
HUAWEI เปิดตัวสมาร์ทวอทช์รุ่นใหม่และเป็นครั้งแรกของดีไวซ์ที่รันกับ HarmonyOS 2.0 โดยมีมาสองรุ่นได้แก่ Watch 3 และ Watch 3Pro
Huawei Watch 3
สมาร์ทวอทช์หน้าปัดทรงกลมมีเม็ดมะยมแบบหมุนได้ 3 มิติ ซึ่งเป็นดีไซน์ที่ช่วยให้ผู้ใช้สามารถควบคุมนาฬิกาได้ในทุกสถานการณ์ แม้ว่าจะเป็นตอนที่มือเปียก หรือสวมถุงมืออยู่
หน้าจอเป็น AMOLED ขนาด 1.43 นิ้ว ดีไซน์ขอบจอบางสามารถดันความสว่างได้สูงสุด 1000nits และมีความหนาแน่นพิกเซล 326ppi หน้าจอคลุมด้วยกระจกนิรภัย บอดี้ทำจากโลหะคุณภาพสูง สามารถกันน้ำได้ 5ATM
ตัวเรือนมีเส้นผ่าศูนย์กลาง 46.2มม. และหนา 12.15มม. มีให้เลือกหลากหลายโมเดลได้แก่ Active (พร้อมสายซิลิโคน), Classic (สายหนัง), Elite (สายโลหะ) และ Classic (สาย Milanese)
ด้านหลังตัวเรือนมีเซ็นเซอร์วัดอัตราการเต้นของหัวใจ, วัดออกซิเจนในเลือด (SpO2) และเซ็นเซอร์วัดอุณหภูมิผิวที่สามารถติดตามการทำงานได้ 24 ชั่วโมง พร้อมฟีเจอร์วัดระดับความเครียด และติดตามการนอน
Huawei Watch3 มี eSIM สามารถเชื่อมต่อสัญญาณ 4G ได้ ซึ่งนอกจากการใช้คุยสายผ่านนาฬิกาแล้ว ยังรองรับการสตรีมเสียงจาก HUAWEI Music แล้วส่งสัญญาณไปยังหูฟัง Bluetooth อีกทั้งยังรองรับการคุยสายในระบบ VDO Call แม้ว่าที่ตัวนาฬิกาจะไม่มีกล้อง
สิ่งที่น่าสนใจคือนาฬิการุ่นนี้มี AppGallery ที่สามารถดาวน์โหลดและติดตั้งแอปฯ เพิ่มเติมได้ผ่านระบบปฏิบัติการ HarmonyOS สำหรับหน่วยความจำ RAM 2GB กับ ROM 16GB
แบตเตอรี่ในโหมดมาตรฐานที่ใช้งาน 4G อยู่ได้นาน 3 วัน พร้อมโหมด Ultra-Long Lasting ซึ่งสามารถยืดอายุการใช้งานแบตเตอรี่ได้ถึง 14 วัน ซึ่งฟังค์ชั่นที่สำคัญยังคงทำงานตามปกติ
โหมดออกกำลังกายรุ่นนี้รองรับมากกว่า 100 โหมด มีโหมดออกกำลังกายแบบมืออาชีพ 17 โหมด พร้อมโหมดตรวจจับการล้มซึ่งนาฬิกาสามารถส่ง SOS เพื่อขอความช่วยเหลือในกรณีที่เกิดอุบัติเหตุได้ และมีเทคโนโลยีระบุพิกัดอย่าง GPS, GLONASS, Galileo, Beidou และ QZSS
สำหรับราคา Huawei Watch3 เคาะที่ 2600 หยวน หรือราว 12600 บาท เริ่มจำหน่าย 11 มิถุนายนนี้ ส่วนตัวสายสนนราคาที่ 200 หยวน หรือราว 970 บาท
Huawei Watch3 Pro
ดีไซน์คลาสสิคมากกว่ารุ่นปกติบอดี้ส่วนขอบทำจากไทเทเนียม ด้านหลังเป็นเซรามิก หน้าจอคลุมด้วยกระจกแซพไฟร์ ขนาดตัวเรือน 48 x 48.6 x 14มม หนัก 63 กรัม แบตเตอรี่อยู่ได้นานขึ้น 5 วันเมื่อเปิดใช้ 4G และอยู่ได้นานสูงสุด 21 วันในโหมด Ultra-Long Lasting
ตัวนาฬิกามี dual-band GPS สำหรับการวางจำหน่ายรุ่นนี้จะขายพร้อมกันกับรุ่นพื้นฐาน สนนราคาที่ 3,300 หยวน หรือราว 16000 บาท










