่ารันบนโปรเซสเซอร์ของ Nvidia แต่รุ่นและสเปกที่แน่นอนยังคงเป็นความลับ แต่ทั้งนี้ในด้านซอฟต์แวร์ Switch 2 ก็มาพร้อมฟีเจอร์ GameChat ใหม่ โดยใช้ปุ่ม C บน Joy-Con 2 และไมโครโฟนในตัว ซึ่งผู้ใช้สามารถแชทกับเพื่อนขณะเล่นเกมได้ และเลือกดูภาพการเล่นของเพื่อนบนหน้าจอได้ด้วย
นอกจากนี้ยังมีอุปกรณ์เสริม Nintendo Switch 2 Camera (แยกจำหน่าย) เพื่อให้เห็นหน้ากันขณะเล่น โดยที่ GameChat จะให้บริการฟรีถึงวันที่ 31 มีนาคม 2026 หลังจากนั้นต้องสมัครสมาชิก Nintendo Switch Online

ด้านการรองรับ Switch 2 สามารถเล่นเกมที่ออกแบบมาเฉพาะสำหรับ Switch 2 และเกมส่วนใหญ่ของ Switch รุ่นแรกได้ โดยที่บางเกมใน Switch จะมีรุ่น Switch 2 Edition ที่อัปเกรดเฟรมเรท ความละเอียด และเพิ่มโหมดการเล่นใหม่เมื่อรันบน Switch 2
Nintendo Switch 2 รองรับ Nintendo Switch Online และเพิ่มแพ็กเกจ Nintendo Switch Online + Expansion Pack ซึ่งรวมเกมจำลองจากแพลตฟอร์มเก่า โดยเพิ่มเกมจาก GameCube ที่เล่นได้เฉพาะบน Switch 2 เท่านั้น
นอกจากนี้ Nintendo ยังเปิดตัวคอนโทรลเลอร์ไร้สายNintendo GameCube Controller สำหรับ Switch 2 ที่มีดีไซน์คล้ายรุ่นดั้งเดิมแต่เพิ่มปุ่ม GameChat รวมถึง Switch 2 Pro Controller ที่มีปุ่ม GameChat, ปุ่ม GL/GR ด้านหลัง และช่องหูฟัง

สำหรับการวางจำหน่าย Nintendo Switch 2 จะวางจำหน่ายวันที่ 5 มิถุนายนนี้ มีสองรุ่นให้เลือก คือรุ่นมาตรฐานที่มาพร้อมตัวเครื่องอย่างเดียว ราคา 450 ดอลลาร์ หรือราว 15,300 บาท และรุ่นบันเดิลที่รวมเกมดิจิทัล Mario Kart World ราคา 500 ดอลลาร์ หรือราว 17,000 บาท
Nintendo เผยโฉม Nintendo Switch 2 ดีไซน์ใหม่ จอใหญ่ขึ้น
หลุดสเปค-เรนเดอร์ Nintendo Switch 2 คาดเปิดตัวต้นปี 2025