รีวิว JBL Tour Pro 2 หูฟังไร้สายรุ่นใหม่ที่เพิ่งเปิดตัวในไทยไปหมาด ๆ โดยมากับดีไซน์ที่เคลมว่าเป็นหูฟัง TWS รุ่นแรกของโลกที่มีจอบนเคส แถมยังโดดเด่นด้วยคุณภาพเสียง และระบบการตัดเสียงรบกวนในราคาไม่ถึงหมื่น
สารบัญ
สเปค JBL Tour Pro 2
- น้ำหนัก
- เคสชาร์จ 73 กรัม
- หูฟังข้างละ 6.1 กรัม
- มาตรฐานกันน้ำ IPX5
- ไดร์เวอร์ขนาด 10 มม.
- ช่วงความถี่เสียง 20 Hz-20 kHz
- มีไมโครโฟน 6 ตัว (ข้างละ 3 ตัว)
- รองรับ Voice Assistant
- มีโหมด True Adaptive Noise Cancelling / Smart Ambient / TalkThru
- ฟีเจอร์ Auto Play-Pause Music
- รองรับ Bluetooth 5.3
- ต่ออุปกรณ์ได้พร้อมกัน 2 เครื่อง (Multipoint) พร้อม Google Fast Pair / Swift Pair
- แบตเตอรี่หูฟัง 70mAh
- ใช้งานได้นาน 8 ชั่วโมง (เปิด ANC) และ 10 ชั่วโมง (ปิด ANC)
- ทำงานร่วมกับเคสอยู่ได้นานสูงสุด 40 ชั่วโมง
- แบตเตอรี่เคส 850mAh
- รองรับ Fast Charge ชาร์จเร็ว 15 นาที ใช้ได้ 4 ชม.
- ใช้เวลาในการชาร์จ 0-100% อยู่ที่ 2 ชั่วโมง
แกะกล่อง
แพ็คเกจ JBL Tour Pro 2 เป็นกล่องสีเหลี่ยมผืนผ้าทรงมาตรฐาน คลุมธีมด้วยสีดำตัดกับสีส้มที่เป็นสีประจำแบรนด์ JBL โดยที่บนกล่องแสดงครบทั้งภาพสินค้า ชื่อรุ่น และสเปคไฮไลท์ ส่วนสิ่งที่มีให้ในกล่องประกอบไปด้วย




- 1 x หูฟัง JBL Tour Pro 2
- 1 x เคสชาร์จ
- 1 x สาย USB Type-C
- 1 x จุกหูฟัง 3 ขนาด
- 1 x ใบรับประกัน / เอกสารข้อควรระวัง
- 1 x คู่มือการใช้งานเบื้องต้น






JBL TOUR PRO 2 ควง TOUR ONE M2 วางขายในไทย เคาะราคาช่วงพันปลาย ๆ หมื่นต้น ๆ
ดีไซน์
หูฟัง JBL Tour Pro 2 ถูกปรับดีไซน์ให้แตกต่างจากรุ่นก่อนหน้า และสิ่งที่เห็นได้ชัดเจนที่สุดคือเคสชาร์จของรุ่นนี้เป็น เคสชาร์จอัจฉริยะ (Smart Case) มาพร้อมจอสี LED สัมผัสขนาด 1.45 นิ้ว ที่สามารถใช้ควบคุมฟีเจอร์ หรือสั่งการหูฟังได้ ซึ่งส่วนนี้เดียวเราจะยกไปเล่ากันเต็ม ๆ อีกทีในพาร์ทของการใช้งาน

วัสดุของตัวเคสเป็นอลูมิเนียม ให้สัมผัสที่ดี เรียบหรู พรีเมี่ยม โดยที่เคสเป็นตลับทรงสี่เหลี่ยมโค้งมน ฐานตัด ซึ่งนอกจากจอแสดงผล พร้อมโลโก้ JBL ที่ด้านหน้าแล้ว ด้านล่างของเคสก็มีพอร์ต USB-C, ปุ่ม Reset และไฟแสดงสถานะเคส



สิ่งที่สัมผัสได้จากเคสรุ่นนี้คือเรื่องขนาดและน้ำหนักซึ่งน่าจะใหญ่และหนักกว่าเคสหูฟังไร้สายทั่วไป แต่ก็ไม่ได้เทอะทะหรือกินพื้นที่เก็บของในกระเป๋า ส่วนงานประกอบถือว่าดีจับแล้วรู้สึกได้ถึงความแข็งแรงทนทาน

