
BIG Camera ผนึกกำลัง Leica เปิดตัว Leica Store Siam Paragon สาขาที่สามของเอเชีย นำผลิตภัณฑ์ Leica ครบทุกกลุ่ม ตั้งแต่กล้องถ่ายภาพ, เครื่องฉายภาพ, นาฬิกา, ของสะสม และอุปกรณ์ส่องทางไกล จัดแสดง ภายในพื้นที่ที่ถูกออกแบบมาอย่างล้ำสมัย เต็มเปี่ยมด้วยแรงบันดาลใจและพลังแห่งศิลปะ

ธนสิทธิ์ เธียรกาญจนวงศ์ กรรมการผู้จัดการ บริษัท บิ๊ก คาเมร่า คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) เปิดเผยอินไซด์ของตลาดกล้องดิจิทัลทั่วโลก พบว่าประเทศไทยช่วง 2-3 ปีที่ผ่านมา มีอัตราการเติบโตอย่างต่อเนื่อง เฉลี่ยปีละกว่า 10-15% อีกทั้งได้เห็นทิศทางตลาดสินค้ากลุ่ม Luxury Brand ในประเทศไทยที่มีอัตราการเติบโตอย่างก้าวกระโดด แม้จะอยู่ท่ามกลางภาวะเศรษฐกิจที่ชะลอตัว
โดยปัจจัยหลักมาจากไลฟ์สไตล์ของคนรุ่นใหม่เปลี่ยนแปลงไป โดยเฉพาะกลุ่ม Gen Z หันมานิยมซื้อสินค้าในระดับลักซ์ชัวรี่เพิ่มมากขึ้น ทั้งการซื้อเพื่อใช้เองและการเก็บสะสม หรือเพื่อการลงทุน อีกทั้งประเทศไทยยังคงเป็นจุดหมายปลายทางของการช้อปปิ้งสินค้าแบรนด์ลักซ์ชัวรี่ระดับโลก เพื่อให้บริการทั้งชาวไทยและนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติ
โดยล่าสุด ได้จับมือ Leica เปิด “Leica Store Siam Paragon” ภายใต้คอนเซ็ปต์ใหม่ล่าสุดแห่งแรกในประเทศไทย ณ ศูนย์การค้า สยามพารากอน บริเวณ ชั้น 2 ด้วยการออกแบบที่สอดคล้องกับคอนเซ็ปต์หลักตามมาตรฐานไลก้าทั่วโลก ถือเป็นสาขาที่สามในเชีย ต่อจาก สิงคโปร์ และอินเดีย รองรับนักท่องเที่ยวระดับ High-spending และกลุ่มนักท่องเที่ยวเชิงประสบการณ์ (Experiential Travelers) เข้ามาท่องเที่ยวในประเทศไทยเพิ่มมากขึ้น

มร. สุนิล คาวล์ กรรมการผู้จัดการ ไลก้า คาเมร่า เอเชียแปซิฟิก กล่าวว่า “Leica ไม่ได้เป็นเพียงแบรนด์กล้องระดับพรีเมียม แต่คือผู้รังสรรค์เครื่องมือเพื่อบันทึกช่วงเวลาที่มีคุณค่า โดยการเปิด Leica Store Siam Paragon แห่งใหม่นี้ คือการสร้างแรงบันดาลใจและประสบการณ์ที่จะเชื่อมโยงผู้คนจากเอเชียตะวันออกเฉียงใต้สู่ครอบครัว Leica
ด้วยความโดดเด่นของพื้นที่ตั้งอันเป็นแลนด์มาร์กระดับโลกอย่าง สยามพารากอน ศูนย์การค้าใจกลางกรุงเทพมหานคร แหล่งรวมแบรนด์หรูระดับสากล ไลฟ์สไตล์ที่ครบวงจร และประสบการณ์การช้อปปิ้งที่เหนือระดับ จุดหมายปลายทางของนักช้อปทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติ และด้วยทำเลที่ตั้งอันเป็นยุทธศาสตร์ การออกแบบที่ทันสมัย และความสามารถในการเชื่อมโยงวัฒนธรรมกับไลฟ์สไตล์ระดับพรีเมียม สยามพารากอนจึงไม่เพียงเป็นศูนย์กลางแห่งการค้า แต่ยังเป็นสัญลักษณ์ของความเจริญก้าวหน้าของกรุงเทพฯ ในฐานะมหานครแห่งเอเชียอย่างแท้จริง

