รีวิว HUAWEI MatePad 11 2023 แท็บเล็ตฟูลออฟชั่น ที่ทำให้ทุกอย่างเป็นเรื่องที่ง่าย

โดย RingRangRung | 24 เมษายน 2566 เมื่อ 10:00 น. | อ่าน 562
รีวิว HUAWEI MatePad 11 2023 แท็บเล็ตฟูลออฟชั่น ที่ทำให้ทุกอย่างเป็นเรื่องที่ง่าย

ในยุคสมัยแห่งการ Work from Anywhere ที่เราสามารถทำงานได้จากทุกที่ ดีไวซ์ที่ตอบโจทย์ก็ต้องพกพาง่ายและมีความยืดหยุ่นในการใช้งาน ซึ่งนั้นก็ต้องยกให้ MatePad 11 2023 แท็บเล็ตรุ่นใหม่ล่าสุดจาก HUAWEI ที่นอกจากจะให้จอขนาดใหญ่ หน่วยประมวลผลเร็วแรงแล้ว ตัวอุปกรณ์เสริมเองก็มีมาให้ครบครันสร้างประสบการณ์การใช้งานเสมือนเรากำลังใช้งาน PC

สารบัญ

สเปค HUAWEI MatePad 11 2023

  • ขนาดเครื่อง 253.7 x 165.3 x 7.2 มม. น้ำหนักเริ่มต้น 480 กรัม
  • สีเครื่องดำกราไฟต์ Graphite Black
  • จอ TFT LCD (IPS) ขนาด 11 นิ้ว ความละเอียด WQXGA (2560 × 1600px), 275ppi, รีเฟรชเรท 120Hz
  • ระบบเสียง Histen 8.0 มีลำโพง 4 ตัว + ไมโครโฟน 2 ตัว ปรับจูนเสียงโดย Harman Kardon
  • ชิป Qualcomm Snapdragon 865
    • ประมวลผล Octa-core (1×2.84GHz Cortex-A77 & 3×2.42GHz Cortex-A77 & 4×1.80GHz Cortex-A55)
  • GPU Adreno 650
  • สเปคความจำที่เข้าไทย RAM 6GB+128GB
  • ระบบปฏิบัติการ HarmonyOS 3.1
  • กล้องหน้า 8MP, F/2.0
  • กล้องหลัง 13MP, F/1.8, AF
  • ไม่รองรับระบบเครือข่าย
  • รองรับการเชื่อมต่อ
    • WLAN : IEEE 802.11a/b/g/n/ac/ax, MIMO 2×2, HE80, 2.4 GHz และ 5 GHz
    • Bluetooth 5.1, BLE, SBC, AAC, LDAC HD Audio
  • แบตเตอรี่ 7,250mAh รองรับชาร์จไว 22.5W
    • ที่ชาร์จมาตรฐานรองรับเอาต์พุต 10V/2.25A
  • ราคาขายในไทย รุ่น Wi-Fi ( 6GB+128GB ) ราคา 15,990 บาท

แกะกล่อง

MatePad 11 2023 มากับแพ็คเกจกล่องสีขาวทรงมาตรฐานหน้ากล่องระบุชื่อรุ่น สำหรับอุปกรณ์ภายในของเครื่องที่จะวางจำหน่ายจริงจะประกอบไปด้วย

  • HUAWEI MatePad 11 2023
  • สายชาร์จ USB Type-C
  • อะแดปเตอร์ชาร์จ
  • คู่มือการใช้งาน+ใบรับประกันสินค้า

สำหรับใครที่พรีออเดอร์ระหว่าง 28 เมษายน – 5 พฤษภาคม ก็จะได้ของแถมเซ็ตใหญ่ทั้ง เคส HUAWEI Smart Keyboard และปากกา HUAWEI M-Pencil 2 generation หรือถ้าจองผ่าน HUAWEI Experience Store ที่ร่วมรายการก็จะได้เมาส์ไร้สาย HUAWEI Bluetooth Mouse ด้วย เอาเป็นว่าใครที่พรีออเดอร์ถึงวันรับเครื่องก็พร้อมทำงานได้เลย

ดีไซน์

HUAWEI MatePad 11 2023 มากับขนาดเครื่องที่เบา บาง ซึ่งตัวเครื่องแบบเพียวๆ จะหนาแค่ 7.2 มม. และหนักเพียง 480 กรัม เท่านั้น ต่อให้ใส่เคสคีย์บอร์ดเพิ่มก็ยังไม่รู้สึกว่าพกพาลำบาก และไม่เปลืองพื้นที่กระเป๋า