สำหรับตัวหูฟังเป็นเป็นทรงท่อวงรี ผิวสัมผัสเดียวกันกับเคสชาร์จ ดีไซน์ล้ำสมัย ดุดัน และถูกออกแบบมาตรงตามหลักสรีรศาสตร์ โดยดีไซน์การสวมใส่เป็นแบบ In-ear พร้อมทั้งมีจุกหูฟัง (Eartips) ให้เลือกใช้งานได้ 3 ขนาด




หูฟังแต่ละข้างจะมีน้ำหนักแค่ 6.1 กรัม ตรงก้านด้านนอกมีโลโก้ JBL พร้อมพื้นที่สำหรับการสั่งงานแบบสัมผัส ซึ่งหูฟังทั้งสองข้างจะมีไมโครโฟนติดตั้งมาให้ 3 จุด ซึ่งในการตัดเสียงรบกวน และรับเสียงเวลาสนทนา พร้อมทั้งมีไฟ LED เล็ก ๆ เพื่อแสดงสถานะการทำงานของหูฟัง ซึ่งเฉพาะหูฟังจะมีมาตรฐานกันละอองน้ำระดับ IPX5

การใช้งาน
JBL Tour Pro2 รองรับการเชื่อมต่อ Bluetooth 5.3 และ LE Audio สามารถทำงานร่วมกับอุปกรณ์ได้หลากหลายระบบปฏิบัติการ อาทิเช่น Android, iOS และ Windows แต่ที่สำคัญที่สุดคืออย่าลืมติดตั้งแอปพลิเคชั่น JBL Headphones app มาไว้ในเครื่อง เพื่อที่จะได้เข้าถึงฟีเจอร์และสามารถตั้งค่าการทำงานต่าง ๆ ของ หูฟังได้

ในเรื่องของแบตเตอรี่หูฟังรุ่นนี้ก็มีความอึด ทน เพียงเฉพาะตัวหูฟังก็ใช้งานได้นานถึง 10 ชั่วโมงเมื่อปิด ANC และถ้าใช้ร่วมกับเคสชาร์จก็จะอยู่ได้นานสูงสุดรวมกันเป็น 40 ชั่วโมง โดยที่ตัวเคสเองรองรับทั้งการชาร์จผ่านสายและแบบไร้สาย พร้อมทั้งมี Fast Charge ชาร์จเร็ว 15 นาที ใช้ได้ 4 ชม.

ด้านการใช้งานตามที่กล่าวไปตั้งแต่ช่วงต้นว่า JBL Tour Pro2 เป็นหูฟัง TWS ที่น่าจะเป็นรุ่นแรก ๆ ของโลก ที่มีจอแสดงผลบนเคสชาร์จ และจอที่ว่าก็ไม่ได้ใส่มาแค่เพื่อความสวยงามแต่มันยังสามารถใช้เพื่อควบคุมการทำงานของหูฟังได้ด้วย

หน้าจอบนเคส Tour Pro 2 นอกจากจะแสดงสถานะการเชื่อมต่อ, แบตเตอรี่ หูฟัง-เคส และ เวลา ได้แล้ว หน้าจอดังกล่าวก็ยังรองรับการใช้เพื่อควบคุมฟังค์ชั่นต่าง ๆ ของหูฟังได้ด้วย ไม่ว่าจะเป็น
- รับ/วางสาย
- เลือกพรีเซ็ต EQ
- ปรับระดับเสียง
- ควบคุมการเล่น
- เปิด/ปิด Auto Play
- เปิด/ปิด และเลือกการทำงานโหมด Spatial Sound
- ค้นหาหูฟัง
- เข้าโหมด Slient
- เปิด/ปิด และเลือกการทำงานโหมด ANC / Ambient / TalkThru
- ไฟฉาย













สารภาพว่าครั้งแรกที่ทราบว่าหูฟังรุ่นนี้มีจอบนเคส มันก็มีคำถามเกิดขึ้นมาในใจว่า เราจำเป็นที่จะต้องมีจอบนเคสเพื่อสั่งงานหูฟังจริง ๆ หรือ? เพราะในเมื่อเราสามารถสั่งผ่านมือถือหรือแตะสั่งงานบนตัวหูฟังได้ จนเมื่อได้ลองใช้จริงก็พบว่าจอที่เพิ่มเข้ามาทำให้ชีวิตง่ายขึ้นมาก ๆ และยังช่วยลดการหยิบมือถือขึ้นมาโดยไม่จำเป็นเพราะเราสามารถควบคุมหูฟังได้โดยตรงจากเคส

ในด้านความสวยงามเราก็ยังสามารถเปลี่ยนภาพพื้นหลังบนหน้าจอตัวเคสได้ตามที่ต้องการอีกด้วย โดยใช้ได้ทั้งภาพที่มีมาให้ หรือจะอัพโหลดภาพตัวเองเข้าไปผ่านทางแอป JBL Headphones