Leica Store Siam Paragon ตั้งอยู่บริเวณชั้นสอง Siam Paragon ออกแบบมาเพื่อเป็นบ้านหลังใหม่ด้วยการหลอมรวมตำนานอันทรงคุณค่าของ Leica เข้ากับวัฒนธรรมร่วมสมัยของไทยอย่างลงตัว พร้อมให้สัมผัสผลิตภัณฑ์ Leica ครบทุกกลุ่ม ตั้งแต่กล้องถ่ายภาพ, เครื่องฉายภาพ, นาฬิกา, ของสะสม และอุปกรณ์ส่องทางไกล
- ของสะสมสุดพิเศษ LEICA BE@RBRICK ROYAL SELANGOR 400% – จากการ Collaboration กันของ 3 แบรนด์ดังระดับไอคอนิค อันได้แก่ Medicom Toy, Royal Selangor และ Leica สู่ Art Toy แห่งความคิดถึงที่มีแรงบันดาลใจในการออกแบบมาจากกล้อง Prototype “UR-Leica” จุดกำเนิดของตำนานที่ดำเนินไปอย่างสง่างามกว่าหนึ่งศตวรรษ ตัวแทนของบทกวีแห่งความคิดถึงที่สะท้อนจิตวิญญาณและสืบทอด Leica DNA มาอย่างเข้มข้น แกะลวดลายเลนส์ Leitz Anastigmat 5cm f3.5 บนหน้าอก ที่เอวคาดเข็มขัด UR-Leica ติดหน้าปัดสปีดชัตเตอร์ที่ขาขวา ตลอดไปจนถึงร่องรอยสีลอก Leica Brassing ที่ตั้งใจออกแบบมาให้เหมือนกล้องที่ผ่านการใช้งานอย่างมีเรื่องราว พร้อมด้วย Gimmick อีกมากมาย วางจำหน่ายที่ Leica Store Siam Paragonเป็นที่แรกในประเทศไทยวันที่ 11 กรกฎาคม 2568 ราคา 75,100 บาท
- Fake Leica by Liao Yibai จำนวนจำกัด 12 Unit ทั่วโลก – เพื่อเป็นการฉลองให้กับบ้านใหม่ Leica Store Siam Paragonจึงได้นำ Fake Leica by Liao Yibai รุ่น MP-188 ที่มีจำนวนจำกัด 12 เครื่องทั่วโลก อันเป็นหนึ่งในผลงานศิลปะของศิลปินชาวจีนร่วมสมัยที่ทรงพลัง มาจัดแสดง ซึ่งผลงานดังกล่าวได้ถูกนำไปแสดงในไลก้าสโตร์ชั้นนำมาแล้วหลายแห่ง เป็นงานประติมากรรมกล้องไลก้าขนาดใหญ่ผสานแนวคิดทั้งกล้องฟิล์มและกล้องดิจิทัล กลายเป็นผลงานประติมากรรมสะท้อนแนวคิดความจริงและเท็จผสมกัน
- นิทรรศการภาพถ่าย Nick Ut Journey: From Hell to Hollywood – นิทรรศการภาพถ่าย Nick Ut’ Journey: From Hell to Hollywood โดย Nick Ut ช่างภาพข่าวรางวัลพูลิตเซอร์ ปี 1973 เจ้าของผลงานภาพถ่าย “The Terror of War” หรือที่รู้จักกันอย่างแพร่หลายในนาม “Napalm Girl” หนึ่งในภาพข่าวที่ทรงพลังที่สุดแห่งศตวรรษที่ 20 และเป็นภาพที่มีบทบาทสำคัญในการยุติสงครามเวียดนาม ถ่ายทอดเรื่องราวของ Nick Ut จากความโหดร้ายในสงครามเวียดนาม สู่โลกแห่งแสงสีและความซับซ้อนของฮอลลีวูด นิทรรศการภาพถ่ายนี้ไม่ใช่เพียงการย้อนรำลึกผลงาน แต่คือเรื่องเล่าที่สะท้อนความเป็นมนุษย์อย่างลึกซึ้ง เชื่อมโยงบาดแผล การเปลี่ยนผ่าน และพลังแห่งภาพถ่ายที่ยืนยง ตัวแทนบทพิสูจน์ถึงพลังความเข้มแข็งของจิตวิญญาณมนุษย์ ที่เตือนให้เราระลึกว่าเลนส์เดียวกันที่เคยบันทึกความเจ็บปวด ก็สามารถเฉลิมฉลองชีวิตได้เช่นกัน