ดีไซน์ฝาหลังเป็นแบบเรียบง่าย โดยสีที่ขายในไทยเป็นดำกราไฟต์ ขณะที่ตัวโมดูลกล้องเองก็อยู่บริเวณขอบซ้ายบนของเครื่อง มีลักษณะเป็นวงแหวนคล้ายรูปดาวของจักรวาล

ส่วนขอบเครื่องมีความโค้งมน โดยมีลำโพงติดตั้งมาให้ 2 คู่ รวมเป็น 4 ตัว อยู่ที่ขอบด้านบนและด้านล่างของเครื่อง ซึ่งนอกจากลำโพงแล้วที่ด้านบนก็ยังจะมีปุ่มพาวเวอร์ ส่วนด้านล่างเป็นพอร์ต USB Type-C สำหรับปุ่มปรับระดับเสียงอยู่ทางด้านขวา พร้อมด้วยช่องไมโครโฟนสองจุด ส่วนขอบด้านซ้ายมีพอร์ตแม่เหล็กเพื่อใช้ในการเชื่อมต่อกับอุปกรณ์อย่าง HUAWEI Smart Keyboard ขณะที่ตัว M-Pencil Gen 2 เองก็สามารถแปะติดตรงขอบด้วยแรงแม่เหล็กได้

ต่อมาเป็นเรื่องหน้าจอ MatePad 11 2023 ดีไซน์แบบ FullView Display พาแนล TFT LCD (IPS) ขนาด 11 นิ้ว ความละเอียด WQXGA (2560 × 1600px) มีความหนาแน่นพิกเซล 275ppi แสดงสีสันได้สดใสด้วยขอบเขตการแสดงผลสี DCI-P3 มาตรฐานเดียวกันกับที่ใช้ในวงการภาพยนต์

การแสดงผลภาพเคลื่อนไหวก็ลื่นไหลด้วยอัตรารีเฟรชเรทที่สูงถึง 120Hz อีกทั้งยังถนอมสายตาด้วยมาตรฐานลดแสงสีฟ้าจาก TÜV Rheinland

อุปกรณ์เสริม

เพื่อการใช้งาน HUAWEI MatePad 11 2023 อย่างเต็มประสิทธิภาพและตอบโจทย์คนทำงาน ก็แนะนำว่าควรจะต้องใช้งานร่วมกับอุปกรณ์เสริมซึ่งมีทั้ง

  • HUAWEI Smart Keyboard

เคสคีย์บอร์ดที่จะแปลงร่างแท็บเล็ตให้ทำงานได้เสมือนอุปกรณ์ PC ตัวเคสทำจากวัสดุที่ให้ผิวสัมผัสระดับพรีเมี่ยม ซึ่งนอกจากตัวเคสจะมีขาสำหรับตั้งแท็บเล็ตได้แล้ว ผู้ใช้ยังสามารถถอดแยกแป้นคีย์บอร์ดออกจากตัวเคสได้ด้วย ส่วนระยะปุ่มบนแป้นอยู่ที่ 1.5 มม. ให้สัมผัสและจังหวะการพิมพ์ที่คล่องตัวไม่ต่างจากการใช้คีย์บอร์ดทั่วไป ใครที่ต้องทำงานกับเอกสารบ่อยๆ ควรจะหามาติดไว้ และต้องแจ้งไว้ก่อนว่าในการวางจำหน่ายจริงตัวคีย์บอร์ดที่ขายในไทยจะเป็นเวอร์ชั่นภาษาไทย ไม่ใช่เวอร์ชั่นภาษาอังกฤษแบบที่เห็นกันในรีวิวของเรา

  • HUAWEI M-Pencil 2 generation

ปากกาสไตลัสรุ่นที่ 2 ของ HUAWEI ที่มากับขนาดใกล้เคียงกับปากกาจริงๆ สามารถแปะเก็บบนขอบแท็บเล็ตได้ ส่วนหัวปากการองรับแรงกดและการลากเส้นแบบเอียงได้สูงถึง 4,096 ระดับ เวลาลากบนจอเส้นก็วิ่งติดหัวได้ดีด้วยค่าความหน่วงต่ำเพียง 2ms

นอกจากนี้ยังมีฟีเจอร์ที่เพิ่มความสะดวก ในการทำงานอย่างการตั้งคำสั่งควบคุมผ่านการเคาะ 2 ครั้งบนตัวปากกา โดยที่สามารถตั้งได้ทั้งเคาะเพื่อสลับเครื่องมือที่ใช้กับยางลบ, สลับการใช้งานระหว่างอุปกรณ์ปัจจุบัน กับอุปกรณ์ก่อนหน้า หรือใช้เรียกชุดสี คนที่ทำงานสายออกแบบน่าจะถูกใจกับฟังค์ชั่นนี้

