รีวิว Surface Laptop 5 แล็ปท็อปรุ่นไฮเอนด์จากค่าย Microsoft ที่โดดเด่นด้วยงานดีไซน์ที่หรูหรา วัสดุงานประกอบระดับพรีเมียม ชิปประมวลผลแรง พร้อมแบตเตอรี่ที่อึด โดยเครื่องที่เราได้มาเป็นรุ่นจอ 15 นิ้ว กับชิปประมวลผล Intel 12th Gen Evo Core i7-1255U
สารบัญ
สเปค Microsoft Surface Laptop 5 (15” / Intel 12th Gen Evo Core i7-1255U / 8GB+256GB SSD)
- ขนาดเครื่อง 340มม. X 244มม. X 14.7 มม หนักราว 1,560 กรัม สีที่วางจำหน่าย Black และ Platinum
- หน้าจอสัมผัส PixelSense 15 นิ้ว, ความละเอียด 2496 × 1664 (201 PPI), อัตราส่วน 3:2, Contrast ratio 1300:1, รองรับ Dolby Vision IQ
- จอออกแบบรองรับกับปากกา Surface ใช้ได้กับ Microsoft Pen Protocol (MPP)
- โปรเซสเซอร์ Intel 12th Gen Evo Core i7-1255U มี GPU Intel Iris Xe Graphics
- มีตัวเลือกสเปค LPDDR5x RAM ขนาด 8GB, 16GB หรือ 32GB กับ SSD แบบถอดได้ 256GB, 512GB หรือ 1TB
- ระบบปฏิบัติการ Windows 11 Home
- การเชื่อมต่อ
- USB-C (USB 4.0/Thunderbolt 4) x1
- USB-A 3.1 x1
- แจ็คหูฟัง 3.5 มิลลิเมตร x1
- พอร์ต Surface Connect x1
- รองรับเครือข่ายและการเชื่อมต่อ
- Wi-Fi 6: ใช้ได้กับ 802.11ax
- Bluetooth 5.1
- แบตเตอรี่ใช้งานตามปกติได้นาน 17 ชั่วดมง
- ติดกล้อง 720p HD มีเทคโนโลยีตรวจสอบใบหน้าพร้อม Windows Hello
- มีลำโพง Omnisonic พร้อม Dolby Atmos
- ใช้ไมโครโฟนสตูดิโอคู่แบบรับเสียงจากระยะไกล
- สเปคและราคาขายสำหรับลูกค้าทั่วไปในไทย
- 13.5” display
- Intel 12th Gen Evo Core i5, 8GB, 256GB SSD = 40,900 บาท
- Intel 12th Gen Evo Core i7, 16GB, 512GB SSD = 65,900 บาท
- 15” display
- Intel 12th Gen Evo Core i7, 8GB, 256GB SSD = 50,900 บาท
- Intel 12th Gen Evo Core i7, 16GB, 512GB SSD = 69,900 บาท
- 13.5” display

แกะกล่อง+ดีไซน์
เปิดด้วยการแกะกล่องกันก่อน Microsoft Surface Laptop 5 มากับแพ็คเกจที่ดูดีมีการจัดวางช่องเก็บอุปกรณ์ต่างๆ ได้อย่างเรียบร้อยโดยมีการให้อุปกรณ์มาทั้ง








- เครื่อง Surface Laptop 5
- สายชาร์จและอะแดปเตอร์
- คู่มือการใช้งาน+เอกสารด้านความปลอดภัยและการรับประกันสินค้า

งานประกอบแล็ปท็อปรุ่นนี้จัดว่าพรีเมียมด้วยวัสดุบอดี้ที่เป็นอะลูมิเนียม ขนาดเมื่อตอนพับเครื่องก็เบาบางซึ่งรุ่นที่เราได้มาเป็นตัวจอ 15 นิ้ว สัดส่วนเครื่องจะอยู่ที่ 340มม. X 244มม. X 14.7 มม และหนักราว 1.56 กิโลกรัม


