
บริษัท อาร์ทีบี เทคโนโลยี จำกัด ประกาศแผนรุกตลาดส่งท้ายปี 66 เดินเครื่องจับมือกับ สตูดิโอเซเว่น ภายใต้ บริษัท คอมเซเว่น จำกัด(มหาชน) เปิดตัวหูฟังไร้สายรุ่นใหม่ Jabra Elite 10 อย่างเป็นทางการในไทย พร้อมด้วย Jabra Elite 8 Active โดยเคาะราคาเริ่มต้นที่ 7,690 บาท
เริ่มจากรุ่นพี่ใหญ่ Jabra Elite 10 เป็นหูฟังระดับท็อปของแบรนด์ที่ถูกดีไซน์ให้สวมใส่สบายได้ตลอดทั้งวันด้วยเทคโนโลยี Jabra ComfortFit Technology ซึ่งได้มีการออกแบบส่วนที่เป็น EarGels ทรงไข่โดยอ้างอิงจากการสแกนรูปแบบหูถึง 62,000 แบบ พร้อมทั้งดีไซน์หูฟังเป็น Semi-Open เพื่อลดแรงกดภายทับภายในช่องหู

หูฟังรุ่นนี้รองรับเทคโนโลยีเสียง Dolby Atmos และมี Dolby Head Tracking ที่ปรับเสียงในขณะที่ผู้ใช้ขยับศีรษะเพื่อให้เสมือนว่าเสียงมาจากรอบทิศทาง โดยทำงานร่วมกับไดรเวอร์ขนาด 10 มม. เพื่อให้เสียงที่เต็มไปด้วยรายละเอียดและคมชัด

เรื่องจากตัดเสียงรบกวนในหูฟังใช้เทคโนโลยี Jabra Advanced Active Noise Cancellation (ANC) สามารถปรับระดับการตัดเสียงรบกวนได้ตามสถานการณ์รอบข้างของผู้ใช้ได้โดยอัตโนมัติ


เทคโนโลยีดังกล่าวเป็นการทำงานร่วมกันระหว่างคลื่นอินฟราเรดและระบบอัลกอริธึมในหูฟังเพื่อตรวจจับเสียงรบกวนและความแรงของลมรอบข้าง ทำให้หูฟังเปิดให้การตัดเสียงรบกวนในระดับสูงสุดเมื่ออยู่ในสภาพแวดล้อมที่เสียงดังและจะปรับลดลงโดยอัตโนมัติเมื่ออยู่ในสถานที่ที่เงียบสงบ ขณะที่การคุยสายก็ดังชัดเจนด้วยไมโครโฟนที่ติดตั้งมาให้ถึง 6 ตัว
Jabra Elite 10 รองรับการใช้งานได้สูงสุด 6 ชั่วโมง และอยู่ได้นาน 27 ชั่วโมงเมื่อทำงานร่วมกับเคสชาร์จ และยังรองรับการจับคู่ได้หลายอุปกรณ์พร้อมกันด้วยเทคโนโลยี Bluetooth 5.3 ซึ่งตัวเคสหูฟังมีมาตรฐานกันน้ำกันฝุ่น IP54 ขณะที่หูฟังเป็น IP57

หูฟังรุ่นนี้มีให้เลือก 3 สี ได้แก่ สี Cream, Titanium Black และ Cocoa วางจำหน่ายในราคา 9,500 บาท

ในส่วนของ Jabra Elite 8 Active เป็นหูฟัง TWS สำหรับสายออกกำลังกาย โดยสามารถใช้งานได้ในที่ ๆ มีอุณหภูมิตั้งแต่ -20 ถึง 45 องศาเซลเซียส ผ่านการทดสอบมาตรฐานทางการทหารจากสหรัฐอเมริกา (MIL-STD-810h) มีมาตรฐานกันน้ำกันฝุ่น IP68 และเป็นครั้งแรกที่ตัวเคสได้รับมาตรฐานกันน้ำกันฝุ่นระดับ IP54

หูฟังรุ่นนี้สวมใส่ได้กระชับและสบายด้วยเทคโนโลยี Jabra ShakeGrip มาพร้อมเทคโนโลยี Adaptive Hybrid Active Noise Cancellation ช่วยให้ประสิทธิภาพการตัดเสียงรบกวนภายนอกดีขึ้น 1.6 เท่า พร้อมทั้งมีไมโครโฟนถึง 6 ตัว ช่วยให้เสียงสนทนาของคุณคมชัด สดใส ในทุกๆสภาพแวดล้อม

หูฟังมากับไดร์เวอร์ขนาด 6 มม. และระบบเสียง Spatial Sound Powered by Dolbyรองรับการเชื่อมต่อผ่านเทคโนโลยี Bluetooth 5.3 แบตเตอรี่สามารถใช้งานได้นานต่อเนื่อง 8 ชั่วโมง เมื่อเปิด ANC และเพิ่มเป็น 32 ชั่วโมง เมื่อใช้ร่วมกับเคสชาร์จ โดยที่รองรับการชาร์จไร้สาย และ Fast Charge โดยชาร์จเพียง 5 นาที สามารถใช้งานได้นานต่อเนื่อง 1 ชั่วโมง

Jabra Elite 8 Active มีให้เลือกทั้งหมด 3 สี ได้แก่ Navy , Caramel และ Dark Grey ในราคา 7,690 บาท



Jabra Elite 10 และ Jabra Elite 8 Active วางขายแล้ววันนี้ที่ Studio7, Banana IT, Bb Beyond D-Box, Munkonggadget, iStudio by Copperwired, dotlife, iStudio by SPVi, Power Buy, Betrend, Siam Discovery, Central Online, Mercular, 425Degree, Lazada, Shopee, Gadgetthai และตัวแทนจำหน่ายเป็นทางการทั่วประเทศ สามารถติดตามรายละเอียดเพิ่มเติมผ่านทาง https://www.facebook.com/jabrathailand