เรียกว่าเป็นสมาร์ทโฟนที่มีราคาสูงที่สุดในตลาดตอนนี้เลยก็ว่าได้กับ Huawei Mate Xs 5G เรือธงไฮเอนด์ตัวเลือกชั้นยอดของคนที่ชอบนวัตกรรมล้ำสมัยภายใต้ราคาจ่าย 90,000 บาทยังมีทอน
สเปค Huawei Mate Xs 5G
- สัดส่วนเครื่อง
- กางออก : 161.3 × 146.2 × 5.4 มม
- พับ : 161.3 × 78.3 × 11 มม.
- หนัก 300 กรัม
- หน้าจอแสดงผลแบบ Foldable OLED
- กางออก : 8 นิ้ว ความละเอียด 2480 x2200 พิกเซล อัตราส่วน 8 : 7.1
- พับ : มี จอหลักด้านหน้า 6.6 นิ้ว ความละเอียด 2480 x1148 พิกเซล อัตราส่วน 19.5:9 / จอรองด้านหลัง 6.38 นิ้ว 2480 x 892 พิกเซล อัตราส่วน 25:9
- ชิปเซต Kirin 990 5G ประมวลผล Octa-core (2 x Cortex-A76 2.86GHz + 2 x Cortex-A76 2.36GHz + 4 x Cortex-A55 1.95GHz)
- GPU Mali-G76
- NPU Dual Big Core + Tiny Core NPUs
- สเปคความจำ RAM 8GB + ROM 512GB รองรับ NMCard สูงสุด 256GB
- กล้อง Leica Quad Camera
- 40MP (Wide), f/1.8 ,1/1.7″,PDAF
- 16MP (Ultrawide), f/2.2, AF
- 8MP (Telephoto), f/2.4, PDAF, OIS, 3X Optical zoom, 5X Hybrid zoom
- HUAWEI Time-of-Flight (ToF)
- รองรับ 2 ซิมแบบ Hybrid slot ระบบเครือข่ายที่รองรับ
- 5G N38 / N41(2515 ~ 2690 MHz) / N77 / N78 / N79 / N1 / N3 / N28 (TX: 703 – 733 MHz, RX: 758 – 788 MHz)
- 4G FDD LTE: แบนด์ 1 / 2 / 3 / 4 / 5 / 6 / 7 / 8 / 9 / 12 / 17 / 18 / 19 / 20 / 26 / 28 / 32
- 4G TDD LTE: แบนด์ 34 / 38 / 39 / 40 / 41
- 3G WCDMA: แบนด์ 1 / 2 / 4 / 5 / 6 / 8 / 19
- 2G GSM: แบนด์ 2 / 3 / 5 / 8 (850 / 900 / 1800 / 1900 MHz)
- รองรับ Wi-Fi 802.11 a/b/g/n/ac, dual-band, Wi-Fi Direct, hotspot
- รองรับ Bluetooth 5.0, A2DP, LE
- ใช้ dual-band A-GPS, GLONASS, BDS, GALILEO, QZSS
- มีสแกนลายนิ้วมือที่ด้านข้างของเครื่อง
- แบตเตอรี่ 4500mAh รองรับ HUAWEI SuperCharge (สูงสุด 55 W)
- ระบบปฏิบัติการ EMUI 10.1 บนพื้นฐาน Android 10 ใช้ Huawei Mobile Services (HMS)
- สีที่วางจำหน่าย น้ำเงิน (Interstellar Blue)
- ราคาเปิดตัวในไทย 89,990 บาท
แพ็คเกจของ Huawei Mate Xs ก็ดูแพงสมราคา โดยแบ่งพื้นที่กล่องเป็นสองชั้น แยกช่องเก็บของต่างๆ มาเป็นอย่างดี สำหรับอุปกรณ์ในกล่องประกอบด้วย
- เครื่อง Huawei Mate Xs