ฟังค์ชั่นการตัดเสียงรบกวนของ JBL Tour Pro2 ก็ทำได้อย่างเฉียบขาดโดยเป็น Active Noise Cancelling ที่สามารถตัดเสียงรบกวนตามสภาพแวดล้อมได้โดยอัตโนมัติ พร้อมทั้งมีฟีเจอร์ Ear Canal Test ระบบวิเคราะห์ช่องหูเพื่อการตัดเสียงรบกวนที่ดีที่สุด

นอกจากนี้ยังมี Ambient Mode สำหรับดูดเสียงจากภายนอกเข้ามาในระหว่างใช้งาน ทำให้ได้ยินเสียงรอบข้างแม้จะไม่ได้ถอดหูฟังออก หรือถ้าอยากจะเน้นสนทนากับคนรอบข้างให้สะดวกขึ้นก็มีฟีเจอร์ TalkThru ที่จะโฟกัสเพื่อรับเสียงพูดโดยเฉพาะ

ด้านการใช้เพื่อคุยสายก็ทำได้ดีผ่านไมโครโฟนบนหูฟังที่มีรวมกันถึง 6 ตัว ทำงานร่วมกับอัลกอริธึมที่ช่วยให้การรับเสียงชัดเจนแม้จะอยู่ในสภาพแวดล้อมที่มีเสียงรบกวนพร้อมด้วยฟีเจอร์ VoiceAware ที่สามารถเลือกระดับการรับเสียงพูดได้ถึง 3 ระดับ

หูฟัง Tour Pro 2 มากับไดรเวอร์ไดนามิกขนาด 10 มม. ที่ขับเคลื่อนโดยเทคโนโลยี JBL Pro Sound ซึ่งคุณภาพเสียงจัดว่าประทับใจ เสียงกลางฟังง่าย เสียงสูงเคลียร์ชัด เบสแน่นเป็นลูก เวทีเสียงกว้าง ถ่ายทอดไดนามิกของเพลงได้ดี
ด้านการปรับแต่งโดยพื้นฐานแล้ว JBL Tour Pro 2 จะมีพรีเซ็ต EQ ติดมา 5 แบบ ประกอบด้วย Jazz, Vocal, Bass, Club, Studio และมีช่องว่างให้เราปรับแต่ง EQ ของตนเองได้ประมาณหนึ่ง

แต่สิ่งที่พิเศษและแนะนำให้คนซื้อหูฟังรุ่นนี้ลองทำดูคือการใช้งานฟีเจอร์ Personi-Fi 2.0 ที่จะเป็นการปรับแต่งเสียงตามการได้ยินของผู้ใช้ โดยพื้นฐานแล้วมนุษย์แต่ละคนจะมีลักษณะการได้ยินเสียงในย่านต่าง ๆ ที่ไม่เท่ากัน ขึ้นอยู่กับ วัย, เพศ และประสบการณ์การด้านเสียง ยกตัวอย่างเช่น คนที่เป็นนักดนตรีซึ่งผ่านการฝึก Ear Training มา หรือคนที่ชอบเล่นหูฟังก็มักจะมีประสบการณ์ด้านเสียงทำให้หูสามารถรับเสียงในย่านต่าง ๆ ได้ดีกว่าคนทั่วไป

ฟีเจอร์ Personi-Fi ของ JBL จะทำการทดสอบการได้ยินเสียงในย่านต่าง ๆ จากหูทั้งสองข้างของผู้ใช้ แล้วนำผลลัพท์ที่ได้ปรับจูนเสียงให้เหมาะสมกับผู้ใช้แต่ละคนมากที่สุด ซึ่งจากที่ได้ทดสอบใช้งานฟีเจอร์นี้โดยเปรียบเทียบกับก่อนปรับมาก็ต้องยอมรับว่าทั้งคุณภาพและรายละเอียดของเสียงมีความชัดและดีขึ้นจริง ๆ


สำหรับสายดูหนัง หรือเล่นเกม หูฟังก็มีฟีเจอร์ Spatial Sound เทคโนโลยีระบบเสียงแบบรอบทิศทางเพื่อประสบการณ์เสมือนอยู่ในโรงละคร คอนเสิร์ต หรือสตูดิโอ
สรุป+ราคา
JBL Tour Pro 2 เป็นอีกหนึ่งหูฟังที่คุณภาพอัดแน่น นอกจากดีไซน์ล้ำสมัยมีจอบนเคสเพื่อการใช้งานที่สะดวกสบายแล้ว เรื่องคุณภาพเสียงก็อัดแน่นสมกับเป็นรุ่นระดับ Pro ส่วนราคาหูฟังก็อยู่ที่ 9,990 บาท สามารถจับจองเป็นเจ้าของกันได้แล้ววันนี้