
อินโฟเฟด ผู้นำด้านการให้บริการ Virtual Live Streaming ในไทย เปิดตัว VOOVAM (วู่วาม) รุกให้บริการ Virtual Live Streaming ครบวงจร ด้วย 2 สตูดิโอ ขนาดเล็กที่ติดตั้งแผ่นอะคูสติกป้องกันเสียงรบกวน และสตูดิโอขนาดใหญ่พร้อมเวทีและจอ LED สำหรับกิจกรรม Virtual Event ผ่านออนไลน์โดยใช้เทคโนโลยี AR
โดยชู 6 บริการหลัก Virtual Live Streaming Event, Webinar, Virtual Press Conference, Virtual Commerce, Virtual Learning และ Internal Conferences ให้บริการได้ทุกแพลตฟอร์มทั้ง Zoom, Microsoft Teams, Cisco Bluejeans รวมถึงแพลตฟอร์มใหม่ ๆ ในอนาคต
ตอบโจทย์ความต้องการตลาดหลังโควิด-19 รับ New normal เผยที่ผ่านมาพบสถิติงานอีเวนท์ On Site ถูกยกเลิกเกือบ 100% แนะธุรกิจใช้เป็นเครื่องมือเข้าถึงกลุ่มเป้าหมาย สอดรับพฤติกรรมผู้บริโภคปรับเปลี่ยน หวังช่วยลดต้นทุนทั้งเวลา ค่าเดินทางผู้เข้าร่วมงาน ช่วยไม่ให้ธุรกิจต้องหยุดชะงักเมื่อเกิดสถานการณ์ไวรัสระบาดและวิกฤตเกิดใหม่ในอนาคต

นายจิรยศ เทพพิพิธ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร และผู้ก่อตั้ง บริษัท อินโฟเฟด จำกัด เปิดเผยว่า ล่าสุดบริษัทฯ ได้เปิดตัว VOOVAM (วู่วาม) เพื่อให้บริการ Virtual Live Streaming ครบวงจร เป็นการสร้างโอกาสใหม่จากความเชี่ยวชาญและชำนาญของอินโฟเฟด เพื่อสร้างโอกาสทางธุรกิจใหม่ให้กับบริษัทฯ ในช่วงที่กิจกรรมทางธุรกิจที่เกี่ยวกับการจัดอีเวนท์ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์การระบาดของไวรัสโควิด-19 ไม่สามารถจัดได้
โดยพบสถิติงานอีเวนท์ถูกยกเลิกเกือบ 100% เนื่องจากมาตรการป้องการการแพร่ระบาดของไวรัส และปัจจุบันก็ยังไม่สามารถกลับมาจัดงานได้แบบปกติ เมื่อบริษัทหันกลับมามองศักยภาพและประสบการณ์จากการทำ Virtual Live Streaming ซึ่งสามารถนำมาจัดงานอีเวนท์และสัมมนาบนระบบออนไลน์รองรับมิติใหม่ของงานอีเวนท์และสัมมนาผ่านระบบออนไลน์แทนการจัดงาน On Site เพื่อตอบโจทย์ธุรกิจยุค New normal
ประกอบกับที่ผ่านมาในต่างประเทศ รวมถึงในประเทศมีการจัดงานลักษณะดังกล่าวมากขึ้น อาทิ นับเป็นความคุ้นเคยและเห็นถึงข้อดีของการจัดงานออนไลน์ ปัจจุบันแม้ว่าสถานการณ์แพร่ระบาดของไวรัสจะคลี่คลายไปในทางทีดีขึ้นแล้ว แต่ทุกภาคส่วนยังต้องเฝ้าระวังไม่ให้เกิดการระบาดรอบสองระหว่างยังไม่มีวัคซีนป้องกันและรักษาโควิด-19 เชื่อว่าการจัดงาน Virtual Event จะยังสามารถเติบโตต่อไปได้


