เป็นสมาร์ทโฟนตัวท็อประดับกลางรุ่นใหม่ล่าสุดของแบรนด์ Motorola ที่เข้ามาทำตลาดในไทยโดยเริ่มวางขายกันไปตั้งแต่ช่วงปลายเดือนพฤษภาคมที่ผ่านมา สำหรับรุ่น Moto G6 Plus โมเดลใหม่ของตัว Moto G-Series ที่มีการปรับดีไซน์ให้เป็นไปตามสมัยนิยมขณะที่ราคาเครื่องเปล่าก็อยู่ที่ 9,990 บาทเท่านั้นเอง

สเปค Moto G6 Plus
- จอ IPS LCD อัตราส่วน 18:9 ขนาด 5.9 นิ้ว ความละเอียด FullHD+ (2160×1080 พิกเซล) มาพร้อมเทคโนโลยีความคมชัด Full HD Max Vision
- ชิปเซต Snapdragon 630 หน่วยประมวลผล Octa-core 2.2GHz Cortex-A53 ใช้ GPU Adreno 508
- สเปค RAM 4GB มีความจุตัวเครื่อง 64GB รองรับ microSD Card สูงสุด 128GB
- กล้องหลังคู่ 12+5 ล้านพิกเซล รูรับแสงกว้างสูงสุด f/1.7 ใช้ระบบจับโฟกัส Dual Autofocus Pixel technology มีพิกเซลไซส์ 1.4um และรองรับการบันทึกวิดีโอความละเอียดสูงสุด 4K Ultra HD (30fps)
- กล้องหน้าความละเอียด 16 ล้านพิกเซล รูรับแสง f/2.0 รองรับการบันทึกวิดีโอ FullHD (30fps)
- สนับสนุนการเชื่อมต่อ 3G, 4G, WiFi 802.11 a/b/g/n/ac, Bluetooth 4.2+EDR, GPS, GLONASS, A-GPS, BEIDOU และ NFC
- ใช้พอร์ต USB Type-C พร้อมช่องเสียบหูฟัง 3.5มม.
- ใช้ระบบปฏิบัติการ Android 8.0 Oreo
- ระบบรักษาความปลอดภัยเป็นเซ็นเซอร์สแกนลายนิ้วมือ และระบบปลดล็อคด้วยการสแกนใบหน้า
- มาพร้อมรูไมโครโฟน 3 ตัว ใช้ระบบเสียง Dolby Audio
- แบตเตอรี่ความจุ 3,200mAh รองรับการชาร์จเร็ว TurboCharge 15W
แพ็คเกจของ Moto G6 Plus เป็นสีเขียวมีชื่อรุ่น และสเปคไฮไลท์บอกครบบนหน้ากล่องขณะที่ของข้างในเรียกว่าจัดเต็มไม่ต้องไปหาซื้อเพิ่มเพราะมีทั้ง

- เครื่อง Moto G6 Plus
- อะแดปเตอร์ชาร์จเร็วเทคโนโลยี TurboCharge 15W พร้อมสาย USB Type-C
- หูฟังแบบอินเอียร์
- เคสซิลิโคน และฟิมล์ใสติดกันรอยหน้าจอ
- เข็มจิ้มถาดซิม
- คู่มือการใช้งาน

วัสดุและดีไซน์ของ Moto G6 Plus จัดว่ามาในเกรดพรีเมี่ยมด้วยเทคโนโลยี 3D Glass ขึ้นรูปกระจกทรงโค้งมนเล่นกับแสง และยังทำให้ตัวเครื่องมีความแข็งแรง อีกทั้งยังมีการเคลือบสารนาโนโคตติ้ง P2i water-repellent coating ป้องกันละอองน้ำได้ โดยที่สัดส่วนตัวเครื่อง 160 x 75.5 x 8.0 มม. มีนํ้าหนักอยู่ที่ 167 กรัม

ตัวหน้าจอเป็น IPS LCD คลุมด้วยกระจก Gorilla Glass ขอบโค้ง 2.5D ดีไซน์แบบ Max Vision Display ลดพื้นที่ขอบให้อัตราส่วนสมัยนิยม 18:9 ขนาดจออยู่ที่ 5.9 นิ้ว ความละเอียด Full HD+ (2160 x 1080 พิกเซล) มาพร้อมฟีเจอร์ Moto Display สามารถแสดงการแจ้งเตือนให้ได้ แม้ว่าจะปิดหน้าจออยู่ ช่วยเซฟการใช้พลังงานแบตฯได้เป็นอย่างดี