- คู่มือการใช้งานเบื้องต้น+ใบรับประกันสินค้า
- ใบข้อควรระวังการใช้งาน
- เข็มจิ้มถาดซิม
- เคสกรอบเครื่อง
- อะแดปเตอร์ Huawei SuperCharge 65W
- สายเคเบิล USB-C
- หูฟัง USB Type-C
เริ่มกันด้วยการออกแบบรุ่นนี้มีพื้นฐานดีไซน์มาจาก Mate X ซึ่งใช้กลไกการพับหน้าจอแบบออกด้านนอก ตามความต้องการของผู้ผลิตที่อยากให้รุ่นนี้ออกมาเรียบง่ายให้ความรู้สึกที่ยังเป็นสมาร์ทโฟน และในกรณีที่ต้องการกางออกก็แค่กดปุ่มปลดล็อคด้านหลังเครื่องแล้วกางออกมา
กลไกบานพับทาง Huawei เรียกดีไซน์นี้ว่า “Falcon Wing Design” โดยมีวัสดุข้อพับที่เป็น Zirconium ที่แข็งแกร่งกว่า Titanium Alloy ถึง 30% พร้อมผ่านการทดสอบความทนทานของกลไกจากห้องปฏิบัติการมาเป็นอย่างดี สำหรับฝาหลังเป็นอลูมิเนียม
จากที่ลองใช้มาตัวกลไกของ Mate Xs จัดว่าแข็งแรง มีความหนืดประมาณหนึง ถือว่าช่วยดึงสติป้องกันไม่ให้เราออกแรงในจังหวะพับหรือกางเครื่องมากเกินไป
ด้านสัดส่วนเครื่องเมื่อกางออกเรียกว่าบางกำลังดีโดยส่วนบางสุดจะอยู่ที่ 5.4มม. และจุดที่หนาที่สุดซึ่งเป็นส่วนกริปจะหนา 11 มม. ขณะที่พับเครื่องสัดส่วนจะเป็น 161.3 × 78.3 × 11 มม. ส่วนเรื่องน้ำหนักก็จัดว่าเอาเรื่องอยู่ 300 กรัม
จุดที่ต้องระมัดระวังในการใช้งานของรุ่นนี้คือการถือหรือเก็บเครื่อง โดยเฉพาะตอนที่พับอยู่เนื่องจากบอดี้ที่มือเราจะไปสัมผัสโดนส่วนใหญ่จะเป็นส่วนของกระจกหน้าจอ เมื่อบวกกับน้ำหนักที่ค่อนข้างมากเมื่อเทียบกับสมาร์ทโฟนทั่วไป ใครที่เหงื่อออกมือง่ายก็ต้องระวังเครื่องลื่นหลุดมือเอาไว้ด้วย
ขณะที่การเก็บเครื่องก็ขอยอมรับตรงนี้ว่าเป็นอีกหนึ่งรุ่นที่ยากจะทำใจในการยัดใส่กระเป๋ากางเกง หรือเก็บใส่ซองโดยไม่มีห่อชั้นป้องกัน เนื่องจากดีไซน์การพับที่ให้หน้าจอล้อมเครื่องโอกาสที่เราจะไม่ระมัดระวังพลาดสร้างรอยขีดข่วนบนจอก็มีสูง
มาถึงการแสดงผลกันบ้าง Mate Xs ใช้พาแนลจอ OLED ที่พับได้ คลุมทับด้วยวัสดุ Double Layer Optical Polyimide ที่ทางค่ายเคลมว่าเป็นวัสดุที่ทนทานกว่าแบบเลเยอร์เดียว 80% และมีราคาสูงกว่าทองคำถึง 3 เท่าเมื่อเทียบกันปอนด์ต่อปอนด์
เมื่อกางออกจะได้จอแสดงผลขนาด 8 นิ้ว ความละเอียด 2480 x2200 ที่เป็น Fullview Display ไม่มีติ่งหรือรอยบากมากวนใจ สำหรับอัตราส่วนของภาพเป็น 8 : 7.1 ซึ่งแอปฯ และหน้าเว็บไซต์ส่วนใหญ่จากที่ลองใช้มาก็ไม่พบปัญหาอะไร
