ในช่วงงาน Mobile Word Congress 2017 จริงๆ แล้ว จะเป็นช่วงที่ Samsung ต้องเปิดตัว Flagship ใหม่ อย่าง Galaxy S8 แต่ได้ขยับการเปิดตัวออกไปอีก 1 เดือน เป็นช่วงปลายเดือนมีนาคมนี้ แต่ Samsung ก็ไม่ได้ปล่อยให้งานว่างไป ได้จัดการเปิดตัวแท็บเล็ตรุ่นใหม่อย่าง Galaxy Tab S3 และ Galaxy Book ไปเป็นที่เรียบร้อยแล้ว
ซึ่ง Galaxy Tab S3 ถือว่าจัดเต็มในแง่ของสเปคและฟีเจอร์การใช้งาน ตัวเครื่องนั้นมีขนาด 9.7″ ความละเอียดสูง รองรับการแสดงผลแบบ HDR10 ใช้ชิปเซ็ต Snapdragon 820 และตัวเครื่องยังบางเบา พร้อมใช้งานร่วมกับอุปกรณ์เสริมอย่างปากกา S Pen และคีย์บอร์ดแป้นพิมพ์ที่แยกขายต่างหากอีกด้วย ส่วน Galaxy Book ก็แตกออกมาเป็น 2 รุ่น ตามขนาดหน้าจอ ได้แก่ ขนาด 10.6 นิ้ว และ 12 นิ้ว ในชุดขาย นอกจากจะแถม S Pen แล้ว ก็ยังแถมชุดคีย์บอร์ดให้ใช้งานด้วย
วันนี้เดี๋ยวเราจะมาแนะนำสเปคและความสามารถเด่นๆ ของ Galaxy Tab S3 และก่อนอื่นมาดูสรุปสเปคเครื่องกันก่อนมาชมเครื่องจริงกันครับ
๐ หน้าจอ Super AMOLED ขนาด 9.7 นิ้ว (1536×2048 / 264 พิกเซลตารางนิ้ว)
๐ หน้าจอสนับสนุนการแสดงผลเทคโนโลยี High Dynamic Range (HDR10)
๐ หน่วยประมวลผล Qualcomm Snapdragon 820 (64bit Quad-core)
๐ สนับสนุนการใช้งาน 4G LTE (Cat.6) / Wi-Fi MIMO / Bluetooth 4
๐ หน่วยความจำ RAM 4GB / ROM 32GB / MicroSD
๐ ลำโพงตัวเครื่อง 4 ตัว แบบสเตอริโอ ปรับแต่งโดยเทคโนโลยีเสียง AKG / ไมโครโฟน 2 ตัว
๐ ส่วนหนาตัวเครื่อง 6 มิลลิเมตร / แบตเตอรี่ขนาด 6000 มิลลิแอมป์ / USB-C (3.1)
๐ น้ำหนักตัวเครื่องรุ่น Wi-Fi 429 กรัม / รุ่น 4G น้ำหนัก 435 กรัม
๐ ระบบกล้องหลัก 13 ล้านพิกเซล (F/1.9) ระบบกล้องหน้า 5 ล้านพิกเซล (F/2.2)
๐ มีอุปกรณ์เสริมปากกาสไตลัส S Pen และคีย์บอร์ดแป้นพิมพ์
๐ ทำงานด้วยระบบปฏิบัติการ Android 7.0 Nougat / Multi-Windows
๐ วางจำหน่ายใน 2 สี ได้แก่ สีเงิน Silver และสีดำ Black
ส่วน Spec ของ Galaxy Book มีทั้งหมด 2 รุ่น คือ รุ่นที่หน้าจอขนาด 10.6 นิ้ว และรุ่นที่หน้าจอขนาด 12 นิ้ว มีสเปคดังต่อไปนี้
Galaxy Book 10.6 นิ้ว
๐ หน้าจอ LCD ขนาด 10.6 นิ้ว (1080×1920 พิกเซล)
๐ หน่วยประมวลผล Intel Core m3 (Dual-core 2.6GHz)
๐ เชื่อมต่อด้วย USB-C 1 ช่อง พร้อมระบบ Fast Charge