การใช้งาน

ขุมกำลังภายในของ MatePad 11 2023 ใช้ชิป Qualcomm Snapdragon 865 สถาปัตยกรรมการผลิตระดับ 7 นาโนเมตร ตัวประมวลผลเป็น Octa-core สูงสุด 2.84GHz มีประมวลผลกราฟฟิก Adreno 650

สำหรับเครื่องที่เราได้มารีวิวเป็นโมเดลที่รองรับเฉพาะ Wi-Fi สเปคความจำ RAM 6GB และมี ROM 128GB ระบบปฏิบัติการที่ติดเครื่องมาเป็น HarmonyOS 3.1 สามารถดาวน์โหลดแอปต่างๆ ได้จาก HUAWEI AppGallery

เรื่องประสิทธิภาพการประมวลผลเมื่อทดสอบบนแพลตฟอร์ม Benchmark ได้ผลลัพท์ดังนี้

  • Geekbench 5 : Single-core 755 คะแนน / Multi-core 2722 คะแนน
  • AnTuTu Benchmark V9 : 579076 คะแนน

สำหรับการใช้งานเพื่อความบันเทิงอย่างการเล่นเกม จากที่ทดสอบด้วย PUBG Mobile สามารถเปิดกราฟฟิกได้สูงสุด Ultra HD และรีเฟรชเรทระดับสูงสุด

ถ้าเป็นสายซีรีส์คนที่ซื้อ HUAWEI MatePad 11 2023 ก็ยังได้รับสิทธิ VIP ดูคอนเทนท์ผ่านแอป WeTV ฟรีไปเลย 3 เดือน

เมื่อพูดถึงแท็บเล็ตหน้าจอใหญ่การทำงานแบบ Multitasking คือสิ่งที่ผู้บริโภคต้องการ และ MatePad 11 2023 ก็มีลูกเล่น App Multiplier สามารถเปิดแอปเดียวกันได้สองหน้าต่าง และสามารถทำ Multi-Window เปิดแอปพลิเคชั่นทำงานบนจอเดียวได้พร้อมกันได้สูงสุด 4 จอ ระหว่างวีดีโอคอลประชุม ก็สามารถเปิดดูเมล์ ตอบแชท หรือดูไฟล์ ได้พร้อมกันอย่างไม่มีปัญหา หรือถ้ายังไม่พอตัวแท็บเล็ตก็ยังสามารถเปิดหน้าต่างลอยบนจอได้สูงสุดถึง 10 หน้าต่าง

ไหนๆ ก็พูดไปถึงการทำงานที่เกี่ยวกับไฟล์ กับเอกสารแล้วใน MatePad 11 2023 ก็ยังมีนวัตกรรมใหม่อย่าง SuperHub ที่เป็นหน้าต่างลอยเพื่อเก็บไฟล์ชั่วคราว เพื่อการ Copy และ Paste ข้ามไปมาระหว่างแอปได้อย่างสะดวก ไม่ว่าจะเป็นการโยนไฟล์แบบเดี่ยวๆ หรือลากลงไปทั้งกลุ่ม รวมถึงลากข้ามอุปกรณ์

อีกหนึ่งสิ่งที่เปิดตัวมาพร้อมกับ MatePad 11 2023 คือแอป HUAWEI Notes เวอร์ชั่นใหม่ ที่รอบนี้มีการอัพเกรดให้ทำงานร่วมกับ M-Pencil 2nd generation ได้สะดวกและครอบคลุมมากขึ้น อีกทั้งยังให้ความสามารถเสมือนการทำงานบนอุปกรณ์ PC อาทิเช่น

  • Notes Management : ฟีเจอร์การจัดกลุ่มโน๊ตไว้ในไฟล์เดียวกันเพื่อความเป็นระเบียบและสะดวกในการค้นหา รวมถึงการสร้างโฟลเดอร์ และซ้อนโฟลเดอร์ได้
  • ปัดหมุดโฟลเดอร์ : เพื่อประสิทธิภาพในการเรียกใช้งาน ผู้ใช้สามารถปักหมุดโฟลเดอร์ที่สำคัญ หรือใช้งานบ่อยๆ ไว้ที่ด้านบนสุดได้
  • Free image cropping : ครอบตัดรูปภาพ รวมถึง หมุน, ซูม และย้ายรูปภาพ บนหน้าบันทึกได้อย่างสะดวกและรวดเร็ว
  • Presentation and Sharing : แชร์โน๊ตเป็นไฟล์ภาพหรือ PDF ไปยังอุปกรณ์อื่นๆ และใช้ Laser Pointer ในระหว่างที่พรีเซ็นต์งาน ผ่าน PC ได้
  • นำเข้า-ส่งออกเอกสาร : ในแอปเวอร์ชั่นใหม่ ผู้ใช้สามารถนาเข้าไฟล์และรูปภาพ PDF เข้ามาแก้ไขได้ รวมถึงการส่งออกไปได้ทั้งในรูปแบบ PDF หรือรูปภาพ
  • Efficient Notetaking : ฟีเจอร์การทำงานร่วมกับปากกาไม่ว่าจะเป็นการตัดภาพ, ข้อความ และเคลื่อนย้าย รวมถึงเปลี่ยนลายมือเป็น Text
  • Color Capture : เพิ่มสีสันในการทำงานด้วยการดูดสีได้จากทั้งภาพถ่ายจริง และข้ามแอปฯ
  • Take Snippet : ใช้ปากกาในการจับภาพหน้าจอเฉพาะส่วนได้
  • Pressure Eraser : เขียนผิดก็ลบง่ายๆ แค่กดปากกาค้างไว้ที่หน้าจอก็สามารถ เปลี่ยนจากหัวปากกาเป็นยางลบแล้วลบได้เลย แล้วถ้าจะสลับมาเป็นหัวปากกาเพื่อเขียนอีกครั้งก็แค่ยกปากกาขึ้นจากจอ