การออกแบบฝาหลังก็เรียบหรูโดยสีเครื่องที่ได้มาเป็นสีเงิน Platinum ผิวสัมผัสแบบด้านตัดกับความเงางามของโลโก้ Microsoft ที่อยู่กลางฝาหลัง ซึ่งทำให้ตัวเครื่องดูมีอะไรมากขึ้น

สำหรับองค์ประกอบช่องเชื่อมต่อต่างๆ ไม่ว่าจะเป็น USB-C ที่มาพร้อมเทคโนโลยี USB 4.0/Thunderbolt 4 จำนวน 1 ช่อง, พอร์ต USB-A 3.1 จำนวน 1 ช่อง และ ช่องเสียบแจ็คหูฟัง 3.5 มิลลิเมตร 1 ช่อง อยู่ทางขอบเครื่องด้านซ้าย ส่วนขอบด้านซ้ายจะมีพอร์ต Surface Connect สำหรับชาร์จแบตเตอรี่


เมื่อพลิกดูใต้ฐานเครื่องจะพบกับช่องระบายความร้อนวางเรียงเป็นแถวยาวที่ด้านหลัง กับขายาง (rubber feet) ที่มีมาให้ 4 จุดเพื่อช่วยยกตัวแล็ปท็อปให้ลอยขึ้นจากพื้นสัมผัสด้านล่างเล็กน้อยจะได้มีช่องว่างให้อากาศไหลผ่านทำให้ระบายความร้อนใต้ตัวเครื่องได้ดียิ่งขึ้น


เมื่อกางเครื่องออกมาก็จะพบกับหน้าจอ PixelSense ซึ่งเป็นจอแบบสัมผัสที่รองรับได้สูงสุด 10 จุด อัตราส่วนการแสดงผล 3:2 คลุมทับด้วยกระจกรอย Gorilla Glass 5 และตามที่บอกกันไปก่อนหน้านี้ว่าเครื่องที่เราได้มาเป็นรุ่นจอ 15 นิ้ว เป็นจอที่มีเทคโนโลยี Dolby Vision IQ ความละเอียด 2496 × 1664 ความหนาแน่นพิกเซล 201 PPI มี Contrast ratio 1300:1 สามารถแสดงผลทั้งภาพและสีได้อย่างสดใสคมชัด ดูหนังได้ ท่องเว็บดี บนอัตราส่วนรีเฟรชเรท 60Hz หรือถ้าใครจะใช้ทำงานเอกสารก็แจ่มเพราะจอรองรับการทำงานกับปากกา Surface ที่สนับสนุน Microsoft Pen Protocol (MPP)


อย่างไรก็ตามก็ยังมีข้อสังเกตตรงพื้นที่ขอบจอของรุ่นนี้ที่มีความหนาประมาณหนึ่งเมื่อเทียบกับแบรนด์คู่แข่งในระดับราคาใกล้ๆ ที่สามารถลดพื้นที่ขอบจอให้บางกว่าได้แล้ว ซึ่งพื้นที่ขอบจอด้านบนของ Surface Laptop 5 จะเป็นจุดวางกล้องหน้า 720p พร้อมเซ็นเซอร์วัดระดับแสง

สำหรับคีย์บอร์ดของรุ่นนี้มีการวางระยะของปุ่มกดได้ดี ช่วยให้พิมพ์สัมผัสได้แม่นยำ แถมยังมีระบบไฟแบ็คไลท์ใต้คีย์บอร์ดเพื่อให้ความสว่างเวลาใช้งานในที่มืดโดยที่ไฟสามารถปรับความสว่างได้ถึง 3 ระดับ ขณะที่ทัชแพดก็ให้สัมผัสที่ดี ตรวจจับแรงกดและการลากของนิ้วได้อย่างแม่นยำ