๐ อายุการใช้งานแบตเตอรี่เฉลี่ยได้ 10 ชั่วโมง 30WRr
๐ หน่วยความจำ 4GB RAM / ROM 64/128GB (eMMC) / MicroSD
๐ สนับสนุนการใช้งาน 4G LTE (Cat.6) / Wi-Fi MIMO / GPS / Bluetooth
๐ ระบบกล้องหลัก 5 ล้านพิกเซล ล๊อคระยะโฟกัส
๐ น้ำหนักเครื่องรุ่น Wi-Fi 640 กรัม / น้ำหนักเครื่องรุ่น 4G 650 กรัม
๐ ส่วนหนาตัวเครื่อง 8.9 มิลลิเมตร
๐ ปากกา S-Pen สนับสนุนแรงกดได้ 4096 ระดับ / หัวปากกา 0.7 มิลลิเมตร (แถมมาในกล่อง)
Galaxy Book 12 นิ้ว
๐ หน้าจอ AMOLED ขนาด 12 นิ้ว (1440×2160 / 216 พิกเซลตารางนิ้ว)
๐ หน้าจอสนับสนุนการแสดงผลเทคโนโลยี High Dynamic Range (HDR10)
๐ หน่วยประมวลผล Intel Core i5 (7th Dual-core 3.1GHz)
๐ เชื่อมต่อด้วย USB-C สองช่อง พร้อมระบบ Fast Charge
๐ อายุการใช้งานแบตเตอรี่เฉลี่ยได้ 10.5 ชั่วโมง 39WRr
๐ หน่วยความจำ RAM 4/8GB และ ROM 128/256GB (SSD) / MicroSD
๐ สนับสนุนการใช้งาน 4G LTE (Cat.6) / Wi-Fi MIMO / GPS / Bluetooth
๐ ระบบกล้องหลัก 13 ล้านพิกเซล AF และกล้องหน้า 5 ล้านพิกเซล
๐ น้ำหนักตัวเครื่อง 745 กรัม เท่ากันทั้งรุ่น Wi-Fi และ 4G
๐ ส่วนหนาตัวเครื่อง 7.4 มิลลิเมตร
๐ ปากกา S-Pen สนับสนุนแรงกดได้ 4096 ระดับ / หัวปากกา 0.7 มิลลิเมตร (แถมมาในกล่อง)
ส่วนราคา และช่วงที่จำหน่าย ยังไม่มีการประกาศอย่างเป็นทางการ ส่วนประเทศไทยนั้น จะเอารุ่นไหนมาขาย และจำหน่ายช่วงเวลาไหน ต้องรอทาง Samsung Thailand ประกาศอย่างเป็นทางการ
งานออกแบบตัวเครื่อง Galaxy Tab S3
Galaxy Tab S3 ตัวเครื่องออกแบบมาค่อนข้างบางมาก หน้าตาคล้ายๆ รุ่นก่อนๆ หน้านี้ แต่หน้าจอค่อนข้างเต็ม รุ่นนี้ โทรศัพท์ได้ แต่ไม่สามารถยกหูแนบกับเครื่องได้นะครับ เพราะไม่มีช่องหูฟัง ต้องใช้งานกับ Small Talk หรือ หูฟัง Bluetooth
เครื่องที่วางจำหน่าย มีทั้งหมด 2 สี คือ ขาว และ ดำ โดยตัวเครื่องด้านหลัง เป็นกระจกใส อาจจะต้องระวังเรื่องรอยขีดข่วน หรือรอยนิ้วมือที่อาจจะเลอะไปหน่อย ซึ่งเรื่องพวกนี้ แก้ไขไม่อยาก โดยการใช้เคส แต่การใช้เครื่องแบบเปลือยก็สวยงามไปอีกแบบ
ด้านหน้าตัวเครื่อง มีกล้องหน้าขนาด 5 ล้านพิกเซล ด้านล่างเป็นปุ่มกด พร้อมปุ่มกดย้อนหลัง และ Task bar
