
Meta (ชื่อเดิมคือ Facebook) ได้รายงานผลประกอบการประจำไตรมาสที่ 4 ของปีงบประมาณ 2021 โดยที่กำไรต่อหุ้นอยู่ที่ระดับ 3.67 ดอลลาร์ ต่ำกว่าที่นักวิเคราะห์ของ Refinitiv คาดการณ์ว่าน่าจะอยู่ที่ 3.84 ดอลลาร์ ทางด้านรายได้อยู่ที่ 33.67 ล้านดอลลาร์ สูงกว่าที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ไว้ที่ระดับ 33.4 ล้านดอลลาร์
ทางด้านตัวเลขยอดผู้ใช้งานรายวันและรายเดือนของ Meta ก็ต่ำกว่าที่คาดการณ์ไว้โดยมียอดผู้ใช้งานรายวัน (DAU) อยู่ที่ 1.93 พันล้านราย ต่ำกว่าที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ไว้ที่ 1.95 พันล้านราย และยอดผู้ใช้งานรายเดือน (MAU) อยู่ที่ 2.91 พันล้านราย ต่ำกว่าที่คาดการณ์ไว้ 2.95 พันล้านราย
ขณะที่บรรดาแอปในเครือของ Meta ประกอบด้วย Facebook, Instagram, WhatsApp และ Messenger ทำรายได้รวมกัน 32.79 พันล้านดอลลาร์ มีรายได้จากการดำเนินงาน 15.89 พันล้านดอลลาร์ ส่วนแผนก Reality Labs (รวมถึงหน่วย R&D สำหรับแอปพลิเคชั่น AR/VR และส่วนที่ขายฮาร์ดแวร์ของผลิตภัณฑ์และโซลูชั่น Oculus) ทำรายได้ไป 877 ล้านดอลลาร์ ขาดทุนจากการดำเนินงาน 3.3 พันล้านดอลลาร์
Mark Zuckerberg ได้ให้ข้อมูลว่าทางบริษัทมีนโยบายที่ชัดเจนในการพัฒนาระบบ Reels ของ Meta โดยเป็นการให้ความสำคัญในระยะยาว เพื่อให้แอปเป็นบริการที่ดีที่สุดสำหรับกลุ่มผู้ใช้วัยรุ่น และเชื่อว่าแพลตฟอร์มวีดีโอแบบสั้นจะสร้างรายได้เช่นเดียวกันกับ Feed หรือ Stories มากกว่าระบบ Watch จนมีแนวโน้มว่า Reels อาจจะกลายเป็นแหล่งรายได้หลักในอนาคต
ขณะที่ทิศทางการลงทุนในปี 2022 ทาง Meta จะให้ความสำคัญกับ Reels โดยเพิ่มแนวทางที่ผู้คนจะเข้าถึงเนื้อหาในอนาคต และ Reels เป็นรูปแบบของเนื้อหาที่มีการเติบโตเร็วที่สุดของบริษัท นอกจากนี้ทางบริษัทยังเล็งเห็นความสำคัญของการเพิ่มฟีเจอร์แบบ Discord หรือ Slack ให้กับ Facebook Groups รวมถึงการทำให้ WhatsApp จัดระเบียบการแชทกลุ่มให้ดีขึ้น และค้นหาข้อมูลง่ายขึ้น