
รายงานใหม่จาก SellCell ทำให้ภาพชัดเจนขึ้นว่า iPhone Air อาจกำลังกลายเป็นหนึ่งในความล้มเหลวด้านยอดขายของ Apple โดยที่กำลังประสบปัญหา มูลค่าขายต่อลดลง (Depreciation) ในอัตราที่เร็วเป็นประวัติการณ์เมื่อเทียบกับ iPhone รุ่นอื่น ๆ ที่เปิดตัวใกล้เคียงกัน
จากการวิเคราะห์ข้อมูลราคาประเมินจากบริษัทรับซื้อกว่า 40 แห่งในสหรัฐฯ ในช่วงระยะเวลา 10 สัปดาห์หลังเปิดตัว พบว่า iPhone Air สูญเสียมูลค่าเริ่มต้นไปแล้วระหว่าง 40.3% ถึง 47.7% (ขึ้นอยู่กับรุ่นความจุ) โดยถือเป็นอัตราการตกของมูลค่าที่สูงที่สุดของ iPhone ช่วงหลายปีที่ผ่านมา

สำหรับ iPhone Air รุ่น 256GB ที่เปิดราคาทางการอยู่ที่ 999 ดอลลาร์ หรือราว 31,800 บาท ปัจจุบันมีราคามือสองลดลง 40.3% ขณะที่รุ่น 512GB (1,199 ดอลลาร์ หรือราว 38,200 บาท) มีมูลค่าลดลงถึง 45% ส่วนรุ่นท็อป 1TB (1,399 ดอลลาร์ หรือราว 44,500 บาท) กลับราคาตกหนักที่สุด เหลือมูลค่าเพียง 668 ดอลลาร์ หรือราว 21,200 บาท คิดเป็นอัตราการลดลงอย่างมากถึง 47.7%

แม้ตัวเลขนี้จะดูน่าตกใจ แต่หากเทียบกับปีที่ผ่านมา บางรุ่นก็เคยเผชิญสถานการณ์ใกล้เคียงกัน เช่น iPhone 16 Plus รุ่น 128GB ที่ตกลง 41.6% ในช่วงเวลาเดียวกัน หรือ iPhone 16 รุ่น 128GB ที่มีการลดลง 44.2% ทว่า iPhone Air ยังคงถือว่าเป็นรุ่นที่ “ราคาตกเร็วที่สุด”
ที่น่าสนใจคือ ส่วนที่เหลือของ iPhone 17 Series กลับทำผลงานดีกว่าทุกรุ่นในปีที่ผ่านมา โดยมีค่าเฉลี่ยการลดลงของมูลค่าเพียง 34.6% ภายใน 10 สัปดาห์ รวมถึงรุ่นที่รักษามูลค่าได้ดีที่สุดอย่าง iPhone 17 Pro Max รุ่น 256GB ที่เหลือมูลค่ามากถึง 73.9% หรือคิดเป็นการลดลงเพียง 26.1% เท่านั้น รองลงมาคือ iPhone 17 Pro รุ่น 256GB ที่ลดลง 32% ขณะที่รุ่นมาตรฐานอย่าง iPhone 17 รุ่น 256GB ลดลงใกล้เคียงกันที่ 33%
เปิดใจให้ iPhone Air มือถือที่ถูกหาว่ากั๊ก แต่ใช้งานจริงกลับว้าว – MX
iPhone Air 2 เตรียมอัปเกรด เพิ่มกล้องตัวที่สอง 48MP บางเบาเช่นเดิม
iPhone Air ยอดขายซบเซา! ทำแบรนด์จีนล้มแผนเปิดตัวมือถือบางมาแข่ง