
Intel เปิดตัวโปรเซสเซอร์เซิร์ฟเวอร์ตระกูลใหม่อย่าง Xeon 6 โดยซีรีส์แรกที่เปิดตัวคือ 6700E ใช้สถาปัตยกรรม E-core เน้นประสิทธิภาพการทำงานต่อวัตต์ โดยสามารถใส่จำนวนคอร์ได้มากถึง 144 คอร์ ในซ็อกเก็ตเดียว
ซีรีส์นี้ใช้รหัสพัฒนาว่า Sierra Forrest โดยที่ Intel เองก็ยังมีอีกซีรีส์ที่ชื่อว่า Granite Rapids ซึ่งจะใช้สถาปัตยกรรม P-core เน้นประสิทธิภาพแบบเดิม แต่มีกำหนดเปิดตัวในช่วงไตรมาส 3 ของปีนี้

Sierra Forrest เริ่มต้นด้วยรุ่น Xeon 6 6710E ที่มี 64 E-core ความเร็วของคอร์พื้นฐานที่ 2.4GHz และความเร็วแบบ All-core turbo clock 3.2GHz ตามมาด้วยรุ่น 96 core อีก 2 รุ่น และรุ่นท็อปอีก 2 รุ่น
ในรุ่น 6766E มี 144 E-core และ TDP 250W ที่ความเร็วของคอร์พื้นฐานที่ 1.9GHz และความเร็วแบบ All-core turbo clock 2.7GHz ส่วนรุ่น 6780E ก็มี 144 core เช่นกัน แต่มี TDP ที่สูงกว่าคือ 330W ส่งผลให้ทำงาน ความเร็วของคอร์พื้นฐาน 2.2GHz และAll-core turbo clock 3.0GHz
2 รุ่นสุดท้ายมี L3 cache ขนาด 108MB สวนรุ่น 6710E มี L3 cache 96MB ( นอกจากตัว 144 คอร์ ทั้งสอง 2 แล้ว รุ่นอื่น ๆ ล้วนมี L3 cache 96MB) ขณะที่จุดเด่นอีกอย่างของ Xeon 6 E-core คือมีช่องทาง PCIe 5.0 มากถึง 88 ช่องทาง
สำหรับการทำงานเวิร์คโหลดบางประเภทไม่ได้เน้นที่ความเร็วของคอร์ของแต่ละคอร์ แต่เน้นที่จำนวนคอร์ทั้งหมดที่มี ทาง Intel เล่าว่าสามารถลดจำนวนแร็คเซิร์ฟเวอร์ลงได้ 3 เท่า ตัวอย่างเช่น ฟาร์มเซิร์ฟเวอร์ที่มีแร็ค 200 เครื่อง ใช้ซีพียูเมื่อ 5 ปีที่แล้ว ตอนนี้สามารถลดขนาดเหลือเพียง 66 แร็คได้แล้ว


นอกจากนี้ประสิทธิภาพของแร็คโดยรวมยังสามารถเพิ่มขึ้นสูงสุดถึง 4.2 เท่า ขณะที่ใช้พลังงานในการบูตน้อยลง โดยประสิทธิภาพต่อวัตต์นั้นจะเพิ่มขึ้นสูงสุดถึง 2.6 เท่า นี่คือเหตุผลที่เรียกคอร์เหล่านี้ว่า E-core ซึ่งเน้นประสิทธิภาพการทำงานต่อวัตต์ เมื่อเทียบกับรุ่นเก่าของ Intel เอง
สำหรับโปรแกรมที่ต้องการประสิทธิภาพในการคำนวณสูง (AI, computer vision, etc.) ซีรีส์ Granite Rapids ที่มี P-core ที่ทรงพลังกว่า (แต่น่าจะมีจำนวนน้อยกว่า) จะเหมาะสมกว่า โดยที่ Intel ยืนยันว่า Gaudi 3 ซึ่งเป็น AI accelerator มีกำหนดวางจำหน่ายทั่วไปในช่วงไตรมาส 3 ของปีนี้เช่นกัน
เวทีสัมนา INTEL AI SUMMIT ชี้ภาคอุตสาหกรรม AI ของไทยกำลังเติบโตอย่างต่อเนื่อง