
Meta เปรย Facebook และ Instagram อาจจะปิดการให้บริการในฝั่งยุโปร หากโดนข้อกฏหมายจำกัดจนไม่สามารถโอนย้ายข้อมูลมายังเซิร์ฟเวอร์ในสหรัฐอเมริกา
เผยสัดส่วนตลาด SNS ปี 2021 เบอร์ 1 ของโลกยังเป็น FACEBOOK แต่ไม่ใช่กับญี่ปุ่น
บริษัทแม่ของ Facebook ได้รายงานผลประกอบการประจำปีต่อสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์สหรัฐอเมริกา (US Securities and Exchange Commission) ไปเมื่ออาทิตย์ที่ผ่านมา ซึ่งทางยักษ์ใหญ่ด้านเทคโนโลยีได้อ้างว่าปัจจุบันบริษัททำธุรกิจยากขึ้นเนื่องจากตัวกฏหมายและข้อบังคับจากหน่วยงานกำกับดูแล, ศาล และองค์กรนิติบัญญัติของยุโรป ที่มีความเข้มงวดกับผู้ให้บริการโซเชียลมีเดียมากขึ้นเรื่อยๆ
สิ่งที่เป็นประเด็นสำคัญคือคำตัดสินจากศาลยุติธรรมยุโรป (Court of Justice of the European Union) ที่ตัดสินว่า “Privacy Shield” ไม่ชอบด้วยกฎหมายอีกต่อไปในเดือนกรกฎาคม ปี 2020
Privacy Shield คือข้อตกลงความร่วมมือกันระหว่างกระทรวงพาณิชย์ของสหรัฐอเมริกาและคณะกรรมาธิการยุโรป สำหรับการถ่ายโอนข้อมูลผู้ใช้พลเมืองยุโรปไปยังสหรัฐอเมริกา แต่ก็ถูกยกเลิกโดย CJEU
ปัจจุบัน Meta อาศัยข้อสัญญามาตรฐานในการถ่ายโอนข้อมูล ซึ่งบริษัทได้เตือนว่าการดำเนินงานอาจจะอยู่ภายใต้การพิจารณาด้านกฏระเบียบและการพิจารณาคดี โดยเชื่อว่าการตัดสินจำกัดความสามารถในการถ่ายโอนข้อมูลอาจจะถูกยกเลิกในช่วงครึ่งแรกของปี 2022
“หากไม่มีการนำกรอบการทำงานเรื่องการถ่ายโอนข้อมูลข้ามมหาสมุทรแอตแลนติกใหม่มาใช้ และเราไม่สามารถพึ่งพา SCC ต่อไป หรือต้องพึ่งวิธีอื่นในการถ่ายโอนข้อมูลจากยุโรปไปยังสหรัฐ เราก็อาจจะไม่สามารถนำเสนอสิ่งที่สำคัญที่สุดหลายอย่างของเราได้ทั้งตัวโปรดักซ์และบริการ รวมถึง Facebook และ Instagram ในยุโรป ซึ่งจะส่งผลกระทบอย่างมีนัยสำคัญและเป็นผลด้านลบต่อธุรกิจ สถานะการเงิน และผลการดำเนินงานของเรา” Meta กล่าวในรายงาน