Lenovo เตือนราคา RAM และ SSD อาจแพงต่อเนื่องจนถึงปี 2030

โดย RingRangRung | 29 มิถุนายน 2569 เมื่อ 16:10 น.
Lenovo

กระแสความนิยมและอัตราการเติบโตอย่างก้าวกระโดดของเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ (AI) กำลังส่งผลกระทบเชิงลบต่ออุตสาหกรรมฮาร์ดแวร์อย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ เมื่อหนึ่งในผู้ผลิตคอมพิวเตอร์พีซีรายใหญ่ที่สุดของโลกอย่าง Lenovo ได้ออกมาส่งสัญญาณเตือนครั้งสำคัญแก่คนในวงการ

ภายในงานประชุม ISC 2026 ซึ่งจัดขึ้นที่ประเทศเยอรมนี ตัวแทนจาก Lenovo ได้ขึ้นมาให้ข้อมูลและส่งสัญญาณเตือนอย่างจริงจังว่า อัตราการปรับตัวสูงขึ้นอย่างรุนแรงของราคาชิ้นส่วนโครงสร้างหน่วยความจำหลักอย่าง DRAM และหน่วยความจำแบบแฟลชอย่าง NAND Flash อาจไม่ใช่เพียงแค่สภาวะราคาพุ่งตัวขึ้นชั่วคราว ทว่าระดับราคาที่พุ่งสูงขึ้นนี้มีแนวโน้มที่จะกลายมาเป็น New Normal ของอุตสาหกรรม และจะยังคงทรงตัวอยู่ในระดับสูงเช่นนี้ลากยาวไปจนถึงปี 2030 หรือนานกว่านั้น

ข้อมูลสถิติที่ Lenovo นำมาเปิดเผยแสดงให้เห็นว่า ดัชนีราคาของชิ้นส่วนเหล่านี้เริ่มมีอัตราการปรับตัวพุ่งสูงขึ้นอย่างรุนแรงตั้งแต่ช่วงปลายไตรมาสที่ 3 จนถึงช่วงต้นไตรมาสที่ 4 ของปี 2025 ซึ่งเป็นระดับราคาที่สูงเกินกว่าที่นักวิเคราะห์หลายสำนักคาดการณ์ไว้

ปัจจัยเร่งสำคัญมาจากความต้องการใช้ชิ้นส่วนเพื่อนำไปประมวลผลระบบ AI ในศูนย์ข้อมูลขนาดใหญ่ ส่งผลให้ไม่มีแนวโน้มที่จะได้เห็นราคาของหน่วยความจำปรับตัวลดลงไปอยู่ในระดับที่ถูกเหมือนเช่นในช่วงต้นปี 2025 อีกต่อไป

ต้นตอหลักของปัญหาในครั้งนี้เกิดจากสภาวะความต้องการในตลาดเติบโตขึ้นรวดเร็วกว่าขีดความสามารถในการผลิตค่อนข้างมาก ซึ่งแม้ว่าโรงงานผู้ผลิตชิ้นส่วนรายใหญ่จะพยายามเร่งสร้างโรงงานผลิตแผ่นเวเฟอร์ (Wafer Fabs) แห่งใหม่ๆ เพิ่มเติม แต่ก็ต้องใช้เวลาอีกหลายปีกว่าที่กำลังการผลิตใหม่เหล่านั้นจะสามารถเข้ามาเติมเต็มความต้องการในตลาดได้อย่างเป็นรูปธรรม

แนวคิดนี้สอดคล้องกับข้อมูลของ Micron ที่ออกมายอมรับก่อนหน้านี้ว่าแม้แต่กลุ่มลูกค้ารายใหญ่ที่สุดของบริษัทก็ยังไม่สามารถจัดหาชิ้นส่วนได้ครบตามจำนวนที่ต้องการ เช่นเดียวกับ Samsung และ SK Hynix ที่ออกแสดงความกังวลในลักษณะเดียวกัน

ทางด้าน SK Hynix ซึ่งเป็นผู้ผลิตรายหลักในกลุ่มหน่วยความจำแบนด์วิดท์สูง (HBM) สำหรับชิปประมวลผล AI ได้เริ่มประกาศเร่งแผนการขยายกำลังการผลิตให้เร็วขึ้นกว่าเดิม โดยมีเป้าหมายที่จะเพิ่มกำลังการผลิตแผ่นเวเฟอร์ DRAM ขึ้นเกือบสองเท่าภายในช่วงปี 2030–2031 และเพิ่มผลผลิตโดยรวมขึ้นเป็นสามเท่าภายในช่วงปี 2034 ทว่ากลุ่มนักวิเคราะห์ในตลาดก็ยังคงตั้งข้อสงสัยว่าการเร่งกำลังการผลิตในระดับนี้จะเพียงพอต่อความต้องการที่มหาศาลของอุตสาหกรรมชิป AI หรือไม่

แม้ว่าสภาวะตลาดดังกล่าวจะส่งผลดีต่อผลกำไรของบริษัทผู้ผลิตหน่วยความจำ แต่ในทางกลับกัน มันกำลังส่งผลให้ปริมาณสินค้าคงคลังสำหรับกลุ่มผู้บริโภคทั่วไป (Consumer-grade DRAM และ NAND) ตกอยู่ในสภาวะตึงตัว ซึ่งหมายความว่าต้นทุนที่เพิ่มขึ้นนี้กำลังค่อยๆ ส่งผลกระทบต่อเนื่องมายังราคาจำหน่ายของผลิตภัณฑ์ในชีวิตประจำวันอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ ไม่ว่าจะเป็น คอมพิวเตอร์พีซี, โน้ตบุ๊ก, สมาร์ทโฟน, ไดรฟ์ SSD รวมถึงค่าบริการระบบคลาวด์ (Cloud Services)

สำหรับกลุ่มผู้บริโภคทั่วไปและภาคธุรกิจ มุมมองจากทาง Lenovo ในครั้งนี้สะท้อนให้เห็นว่า การเลือกอัปเกรดคอมพิวเตอร์เครื่องเดิมหรือการตัดสินใจซื้ออุปกรณ์ไอทีชิ้นใหม่ในอนาคต จะยังคงมีระดับราคาวางจำหน่ายที่สูงกว่าที่เราเคยคุ้นเคยในอดีต โดยอุตสาหกรรมกำลังก้าวข้ามจากวัฏจักรราคาหน่วยความจำแบบเดิมๆ (ที่มักจะมีช่วงราคาขึ้นและลงสลับกัน) ไปสู่ยุคสมัยใหม่ที่มีฐานราคาตั้งต้นถาวรในระดับที่สูงขึ้น โดยมีกระแสเทคโนโลยี AI เป็นตัวขับเคลื่อนหลักนั่นเอง

Lenovo เปิดงาน “Lenovo x FIFA Activation” พร้อมโชว์ตัวคอลเลกชัน …
Lenovo เปิดตัว Yoga Mini i พีซีจิ๋วระดับพรีเมียม ขุมพลัง AI วางขายไทย …
รีวิว Lenovo Yoga Slim 7 Ultra 14IPH11 โน้ตบุ๊ก Copilot+ PC บางเบาไม่ …

ที่มา: vcu, gizmochina

About Author

RingRangRung

RingRangRung

Partners