
Netflix เดินหน้าทดลองสิ่งใหม่เพื่อปรับตัวให้เข้ากับพฤติกรรมผู้บริโภคยุคปัจจุบัน หลังจากที่โมเดลการปล่อยซีรีส์แบบดูรวดเดียวจบ (Binge-watch) เริ่มอิ่มตัว โดยล่าสุดได้ประกาศจับมือเป็นพันธมิตรกับสำนักพิมพ์และค่ายสื่อดิจิทัลระดับโลกเพื่อนำคอนเทนต์วิดีโอขนาดสั้นมาเปิดให้รับชมบนแพลตฟอร์ม
ค่ายสื่อยักษ์ใหญ่ที่ตกลงเซ็นสัญญาในครั้งนี้ประกอบไปด้วย BuzzFeed Studios, Condé Nast, Hearst Magazines, People Inc., Tastemade รวมถึงแบรนด์สื่อในเครือ Penske Media PMX เช่น Variety, The Hollywood Reporter, Billboard, Eater, Rolling Stone และ IndieWire โดยมีกำหนดการเริ่มสตรีมคอนเทนต์กลุ่มนี้ตั้งแต่วันที่ 3 สิงหาคม เป็นต้นไป ให้แก่สมาชิกในประเทศสหรัฐอเมริกา, แคนาดา, สหราชอาณาจักร, ไอร์แลนด์, ออสเตรเลีย และนิวซีแลนด์
สำหรับรูปแบบความยาวของวิดีโอจะมีความหลากหลายตั้งแต่คลิปสั้นความยาว 2-3 นาที ไปจนถึงตอนยาวที่มากกว่า 20 นาที ซึ่งการเดินเกมในรอบนี้ถือเป็นแนวทางที่มีความเสี่ยงต่ำสำหรับ Netflix ในการทดสอบว่าฐานผู้ใช้งานของตนเองมีความต้องการบริโภคเนื้อหาประเภทไลฟ์สไตล์ ข่าวสาร วิธีการทำสิ่งต่างๆ (How-to) หรือรายการบันเทิงดารา ที่มักจะได้รับความนิยมบนโลกอินเทอร์เน็ตมากน้อยเพียงใด เนื่องจากคอนเทนต์ลักษณะนี้ใช้ต้นทุนต่ำและผลิตได้รวดเร็วกว่าซีรีส์ฟอร์มยักษ์ทั่วไป
ไลน์อัปรายการที่จะถูกนำมาฉายบน Netflix มีทั้งรายการคลังเก่าระดับขึ้นหิ้งและซีรีส์ที่ยังคงอัปเดตอย่างต่อเนื่อง เช่น “30 Questions” และ “Tasty” จากฝั่ง BuzzFeed, รายการทดสอบจับเท็จอันโด่งดัง “Lie Detector Test” ของ Vanity Fair, รายการพาทัวร์บ้าน “Walking Tour” จาก Architectural Digest, “24 Hours” ของ Billboard รวมถึงรายการทำอาหารประหยัดงบ “Struggle Meals” จาก Tastemade โดยทางค่ายระบุว่าจะมีค่ายสื่ออื่นๆ เข้ามาร่วมสมทบเพิ่มเติมในอนาคต
ความเคลื่อนไหวครั้งนี้เกิดขึ้นตามหลังรายงานจากสำนักข่าว Bloomberg ที่ระบุว่า Netflix กำลังเผชิญหน้ากับความท้าทายในการรักษาฐานแฟนคลับให้คงอยู่ระหว่างการรอคอยซีรีส์ฟอร์มยักษ์จากซีซันแรกไปยังซีซันที่สอง ซึ่งเกิดจากปัญหาการทิ้งช่วงเวลาที่ยาวนานเกินไปจนทำให้ผู้บริโภคหันไปใช้เวลากับแพลตฟอร์มคู่แข่งอย่าง YouTube และ TikTok แทน ซึ่งสถิติล่าสุดพบว่า YouTube ได้แซงหน้า Netflix ในแง่ของเวลาเฉลี่ยที่ผู้ใช้งานรับชมต่อวันเป็นที่เรียบร้อยแล้ว
ก่อนหน้านี้ Netflix เคยพยายามแก้เกมด้วยการเปิดตัวฟีเจอร์ “Clips” ที่มีลักษณะการปัดฟีดแนวตั้งคล้าย TikTok เพื่อตัดส่วนไฮไลท์จากภาพยนตร์และซีรีส์มาดึงดูดให้คนกดเข้าไปดูเวอร์ชันเต็ม แต่สำหรับดีลความร่วมมือกับค่ายสื่อในรอบนี้จะแตกต่างออกไป เพราะเป็นการนำเอาคอนเทนต์วิดีโอขนาดสั้นเหล่านั้นเข้ามาเป็นคอนเทนต์หลักที่เปิดให้รับชมแยกต่างหากอย่างเต็มรูปแบบบนหน้าโฮมเพจเพื่อเพิ่มความหลากหลายและตรึงผู้ใช้งานไว้กับแพลตฟอร์มให้นานที่สุด
Netflix รายงานข้อมูลไตรมาสที่สองในปี 2562 มีรายได้เพิ่มขึ้น 26%
Netflix เปิดภาพแรกของ 3 นักธุรกิจขายบุญรุ่นใหม่ไฟแรง และทีมงานคุณภาพ …
Netflix เตรียมทำ “Extra Member” ระบบสมาชิกย่อยหารข้ามบ้านได้แต่จ่าย …