นายจิรยศ กล่าวเพิ่มเติมว่า VOOVAM ให้บริการ Virtual Live Streaming ด้วยสตูดิโอ 2 ขนาด คือสตูดิโอขนาดเล็กที่ติดตั้งแผ่นอะคูสติกป้องกันเสียงรบกวน สำหรับงานที่ต้องการควบคุมคุณภาพเสียง และสตูดิโอขนาดใหญ่ที่มีเวทีและจอ LED ความละเอียด P2.5 ขนาด 3.9 x 6.5 เมตร สำหรับการจัดงานขนาดใหญ่ โดยมี 6 บริการหลัก คือ Virtual Live Streaming Event, Webinar, Virtual Press Conference, Virtual Commerce, Virtual Learning และ Internal Conferences ซึ่งเทคโนโลยีที่ล้ำสมัยในด้านการทำ Live Streaming นั้นทำให้ทุกบริการของ VOOVAM สามารถใช้งานได้บนทุกแพลตฟอร์ม อาทิ Zoom, Microsoft Teams, Cisco Bluejeans โดยมีรายละเอียดดังนี้
- Virtual Live Streaming Event: การเชื่อมต่อกิจกรรม Event ในรูปแบบเดิม ๆ ผ่านเทคโนโลยีการทำ Live Streaming เพื่อจัดกิจกรรม ในรูปแบบ Virtual Event ให้มีประสิทธิภาพและน่าสนใจอีกทั้งยังเป็นการสร้าง Engagement ให้กับผู้เข้าชม Event ในรูปแบบปกติอีกด้วย
- Webinar: บริการจัดสัมมนาออนไลน์ ที่สามารถเข้าถึงกลุ่มเป้าหมายแบบไร้ขีดจำกัด ด้วยโซลูชันการให้บริการ Live Streaming แบบ End to End ซึ่งเป็นเทรนด์ที่ธุรกิจจับตามอง
- Virtual Press Conference: บริการจัดงานแถลงข่าว Virtual แบบครบวงจร เต็มรูปแบบด้วยเทคโนโลยีล้ำสมัยอย่าง AR ในการนำเสนอ เพื่อให้ธุรกิจสามารถเดินหน้าต่อ เชื่อมต่อกับกลุ่มเป้าหมายได้แบบไม่หยุดชะงักแม้ในช่วงวิกฤต
- Virtual Commerce: มุ่งบริการเพื่อเพิ่มยอดขายให้แก่ธุรกิจอีคอมเมิร์ซ ผ่านการเชื่อมต่อกับโซลูชันอีคอมเมิร์ซต่าง ๆ ที่แตกต่างและหลากหลาย
- Virtual Learning: เป้าหมายเพื่อสนับสนุนการเรียนรู้ที่ไม่มีสิ้นสุด การเข้าถึงห้องเรียนเพื่อเชื่อมต่อกับคอมมูนิตี้แบบไร้ขีดจำกัด
- Internal Conferences: การเชื่อมต่อพนักงานภายในองค์กร ให้ได้ ทำงานจากที่บ้านหรือที่ทำงานจากพื้นที่ต่าง ๆ ได้อย่างง่ายดาย ผ่านการประชุมภายในองค์กรในรูปแบบ Virtual โดยสามารถปรับเปลี่ยนให้เข้าได้กับทุกแพลตฟอร์มของธุรกิจ เพื่อสร้างขวัญและกำลังใจในการทำงาน รวมทั้งเป็นเครื่องมือสำคัญในการสร้าง Employee Engagement

อย่างไรก็ตาม แผนการดำเนินธุรกิจของ VOOVAM ในช่วงหลังวิกฤต คือ การปรับธุรกิจให้เข้าสู่ช่วง COVID Market Fit ซึ่งเราจะเข้าไปแก้ Pain Points ให้กับธุรกิจต่าง ๆ ที่ต้องการจัดกิจกรรมในรูปแบบ Hybrid โดยเชื่อว่าตลาดจะมีความต้องการในด้าน Virtual Live Streaming หรือ Virtual Event มากขึ้นในทุก ๆ กลุ่มธุรกิจ อีกทั้งในระยะยาวบริษัทต้องการที่จะพัฒนาเทคโนโลยีต่าง ๆ ที่มีอยู่ ทั้งเทคโนโลยี VR, AR หรือ Live Streaming ให้ทันสมัยมากขึ้นเพื่อตอบโจทย์และสร้างประสบการณ์ใหม่ ๆ ให้กับพฤติกรรมผู้บริโภคที่เปลี่ยนไปในยุค New Normal
ซึ่ง Virtual Event จะเป็นเทรนด์ที่ยังคงอยู่ต่อไป เนื่องจากหลังได้รับผลกระทบจากการแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 พฤติกรรมผู้บริโภคปรับเปลี่ยน โลกออนไลน์ได้เข้ามามีส่วนสำคัญต่อการดำเนินชีวิตจนแทบจะขาดไม่ได้ และมีผลต่อการขับเคลื่อนธุรกิจ ประกอบกับการจัด Virtual Event มีจุดแข็งในด้านการช่วยลดต้นทุนเวลา-ค่าเดินทางผู้เข้าร่วมงาน ทั้งยังไม่จำกัดสถานที่ ซึ่งอาจกล่าวได้ว่า Virtual Event จะเป็น New Normal ใหม่แห่งวงการธุรกิจสัมมนา-อีเวนท์ก็เป็นได้