อีกสิ่งหนึ่งที่คนทำงานต้องเจอนอกจากการทำเอกสารหรือจดสารพัดสิ่งแล้ว คือการวีดีโอคอลประชุมงาน และมันก็คงจะดีมากๆ ถ้าเราสามารถประชุมเมื่ออยู่ในพื้นที่ส่วนตัวได้โดยไม่ต้องใส่หูฟังช่วย ซึ่ง HUAWEI MatePad 11 2023 ก็พร้อมตอบโจทย์ด้วยลำโพง 4 ตัว Quad-Speaker รองรับอัลกอริทึมเอฟเฟกต์เสียง Histen8.0 ขณะที่ไมโครโฟนก็มีเทคโนโลยี AI ช่วยลดเสียงรบกวน

ส่วนด้านภาพก็ชัดเจนด้วยกล้องหน้า 8 ล้านพิกเซล ติดตั้งอยู่บริเวณกึ่งกลางขอบด้านข้างของเครื่อง ขณะที่กล้องหลังให้ความละเอียดมา 13 ล้านพิกเซล มีออโต้โฟกัส เพียงพอต่อการใช้ถ่ายภาพเอกสาร หรือถ่ายสิ่งที่จะเก็บไว้เป็น Reference สำหรับการทำงาน

สำหรับแบตเตอรี่มีขนาด 7,250mAh ซึ่งจากที่ทดสอบใช้งานจริงถ้าใช้กันทั่วไปหนึ่งวันอยู่ได้สบายๆ ส่วนการชาร์จก็รองรับการชาร์จเร็วผ่านสาย 22.5W จากการทดสอบใช้ชาร์จแบตเตอรี่ใช้เวลาราวๆ 2 ชั่วโมงก็กลับมาเต็ม 100%

สรุป+ราคา

HUAWEI MatePad 11 2023 จัดว่าเป็นอุปกรณ์ที่มีความน่าสนใจ ไม่ว่าจะเป็นการใช้งานในฐานะแท็บเล็ตที่พกพาสะดวก ตัวเครื่องเบาบาง จอใหญ่ ชิปประมวลผลที่แรง รองรับการทำงานร่วมกับปากกา HUAWEI M-Pencil 2 generation ที่เหมาะสำหรับสายขีดเขียน หรือจะเป็นการทำงานในรูปแบบ PC ด้วยอุปกรณ์เสริมอย่าง HUAWEI Smart Keyboard และแอป HUAWEI Notes เวอร์ชั่นใหม่ ซึ่งน้อยครั้งที่เราจะเห็นแท็บเล็ตที่ครบเครื่องขนาดนี้ นับว่าเป็นอุปกรณ์ที่ตอบโจทย์ทั้งวัยเรียนและวัยทำงาน

สำหรับราคาและการวางจำหน่ายในไทย HUAWEI MatePad 11 2023 WIFI 6+128GB สนนราคาอยู่ที่ 15,990 บาท เปิดให้พรีออเดอร์วันที่ 28 เมษายน 2566 – 4 พฤษภาคม 2566

พิเศษช่วงพรีออเดอร์รับฟรี! HUAWEI Smart Keyboard มูลค่า 4,990 บาท, ปากกา HUAWEI M-Pencil 2nd generation มูลค่า 4,490 บาท และสิทธิพิเศษจากแอปฯ ต่างๆ ได้แก่ HUAWEI Cloud 1 เดือน (200GB) มูลค่า 99 บาท และ WeTV VIP 3 เดือน มูลค่า 429 บาท มูลค่ารวม 11,498 บาท สั่งซื้อได้ที่ https://bit.ly/3H1sqVI

About Author

RingRangRung

RingRangRung

Partners