แม้ขอบจอจะบางลงแต่ด้านบนจอของ G6 Plus ก็ยังมาพร้อมกล้องหน้าและไฟแฟลช โดยที่มีลำโพงสำหรับเป็นลำโพงหลักและลำโพงสำหรับสนทนาข้อดีของการมีลำโพงตรงนี้คืออุ้งมือเราจะไม่ไปบังเสียงเวลาถือเครื่องแนวนอนในตอนที่เล่นเกมหรือดูวีดีโอครับ


ส่วนล่างของจอใต้โลโก้ Motorola เป็นเซ็นเซอร์สแกนลายนิ้วมือทรงแคปซูนซึ่งเป็นตำแหน่งสแกนลายนิ้วมือที่ใช้งานง่ายรับกับขนาดตัวเครื่อง และมีไมโครโฟนตัวแรกตรงมุมซ้าย

พลิกมาด้านหลังเป็นตัวเลนส์กล้องคู่พร้อมแฟลช Dual Tone วางบนโมดูลทรงกลมแบบหน้าปัดนาฬิกานูนขึ้นมาจากตัวเครื่องเล็กน้อยและมีช่องไมโครโฟนตัวที่ 2 อยู่บริเวณด้านล่าง

สำหรับพอร์ตการใช้งานและปุ่มกดต่างๆก็อยู่ที่ตำแหน่งเดิม ไล่ตั้งแต่พอร์ต USB Type-C และช่องหูฟัง 3.5 มม.อยู่ที่ด้านล่างเครื่อง ปุ่ม Power และปุ่มปรับระดับเสียงอยู่ด้านขวา ขณะที่ขอบด้านบนจะมีไมโครโฟนตัวที่ 3 สำหรับตัดเสียงรบกวน และช่องใส่ซิมแบบ Hybrid Slot ที่เลือกว่าจะใส่ 2 ซิม หรือเพิ่มเป็นหน่วยความจำเสริมแทน


มาที่ตัวสเปคภายในชิปเซตของ Moto G6 Plus เป็น Snapdragon 630 หน่วยประมวลผล Octa-core 2.2GHz Cortex-A53 ติดตั้ง GPU Adreno 508 ด้าน RAM ให้มา 4GB มีความจุตัวเครื่อง 64GB รองรับ microSD Card สูงสุด 128GB สนับสนุนการเชื่อมต่อ 3G, 4G, WiFi 802.11 a/b/g/n/ac, Bluetooth 4.2+EDR, GPS, GLONASS, A-GPS, BEIDOU และ NFC

ส่วนระบบเซ็นเซอร์ที่รุ่นนี้มีมาให้จากการทดสอบด้วย Sensor BOX for Android ก็มีทั้ง
- Accelerometer Sensor : เซ็นเซอร์จับลักษณะการเคลื่อนไหวของสมาร์ทโฟน การเอียงเครื่อง
- Light Sensor : เซ็นเซอร์วัดสภาพแสง เพื่อปรับการแสดงผลหน้าจอ
- Proximity Sensor : เซ็นเซอร์ตรวจจับระยะห่างระหว่างผู้ใช้กับเครื่องสมาร์ทโฟน
- Gyroscope Sensor : เซ็นเซอร์ตรวจจับลักษณะการหมุนของสมาร์ทโฟน
- Sound Sensor : เซ็นเซอร์ตรวจจับเสียง
- Magnetic Sensor : เซ็นเซอร์ตรวจจับคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้า (เข็มทิศดิจิตอล)

ระบบปฏิบัติการใช้ Android 8.0 Oreo ตัวระบบเป็นแบบ Pure Android เล่นกันลื่นๆไม่มีของติดมาให้รกเครื่องและรองรับการอัปเดตขั้นต่ำ 1 เวอร์ชั่นด้วย คือได้เป็น Android P แน่นอน

ส่วนลูกเล่นที่เป็นเอกลักษณ์อย่าง Moto Action ก็มีให้ใช้เช่นกัน อาทิเช่น

- ใช้ 3 นิ้วสัมผัสจอเพื่อแคปฯหน้าจอ
- ใช้เซ็นเซอร์สแกนลายนิ้วมือทำงานแทน 3 ปุ่มตรง Navigation
- จับเครื่องสับสองครั้งเพื่อเปิดไฟฉาย
- หมุนข้อมือไปพร้อมกับเครื่องสองเพื่อเปิดแอปฯกล้อง
- ลากนิ้วจากตรงกลางจอไปทางมุมซ้ายล่าง หรือขวาล่างเพื่อย่อหน้าต่างแอปฯ
- ยกโทรศัทพ์ขึ้นมาเพื่อหยุดเสียงเรียกเข้า
- คว่ำหน้าจอโทรศัพท์เพื่อเปิดโหมดห้ามรบกวน
สำหรับการแบ่งการทำงานสองจอก็ยังคงทำได้โดยกด Recent Apps ค้างไว้