เมื่อพับเครื่องก็จะได้หน้าจอหลักด้านหน้าขนาด 6.6 นิ้ว ความละเอียด 2480 x1148 พิกเซล อัตราส่วน 19.5:9 พร้อมด้วยจอรองด้านหลังขนาด 6.38 นิ้ว ความละเอียด 2480 x 892 พิกเซล อัตราส่วน 25:9 ซึ่งจอนี้หลักๆ จะใช้เป็นออฟชั่นเสริมในฟังค์ชั่นการถ่ายภาพมากกว่า แต่ก็ยังสามารถใช้งานได้ทั่วไปเหมือนกับจอด้านหน้า
ในส่วนขององค์ประกอบต่างๆ ของเครื่องมีการจัดวางดังนี้
- ขอบจอ : ลำโพงสนทนา
- ขอบเครื่องด้านบน : ไมโครโฟนตัดเสียงรบกวน. IR Blaster, ช่องใส่ซิมแบบ Hybrid slot
- ขอบเครื่องฝั่งขวา : ปุ่มปรับระดับเสียง, ปุ่มพาวเวอร์+สแกนลายนิ้วมือ
- ขอบเครื่องด้านล่าง : พอร์ต USB-C, ลำโพง, ไมโครโฟน
- ด้านหลังเครื่องตรงกริปจับ : กล้อง 4 ตัว, แฟลช LED, ปุ่มปลดกางเครื่อง
ในส่วนของสเปค Mate Xs อัพเกรดจากรุ่นก่อนด้วยชิปเซต Kirin 990 5G แบบเดียวกันกับที่ใช้กับเรือธง P40 series โดยเป็นตัวประมวลผลแบบ Octa-core ใช้ GPU Mali-G76 และมี Dual-Core NPU
แน่นอนว่ารุ่นนี้เป็นสมาร์ทโฟนจอพับได้ที่เป็น 5G รุ่นแรกของโลก ที่รองรับทั้งแบบ NSA และ SA โดยมีการออกแบบโมเด็มให้ประกอบเข้ากับชิป Kirin 990 โดยตรง ทำให้ได้ประสิทธิภาพการเชื่อมต่อที่เสถียรคู่ไปกับสปีดที่เต็มศักยภาพ
สเปคความจำที่ขายในไทยเป็น RAM 8GB มี ROM 512GB และรองรับหน่วยความจำเสริม NMCard สูงสุด 256GB ด้านแบตเตอรี่ Mate Xs ใส่มา 4500mAh รองรับเทคโนโลยีชาร์จไว SuperCharge ในกำลังไฟ 55W ชาร์จ 30 นาที ได้แบตเตอรี่มากถึง 85% พร้อมแถมอะแดปเตอร์ที่รองรับเทคโนโลยีนี้มาให้ในกล่องด้วย
ระบบปฏิบัติการเป็น Android 10 คลุมด้วย EMUI 10 ที่ไม่มี Google Mobile Services แต่ใช้ Huawei Mobile Services แทน ซึ่งปัจจุบันก็มีตัวเลือกทั้งแอปฯ และเกม ที่นิยมในไทยให้เลือกใช้งานมากมาย แม้จะยังแทน Google Play ได้ความสะดวกในการใช้งานไม่ได้ 100% แต่ก็แสดงให้เห็นถึงทิศทางการพัฒนาที่ดี
ด้วยหน้าจอที่ใหญ่ทำให้สามารถใช้งานแบบ Multi-Windows แบ่งการทำงาน 2 แอปฯ บนหน้าจอเดียวได้สบายๆ เหมือนกับแท็บเล็ต ขณะที่แอปฯ และเกมหลายตัวจาก AppGallery ก็รองรับการทำงานบนหน้าจอทั้งสองขนาด รวมถึงบางแอปฯ เองก็มีลูกเล่นแบ่งพื้นที่ใช้งานที่รองรับหน้าจอในลักษณะแบบนี้
