อายุเกิน 50 ทั้งฝ่ายหญิง-ชาย ยังทำเด็กหลอดแก้ว ได้ไหม ?

โดย RingRangRung | 11 พฤศจิกายน 2568 เมื่อ 15:02 น.

เมื่ออายุล่วงเลยเข้าสู่ช่วง 50 ปีขึ้นไป หลายคู่สมรสอาจคิดว่าความหวังในการมีลูกเป็นเรื่องที่สายเกินไปแล้ว แต่ในความเป็นจริง “เทคโนโลยีช่วยการเจริญพันธุ์ (Assisted Reproductive Technology – ART)” โดยเฉพาะ “การทำเด็กหลอดแก้ว (IVF)” ได้พัฒนาอย่างก้าวกระโดด จนทำให้โอกาสการตั้งครรภ์ของคู่สมรสสูงวัยยังคงเป็นไปได้ แม้ร่างกายจะไม่ได้อยู่ในช่วงวัยเจริญพันธุ์ก็ตาม

ภาวะการเจริญพันธุ์ในวัย 50+

โดยทั่วไป ความสามารถในการมีบุตรของทั้งหญิงและชายจะลดลงตามอายุ

  • ฝ่ายหญิง: เมื่ออายุเกิน 40 ปี ปริมาณและคุณภาพของไข่จะลดลงอย่างรวดเร็ว จนเข้าสู่ภาวะ “หมดประจำเดือน (Menopause)” ในช่วงอายุ 48–52 ปี ทำให้ไข่ในรังไข่ไม่สามารถตกไข่ได้ตามปกติ
  • ฝ่ายชาย: แม้ยังสามารถผลิตอสุจิได้ในวัย 50–60 ปีขึ้นไป แต่คุณภาพของอสุจิ เช่น การ

เคลื่อนไหว (motility) และความสมบูรณ์ของ DNA จะลดลง ซึ่งอาจเพิ่มความเสี่ยงต่อภาวะแท้งหรือตัวอ่อนผิดปกติทางพันธุกรรม

ดังนั้น ในทางเวชศาสตร์การเจริญพันธุ์ การทำเด็กหลอดแก้วสำหรับคู่สมรสที่มีอายุมากกว่า 50 ปีจึงต้องอาศัยการประเมินสุขภาพและการเลือกวิธีที่เหมาะสมเฉพาะบุคคลเป็นสำคัญ

ฝ่ายหญิงอายุเกิน 50 ปียังทำเด็กหลอดแก้วได้ไหม ?

คำตอบคือ ทำได้แต่ต้องใช้ไข่บริจาค (Donor Egg IVF) เนื่องจากรังไข่ของผู้หญิงในวัยนี้มักไม่สามารถผลิตไข่ที่มีคุณภาพเพียงพอต่อการปฏิสนธิแล้ว การใช้ไข่จากผู้บริจาคที่อายุน้อยกว่า (โดยมากอายุ 20–30 ปี) ร่วมกับน้ำเชื้อของคู่สมรส เป็นทางเลือกที่มีอัตราความสำเร็จสูงกว่า 60–70% ต่อรอบการย้ายตัวอ่อน

ขั้นตอนหลัก ได้แก่

  1. เตรียมเยื่อบุมดลูกของฝ่ายหญิง ด้วยฮอร์โมนเอสโตรเจนและโปรเจสเตอโรน เพื่อให้พร้อมรับการฝังตัวของตัวอ่อน
  2. เก็บไข่จากผู้บริจาค และปฏิสนธิกับอสุจิของฝ่ายชายในห้องแล็บ
  3. เพาะเลี้ยงตัวอ่อน (Embryo Culture) จนถึงระยะบลาสโตซิสต์ (Blastocyst Stage)
  4. ย้ายตัวอ่อนเข้าสู่โพรงมดลูกของฝ่ายหญิง เพื่อให้เกิดการฝังตัวและตั้งครรภ์

อย่างไรก็ตาม ก่อนเริ่มกระบวนการ แพทย์จะต้องตรวจสุขภาพโดยละเอียด เช่น

  • การทำ Echocardiogram เพื่อประเมินสุขภาพหัวใจ
  • ตรวจ ระดับฮอร์โมนและความหนาแน่นกระดูก
  • ประเมินความเสี่ยงโรคเรื้อรัง เช่น เบาหวาน ความดันโลหิตสูง
    เพราะการตั้งครรภ์ในวัยนี้อาจมีความเสี่ยงต่อภาวะแทรกซ้อน เช่น ความดันขณะตั้งครรภ์, เบาหวานขณะตั้งครรภ์ หรือการคลอดก่อนกำหนด

ฝ่ายชายอายุเกิน 50 ปี ยังใช้สเปิร์มตัวเองได้ไหม ?

ในกรณีของฝ่ายชาย การทำเด็กหลอดแก้วยังสามารถใช้ อสุจิของตนเองได้ หากยังมีการผลิตอสุจิอยู่ แต่อาจต้องอาศัยเทคนิคช่วย เช่น

  • ICSI (Intracytoplasmic Sperm Injection) การคัดเลือกอสุจิที่แข็งแรงที่สุดและฉีดเข้าไปในไข่โดยตรง
  • การตรวจคัดกรองความผิดปกติของ DNA อสุจิ (Sperm DNA Fragmentation Test) เพื่อประเมินความสมบูรณ์ก่อนใช้จริง

ในบางกรณีที่คุณภาพอสุจิไม่เพียงพอหรือมีความเสี่ยงทางพันธุกรรมสูง แพทย์อาจแนะนำให้ใช้ สเปิร์มบริจาค (Donor Sperm) เพื่อเพิ่มโอกาสความสำเร็จในการปฏิสนธิและลดความเสี่ยงต่อความผิดปกติของตัวอ่อน

ปัจจัยความสำเร็จและข้อควรระวัง

  • อายุของ ผู้บริจาคไข่ มีผลโดยตรงต่อคุณภาพตัวอ่อน
  • สุขภาพโดยรวมของฝ่ายหญิง เช่น ความหนาของเยื่อบุมดลูกและความดันโลหิต
  • การเตรียมร่างกายด้วยการปรับโภชนาการ ออกกำลังกาย และควบคุมความเครียด
  • การคัดกรองพันธุกรรมตัวอ่อน (PGT-A) เพื่อเลือกตัวอ่อนที่มีโครโมโซมสมบูรณ์ ลดความเสี่ยงทารกผิดปกติ

แม้อายุเกิน 50 ปีจะเป็นวัยที่ธรรมชาติไม่ได้เอื้อให้ตั้งครรภ์ได้ง่ายเหมือนวัยหนุ่มสาว แต่ด้วยความก้าวหน้าของเทคโนโลยีทางการแพทย์ การทำเด็กหลอดแก้วยังคงเป็น “ความหวังที่จับต้องได้” สำหรับคู่สมรสที่ต้องการมีลูกในวัยนี้ โดยเฉพาะเมื่อได้รับการดูแลจากทีมแพทย์เฉพาะทางด้านเวชศาสตร์การเจริญพันธุ์อย่างใกล้ชิด

คำแนะนำสำคัญคือ ควรเข้าพบแพทย์เพื่อประเมินสุขภาพทั้งคู่ก่อนตัดสินใจ เพราะความปลอดภัยของมารดาและทารก คือปัจจัยสำคัญที่สุดในการทำเด็กหลอดแก้วในวัย 50 ปีขึ้นไป

Intel แอบอวดเงียบๆ แก้วกาแฟเรืองแสง

About Author

RingRangRung

RingRangRung

Partners