ด้านบนเป็นกล้องความละเอียด 13 ล้านพิกเซล F1.9 Auto Focus พร้อม Flash บันทึกภาพเคลื่อนไหว (VDO) ด้วยกล้องหลังความละเอียด 4K (3840×2160) @ 30fps ถือว่าสเปคให้มาจัดเต็ม ดูรวมๆ แล้วด้านหลังเครื่องดูเรียบง่ายมาก
Galaxy Tab S3 ได้ร่วมมือกับ AKG ในการพัฒนาระบบ และปรับแต่งเสียง ซึ่ง Tab S3 มีลำโพง รวมกันถึง 4 ลำโพงเลยทีเดียว (ข้างละ 2 ลำโพง ซ้าย-ขวา) ทำให้การฟังเพลง หรือดูภาพยนตร์ ได้เสียงกระหึ่มสะใจกันเลย
น้ำหนักของ Tab S3 ในรุ่นของ WiFi หนักอยู่ที่ประมาณ 429 กรัม และ LTE (ใส่ SIM ได้) อยู่ที่ 434 กรัม การจับและถือเล่นมือเดียว อาจจะทำได้ลำบาก เนื่องจากตัวเครื่องค่อนข้างบาง และลื่นจากที่ตัวเครื่องเป็นกระจก
ในส่วนของปากกา หลายๆ คนสงสัยว่าต้องซื้อเพิ่มเหมือนรุ่นก่อนหน้านี้หรือไม่ ตอบเลยว่าไม่ต้อง เพราะแถมให้ทุกกล่อง ปากกาที่แถมมี 2 สี หากใครซื้อสีดำ ก็จะแถมปากกาสีดำ สีขาว ก็จะแถมปากกาสีขาว หัวปากกามีขนาด 0.7mm วัดแรงการกดได้มากถึง 4096 ระดับ
แน่นอน ความสามารถในการใช้งานปากกา ถอดแบบมาจาก Galaxy Note ยกชุด สามารถขีดเขียน หรือวาดภาพงานต่างๆ ได้อย่างเต็มที่
Tab S3 มีความจุแบตเตอรี่ 6,000mAh ใช้พอร์ตแบบ USB 3.1 Type C รองรับการชาร์จไฟแบบ Fast Charging หน่วยความจำภายใน 32GB สามารถเพิ่มโดยการใส่ microSD ได้สูงสุด 256GB
สำหรับ Keyboard เป็นอุปกรณ์เสริมที่ต้องซื้อเพิ่มเอง เป็นรุ่นที่ต่อกับตัวเครื่องโดยตรง ไม่ต้อง pair กับ Bluetooth และไม่ต้องใช้แบตเตอรี่ ตั้งเอียงได้ 2 ระดับ และพับเก็บได้ ส่วนปากการไม่สามารถเก็บ สอดใส่กับตัวเครื่องได้ ต้องทำการเก็บกับเคสของ Keyboard
Galaxy Book 10.6 นิ้ว และ Galaxy Book 12 นิ้ว
ถือว่าแอบเซอร์ไพร์ซที่ Samsung กลับมาเล่นตลาดนี้อีกครั้ง หลังจากที่พับโครงการกับ Laptop รุ่นต่างๆ ที่ใช้ Windows ออกไปหมดเมื่อ 2 ปีที่แล้ว แต่ในครั้งนี้ กลับมาแก้เกมอีกครั้งกับ Series ใหม่ ที่ชื่อว่า Book และในงานนี้ เปิดตัวถึง 2 ขนาดด้วยกัน คือ ขนาด 10.6 นิ้ว และ 12 นิ้ว ขนาดที่ต่างกัน สเปคก็ต่างกันเยอะพอสมควร ทั้งเรื่อง CPU, จอแสดงผล, กล้องถ่ายภาพ, พอร์ตการเชื่อมต่อ
ทั้งสองรุ่นใช้วัสดุตัวเครื่องด้านนอกตัวเดียวกัน คือโลหะผิวด้านๆ รุ่น 12 นิ้วจะมีกล้องความละเอียด 13 ล้านพิกเซล พร้อม Auto focus (ไม่มี Flash) ถ่าย VDO ได้ความละเอียด FHD (1920X1080) @30fps แต่รุ่น 10.6 นิ้วไม่มีกล้องหลัง แต่ทั้งสองรุ่นมีกล้องหน้าความละเอียด 5 ล้านพิกเซล