ส่วนระบบรักษาความปลอดภัยนอกจากตัวสแกนลายนิ้วมือที่ทำได้อย่างว่องไวแล้ว ก็ยังมีระบบสแกนใบหน้าให้ใช้งานด้วย

แบตเตอรี่ของ G6 Plus ให้มา 3200mAh มีเทคโนโลยี TurboPower กำลังไฟ 15W ด้วยอะแดปเตอร์ที่ใส่มาให้ในกล่อง โดยที่ตัวแบตฯรองรับการใช้งานแบบหนักๆได้ที่ราว 14-15 ชั่วโมงต่อการชาร์จเต็ม 100% หนึ่งครั้ง

เรื่องการเล่นเกม Moto G6 Plus สามารถใช้งานตรงจุดนี้ได้โดยไม่มีปัญหาครับ แต่อาจจะไม่รองรับกับการแสดงผลกราฟฟิกในระดับสูงสุด แต่มีข้อดีตรงระบบเสียงที่เป็น Dolby Audio สามารถปรับแต่งให้คุณภาพเสียงออกมาดียิ่งกว่าเดิมและเป็นไปตามรูปแบบการใช้งานได้



สำหรับคะแนนทดสอบการประมวลผลบนแพลตฟอร์มยอดนิยมมีดังนี้
- PCMark for Android (Work 2.0) = 5021 คะแนน

- Geekbench 4 = Single-core : 872 คะแนน/ Multi-core : 4195 คะแนน

- AuTuTu Benchmark v7.0.7 = 88809 คะแนน

ด้านการถ่ายภาพนับว่าบังเอิญพอดีที่ตอนกำลังทำรีวิวรุ่นนี้อยู่ทาง Motorola ก็ได้มีการปล่อยอัพเดตครั้งใหญ่ให้กับแอปฯกล้องในชื่อ Moto Camera 2 ซึ่งมีการทำระบบให้รองรับฟีเจอร์ Google Lens และระบบ YouTube Live ขณะที่หน้าตาของ UI โดยรวมไม่ได้แตกต่างจากตัวเวอร์ชั่นเดิมที่ติดมากับเครื่องมากนักแต่ก็มีการปรับปรุงรูปแบบการใช้งานในบางจุดอาทิเช่น

- การซูม เข้า-ออก ที่ลากนิ้วขึ้นลงตรงหน้าจอได้เลย
- การชดเชยแสงที่ทำเหมือนกับการซูมแต่เปลี่ยนตำแหน่งมาลากนิ้วที่ตัวริมขวาของจอ
- หน้าตา UI ในส่วนการ Setting ที่รวมเอากล้องหน้าและกล้องหลังมาอยู่ด้วยกัน
- เพิ่ม Google Lens และ YouTube Live และแก้บัคทำให้แอปฯมีความเสถียร์มากขึ้น

ตัวของ YouTube Live เชื่อว่าส่วนใหญ่ก็น่าจะพอทราบกันอยู่แล้วว่าเป็นฟีเจอร์สำหรับไลฟ์สดขึ้นไปยังช่องทางของ YouTube แต่สำหรับ Google Lens เข้าใจว่าหลายคนน่าจะยังไม่ทราบว่าเป็นฟีเจอร์สำหรับทำอะไร
Google Lens เป็นฟีเจอร์สำหรับหาข้อมูลจากวัตถุหรือสถานที่ที่กล้องของสมาร์ทโฟนไปจับโดยใช้หลักการทำงานร่วมกันระหว่าง AI และรูปภาพ โดยที่ตามข่าวระบุว่าฟีเจอร์นี้จะใช้งานกับรูปภาพทั้ง ประเภท