เรื่องของระบบเสียงแล็ปท็อปรุ่นนี้ใช้ลำโพง Omnisonic ที่ซ่อนอยู่ใต้คีย์บอร์ดให้เสียงที่ชัดเจนสมจริง พร้อมระบบเสียง Dolby Atmos รอบทิศทาง ส่วนการรับเสียงมีไมโครโฟนสตูดิโอคู่สามารถเก็บเสียงที่พูดออกมาได้ดีเลยทีเดียว
ประสิทธิภาพ
โน้ตบุ๊ครุ่นนี้ถ้าเป็นตัวจอ 15 นิ้ว จะมีให้เลือกแค่สเปคชิปประมวลผล Intel 12th Gen Evo Core i7-1255U ส่วนความจำที่เราได้มาเป็นตัว LPDDR5x RAM ขนาด 8GB กับ SSD ขนาด 256GB ซึ่งถ้าใครคิดว่าไม่พอก็ยังมีทางเลือก RAM 16GB กับ 32GB และความจำเครื่อง 512GB กับ 1TB ให้เอาไปใช้งาน

ส่วนระบบปฏิบัติการที่มาพร้อมเครื่องเป็น Windows 11 Home ของแท้รองรับการอัพเดตแบบ OTA ขณะที่ฟังค์ชั่นรักษาความปลอดภัยของเครื่องก็มีการให้ล็อกอินเข้าสู่ระบบด้วยใบหน้า Windows Hello ซึ่งทำได้รวดเร็วทันใจถ้าเจอกับสภาพแวดล้อมที่มีแสงเพียงพอ แต่ก็น่าเสียดายที่รุ่นนี้ไม่มีทางเลือกอื่นระบบรักษาความปลอดภัยอื่นอย่างเซ็นเซอร์สแกนลายนิ้วมือมาให้






ในเชิงการใช้งานจริงถ้าเป็นงานเอกสาร, ทำงานทั่วไป, ใช้เล่นอินเตอร์เน็ต หรือจะเป็นการเปิด Photoshop เพื่อทำภาพที่เป็นงานกราฟฟิกเบาๆ Surface Laptop 5 สามารถรองรับได้ไม่มีปัญหา แต่ถ้าจะใช้งานในเชิงที่หนักหน่วงขึ้นอย่างเล่นเกมระบบ AAA ที่มีภาพกราฟฟิก รายละเอียดหนักๆ หรือจะเป็นการตัดต่อวีดีโอจากที่ลองทดสอบมาตัวแล็ปท็อปรุ่นนี้ก็อาจจะยังไม่ตอบโจทย์นัก แต่ถ้าเป็นเกมออนไลน์ หรือเกมกราฟฟิกกลางๆ ยังพอถูไถไปได้



แบตเตอรี่
อ้างอิงจากใบสเปค Microsoft Surface Laptop 5 นั้นสามารถใช้งานได้นานสูงสุดถึง 17 ชั่วโมง ซึ่งแน่นอนว่าเป็นตัวเลขที่เกิดขึ้นในห้องปฏิบัติการ แต่สำหรับการทำงานจริงจะมีทั้งการเชื่อมต่อเครือข่ายต่างๆ การเปิดแอปที่ต้องการกำลังประมวลผลที่ไม่เท่ากัน แต่จากความสามารถในการจัดการพลังงานแล้วแล็ปท็อปรุ่นนี้ก็เอาอยู่สามารถทิ้งสายชาร์จพกออกไปใช้งานนอกสถานที่ 5-6 ชั่วโมงก็ยังไหว

สรุป+ราคา
Surface Laptop 5 นับว่าเป็นอุปกรณ์แล็ปท็อปที่หรู ดูดี งานประกอบพรีเมียมแข็งแรงให้สเปคที่รองรับการทำงานได้ยืดหยุ่นแต่ก็มีข้อสังเกตทั้งเลือกพอร์ตเชื่อมต่อที่ค่อนข้างน้อย, ขอบจอที่ยังหนาอยู่, หรือทางเลือกด้านระบบรักษาความปลอดภัยแบบไบโอเมตริกซ์ที่มีแค่การสแกนใบหน้าเท่านั้น
ส่งท้ายเรื่องของราคา Microsoft Surface Laptop 5 เคาะราคาและมีรูปแบบการวางจำหน่ายในไทยดังนี้