จากที่ลองใช้มาก็พบว่าบางเกมอาจจะมีอาการอัตราส่วนภาพเพี้ยน หรือปุ่มหาย ไปบ้างหากพับหน้าจอระหว่างเล่น แต่ภาพรวมยังถือว่าน่าพอใจมาก
เรื่องประสิทธิภาพการทำงานจากการทดสอบด้วยการเล่นเกม Huawei Mate Xs 5G สอบผ่านได้สบายมากๆ โดยสามารถปรับกราฟฟิก และเฟรมเรทสูงสุด แล้วเล่นได้ลื่นๆ ไม่มีปัญหา แถมบางเกมยังได้มุมมองภาพที่กว้างกว่าหน้าจออัตราส่วนปกติด้วย
สำหรับคะแนน Benchmark มีดังนี้
- PCMark for Android (Work 2.0) = 8541 คะแนน
- AnTuTu Benchmark V8.4.3 = 442804 คะแนน
- AITUTU V1.2.4 = 114633 คะแนน
มาถึงพาร์ทของการถ่ายภาพในรุ่นนี้มีกล้องมาให้ 4 ตัวประกอบด้วย
- กล้องหลักเลนส์ Wide 40MP, f/1.8 ,1/1.7″,PDAF
- Ultrawide 16MP, f/2.2, AF
- Telephoto 8MP, f/2.4, PDAF, OIS, 3X Optical zoom, 5X Hybrid zoom
- Time-of-Flight (ToF)
กล้องทั้ง 4 ตัวนี้สามารถถ่ายได้ทั้งแบบกล้องหน้าและกล้องหลัง ส่งผลให้ได้รูปที่มีคุณภาพที่สุดยอดเท่ากัน แถมยังประสิทธิภาพยอดเยี่ยมในทุกสภาพแสงโดยที่กล้องรุ่นนี้มีกันสั่นทั้ง OIS+AIS รวมถึงการถ่ายในที่แสงน้อยซึ่งสามารถดัน ISO ได้สูงสุดถึง 204800
สำหรับการทำระยะซูมในรุ่นนี้มี Optical zoom ได้ 3 เท่า, Digital zoom ได้ 30 เท่า และระยะซูมสูงสุด 45 เท่า
ด้านการถ่าย Portrait นอกจากจะเก็บขอบได้แนบเนียนแล้ว เรายังสามารถเปิดให้จอหลังแสดงผลเป็น Mirror Shooting ให้คนที่เป็นแบบสามารถเห็นภาพจากกล้องเพื่อจัดท่าโพสต์ หรือมุมภาพได้ด้วยตัวเองก่อนที่เราจะกดถ่ายได้
ตัวอย่างภาพจากกล้องของ Huawei Mate Xs 5G
จากภาพรวม Huawei Mate Xs 5G นับเป็นรุ่นที่เหมาะสำหรับคนที่หลงไหลในนวัตกรรม และพร้อมที่จะจ่ายเพื่อได้เป็นผู้สัมผัสกับเทคโนโลยีใหม่ๆ ก่อนใคร เพราะแน่นอนว่าด้วยราคา 89,990 บาท ย่อมไม่ใช่ราคาที่คนทั่วไปจะจับต้องได้ง่ายๆ
ส่วนเรื่องประสิทธิภาพก็บอกได้ว่าเป็นไปตามมาตรฐานเรือธง แต่ก็มีข้อสังเกตในมุมการใช้งานที่เราจะต้องให้ความระมัดระวังเป็นพิเศษเพราะต่อให้ถูกเพิ่มความแข็งแรงขึ้นจากรุ่นก่อน แต่ก็ยังไม่ได้แกร่งเทียบเท่ามือถือที่เราใช้กันทั่วไป เอาเป็นว่าใครที่มีกำลังทรัพย์และอยากสัมผัสประสบการณ์ใช้งานสมาร์ทโฟนในรูปแบบที่แตกต่างไปจากเดิมก็ลองพิจารณา Huawei Mate Xs 5G ดูได้






















































































