LINE MAN Wongnai และ LINE ประเทศไทย ชี้แจงซื้อหุ้น RLP เพื่อสร้างบริการไร้รอยต่อ ยันไม่กระทบผู้ใช้

โดย RingRangRung | 4 กันยายน 2566 เมื่อ 15:56 น. | อ่าน 256

ผู้บริหาร LINE MAN Wongnai และ LINE ประเทศไทย ชี้แจงประเด็นการเข้าซื้อหุ้นทั้งหมดของ Rabbit LINE Pay (RLP) จากผู้ถือหุ้นเดิม อย่าง บริษัท แรบบิทเพย์ ซิสเทม จำกัด และ บริษัท แอดวานซ์ เอ็มเปย์ จำกัด

เมื่อวันที่ 31 สิงหาคมที่ผ่านมา LINE MAN Wongnai และ LINE ประเทศไทย ได้ประกาศข่าวการเข้าซื้อกิจการ Rabbit LINE Pay (RLP) จากผู้ถือหุ้นเดิม ได้แก่ บริษัท แรบบิทเพย์ ซิสเทม จำกัด และ บริษัท แอดวานซ์ เอ็มเปย์ จำกัด และถือเป็นการเข้าซื้อกิจการเป็นครั้งที่ 2 ในปีนี้ของ LINE MAN Wongnai หลังจากที่เพิ่งเข้าซื้อกิจการ FoodStory สตาร์ทอัพไทยผู้พัฒนาระบบ POS สำหรับร้านอาหารไปเมื่อเดือนกรกฏาคมที่ผ่านมา

จากการซื้อหุ้นดังกล่าวทำให้ LINE MAN Wongnai กลายเป็นผู้ถือหุ้นใหญ่ของ RLP โดยที่ คุณ ยอด ชินสุภัคกุล ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร และ ชอง อิน ยัง ประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายการเงินของ LINE MAN Wongnai จะเข้ามาดำรงตำแหน่งเดียวกันใน RLP ด้วย

ดร. พิเชษฐ ฤกษ์ปรีชา ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร LINE ประเทศไทย เผยว่าปัจจุบันการใช้ชีวิตแบบดิจิทัลไลฟ์ได้เข้ามามีบทบาทกับสังคมไทยมากขึ้น

“LINE MAN Wongnai และ LINE ประเทศไทย เป็นแบรนด์และแพลตฟอร์มที่คนให้ความไว้วางใจด้านข้อมูลข่าวสารและความปลอดภัยซึ่งหัวใจสำคัญของการทำ e-Payment ซึ่งด้วยธุรกิจหลาย ๆ อย่างที่เรามีทำให้เรามีความคิดที่ว่าเราน่าจะนับมือกันภายในได้เพื่อสร้างเสริมสิ่งที่มีให้พิเศษ ให้ไร้รอยต่อมากขึ้น ด้วยบริการใหม่ ๆ ที่จะโตไปด้วยกัน ซึ่งเป็นการสร้างโอกาสใหม่ ๆ ให้กับทางผู้ใช้”

ขณะเดียวกันทาง คุณ ยอด ชินสุภัคกุล ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร LINE MAN Wongnai ก็ได้ให้การยืนยันว่าผู้ใช้งานผลิตภัณฑ์ของ RLP จะไม่ได้รับผลกระทบใด ๆ จากการเปลี่ยนแปลงโครงสร้างผู้ถือหุ้น ไม่ว่าจะเป็นการใช้จ่ายผ่านบริการของ RLP ได้ทุกช่องทางเช่นเดิม รวมทั้งการเชื่อมต่อกับระบบตั๋วรถไฟฟ้า BTS และการชำระค่าบริการ AIS

“สิ่งที่เราต้องการในอนาคตหลังการเข้าซื้อกิจการ RLP คือการพัฒนาบริการให้มีความครอบคลุม โดยที่ตัวผมและคุณชอง อิน ยัง จะเข้ามาทำหน้าที่เป็น CEO และ CFO ของทั้งสองบริษัท และตอนนี้ยังไม่มีการเปลี่ยนแปลงในการทำงานของทีม RLP เดิม”

Rabbit LINE Pay ดำเนินธุรกิจด้าน e-Payment ในไทยมาอย่างยาวนาน ให้บริการครอบคลุมทั้งการจ่ายเงินออนไลน์และออฟไลน์ แต่เมื่อพฤติกรรมการใช้ e-Payment ของคนไทยและตลาด Fintech ในไทยโดยที่ปัจจุบันมีผู้ใช้งานมากกว่า 10 ล้านราย และมีทิศทางที่โตขึ้นในทุก ๆ ปี

ด้วยเหตุนี้ทาง LINE MAN Wongnai และ LINE ประเทศไทย ที่เป็นผู้ถือหุ้นใหญ่มองว่าเป็นจุดเริ่มต้นที่ดีที่จะได้สร้างบริการที่ไร้รอยต่อและเป็น One stop service โดยเชื่อมต่อ RLP เข้ากับบริการต่าง ๆ ที่ LINE มีซึ่งต่างก็ต้องการแพลตฟอร์มธุรกรรมอยู่แล้วให้แนบสนิทยิ่งกว่าเดิม และขณะที่RLP เองก็จะได้มูลค่าเพิ่มผ่านตัวบริการต่าง ๆ ของ LINE ที่เข้ามา ซึ่งผู้บริหารมองว่าตลาด e-Payment ในไทยจะโตขึ้นตามรูปแบบการใช้ชีวิตของผู้บริโภคและLINE เองก็หวังจะได้เป็นผู้เล่นหลักของตลาด

อย่างไรก็ดีภายในปีครึ่งนับจากนี้ทางผู้บริหารได้ยืนยันว่า RLP ยังไม่มีแผนที่จะสร้างบริการในรูปแบบสินเชื่อเหมือนกับผู้เล่นรายอื่น ๆ แต่ในอนาคตก็มีแนวโน้มที่จะได้เห็นการทำงานร่วมกับ LINE BK ที่บริการจะเป็นในรูปแบบของสินเชื่อปัจจุบันของ LINE

สำหรับการทำงานร่วมกับรัฐบาลใหม่ที่มีนโยบายกระเป๋าเงินดิจิทัล (Digital Wallet) ทาง ผู้บริหาร RLP มองว่ายังคงต้องรอดูความชัดเจนของนโยบายเนื่องจากเป็นรัฐบาลที่เพิ่งตั้งขึ้นมา และยินดีให้ความร่วมมือหากทางภาครัฐต้องการการสนับสนุน แต่ในขณะเดียวกันก็คาดหวังว่าฝั่งรัฐบาลจะเลือกใช้เทคโนโลยีที่มีความเหมาะสม

About Author

RingRangRung

RingRangRung

Partners