- รูปทั่วไปเพื่อหาข้อมูลเกี่ยวกับรูปนั้นอาทิเช่น ชนิดดอกไม้ ประเภทของสัตว์
- รูปนามบัตรสำหรับบันทึกชื่อ, หมายเลขโทรศัพท์ หรือที่อยู่ไว้ในรายชื่อติดต่อได้
- รูปหนังสือสามารถดูรีวิวและรายละเอียดอื่นๆ ของหนังสือได้
- ใบปลิวหรือบิลบอร์ดงานอีเวนต์ซึ่งตัวผู้ใช้สามารถเพิ่มอีเวนต์ลงในปฏิทินได้เลย
- รูปสถานที่บอกตำแหน่งของสถานที่นั้นทันทีว่าอยู่ที่ไหน
อย่างไรก็ตามฟีเจอร์ดังกล่าวก็ดูจะยังไม่สนับสนุนการใช้งานประเทศไทยแบบ 100% ซึ่งก็ต้องรอให้ Google เข้ามาปรับปรุงในจุดนี้อีกสักระยะครับ

Moto G6 Plus มาพร้อมสเปคกล้องหลังคู่กล้องหลัก 12 ล้านพิกเซล รูรับแสง f/1.7 ขณะที่กล้องรอง 5 ล้านพิกเซล f/2.2 ใช้ระบบจับโฟกัส Dual Autofocus Pixel technology มีพิกเซลไซส์ 1.4um ติดแฟลช Dual tone LED

ตัวกล้องคู่ถูกนำมาใช้กับการถ่ายภาพบุคคลแบบหน้าชัดหลังเบลอด้วย Portrait Mode ซึ่งสามารถปรับระดับความละลายของฉากหลังได้ และยังเปิดให้เราเข้ามาแก้ไขหลังจากที่ถ่ายไปแล้วไม่ว่าจะเป็นเรื่องตำแหน่งโฟกัสและปรับระดับความเบลอใหม่ หรือทำให้จุดที่นอกโฟกัสกลายเป็นภาพ ขาว-ดำ


ขณะเดียวกันตัวความสามารถในการจับโฟกัสแบบแยกออกจากฉากหลังก็ยังถูกนำมาใช้งานในโหมด Cutout ซึ่งเป็นโหมดตัดต่อแยกตัวแบบออกจากฉากหลังเพื่อเอาฉากหลังใหม่ไปใส่ได้

ถ้าใครอยากถ่ายภาพแบบสนุกๆกล้องรุ่นนี้ก็มีโหมด Spot Color กับ Face filters ให้ใช้งานกันได้ครับ อยากได้อะไรแบบไหนก็สร้างสรรค์กันได้เลย

ขณะที่โหมด Manual ของกล้องหลังก็ปรับแต่งได้ทั้งระยะโฟกัส, ค่า White Balance, Speed Shutter (1/6000-1/3 วินาที), ISO (100-3200) และการชัดเชยแสง (+-2)

กล้องหน้ารุ่นนี้ทาง Motolora สำรวจมาแล้วว่าคนไทยชอบเซลฟี่เป็นพิเศษเลยจัดสเปคความละเอียดมาให้ที่ 16 ล้านพิกเซล รูรับแสง f/2.0 ซึ่งจะต่างกับของฝั่งสหรัฐฯ เพราะทางนั้นจะได้แค่ 8 ล้านพิกเซล และแน่นอนว่าถ่ายในที่แสงน้อยก็ทำได้ดีเพราะมีไฟแฟลช LED ติดมาให้ เพิ่มเติมด้วยลูกเล่นอย่าง Face filters


ส่วนการบันทึกวีดีโอกล้องหลังรองรับความละเอียดสูงสุด 4K UltraHD (30fps) ขณะที่กล้องหน้า FullHD (30fps) และมีฟีเจอร์บันทึกแบบ SlowMotion ทั้งกล้องหน้าและกล้องหลัง โดยที่เรามีวีดีโอตัวอย่างจากกล้องหลังมาให้ชมครับ
- ตัวอย่างภาพจากกล้องของ Moto G6 Plus

ด้านราคาของ Moto G6 Plus จัดว่าดีมากๆ เปิดเครื่องเปล่าที่ 9,990 บาท พร้อมโปรฯพิเศษ สำหรับลูกค้าทรูแบบรายเดือนก็สามารถเป็นเจ้าของได้ในราคาเพียง 6,990 บาทเมื่อจ่ายค่าบริการล่วงหน้า 1,500 บาท พร้อมสมัครแพ็กเกจ 4G Fun Unlimited 699 ขึ้นไป สัญญา 12 เดือน ถือว่าเป็นอีกรุ่นที่มีความคุ้มค่าตอบโจทย์คนที่กำลังมองหาสมาร์ทโฟนที่ใช้งานง่าย รูปลักษณ์หรูดูดี มีฟีเจอร์ครบ