พอร์ตในการเชื่อมต่อ ทั้งสองรุ่นใช้แบบ USB 3.1 Type C รุ่น 10.6 นิ้วมี 1 ช่อง และรุ่น 12 นิ้ว มี 2 ช่อง (หากไม่พอใช้ หาก USB Hub มาต่อเพิ่มกันได้เลย)
การจับการสัมผัส ด้วยความที่เป็น Tablet ขนาดใหญ่นิดนึง ทำให้ รุ่น 10.6 นิ้วมีน้ำหนักประมาณ 640 กรัม และรุ่น 12 นิ้วหนัก 754 กรัม ถือมือเดียวพอไว้อยู่ จับถือมือเดียวไม่ลื่นด้วยพื้นผิวโลหะด้านหลังแบบด้าน
จอแสดงผลทั้งสองรุ่นใช้ชนิดจอแสดงผลต่างกัน ในรุ่น 10.6 นิ้ว ใช้จอแบบ TFT FHD (1920×1280) และในรุ่น 12 นิ้ว ใช้ Super AMOLED FHD (2160×1440) แน่นอน ความสด ความชัดต้องยกให้จอแบบ AMOLED
และในงาน ก็ยังได้ประกาศความเป็นพันธมิตรในการพัฒนาการใช้งาน S Pen และ Adobe บริษัทที่ทำซอฟท์แวร์ชื่อดัง ในการพัฒนาปากกา S Pen ใช้งานกับโปรแกรม Adobe Photoshop ได้
โดยสรุปรวมแล้ว Galaxy Book ทั้งสองรุ่น ถือว่าน่าใช้มาก ตอบโจทย์การใช้งาน Windows ที่ในท้องตลาดอาจจะมีตัวเลือกไม่เยอะนัก สเปคครบครัน ประดุจขยายร่าง Smartphone ให้เป็น Tablet ใส่ SIM ได้ ใช้งาน Mobility รองรับ 4G LTE ความเร็วสูงสุด 300Mbps ชุด Keyboard และ ปากกา ก็แถมให้มาในกล่องเช่นกัน
ต้องมารอลุ้นว่า Samsung Thailand จะนำเข้ามาขายหรือไม่ ต้องติดตามกัน
และสุดท้าย Samsung ก็ทำเก๋ ร่วมมือกับ Staedtler ผู้ผลิตดินสอชื่อดังจากเยอรมัน ที่มีอายุกว่า 100 ปี ผลิต S Pen ในร่างของดินสอ Staedtler ถอดดีไซน์มาจากดินสอไม้รุ่น Noris มาทุกเม็ด หัวปากกาขนาด 0.7 มม. รองรับแรงกดได้ 4,096 ระดับ สามารถจดบันทึกบนหน้าจอได้โดยไม่ต้องเปิดหน้าจอ รวมทั้งเขียนบันทึกลงบนไฟล์ PDF และเซฟภาพ screenshot ได้ด้วย มีสองสีให้เลือก คือสีเหลือง – ดำ และสีเขียว – ดำ ทาง Samsung เองยังไม่ประกาศราคา และวันวางจำหน่ายแต่อย่างใด
(ชม Preview Samsung Galaxy Tab S3 และ Samsung Galaxy Book ในบรรยากาศหลังงานเปิดตัวที่ Spain)
และทั้งหมดนี้ คือความเคลื่อนไหวของ Samsung ในงาน Mobile World Congress 2017 ที่กรุงบาร์เซโลน่า ประเทศสเปน ทั้งนี้ ทีมงาน mxphone ขอขอบคุณทาง Samsung Mobile Thailand ที่ประสานงานให้ทีมงานได้เข้าร่วมงานในครั้งนี้
หากเครื่องทดสอบมาเมื่อไหร่ รอติดตามรีวิว ฉบับเต็มได้ 🙂



