เปิดตัวกันมาเป็นที่เรียบร้อยกับที่สุดของเรือธงที่แฟนๆต่างเฝ้ารอคอยอย่าง Huawei Mate20 Series ที่มีออกมา 3 รุ่น ประกอบด้วยรุ่นที่คุ้นเคยกันอย่างตัวโมเดลพื้นฐาน Mate20 ที่มาคู่กับตัวท็อปอย่าง Mate20 Pro เสริมทีมด้วย Mate20 X ที่เป็นโมเดลระดับกลางของซีรีส์ และเพื่อไม่ให้ต้องรอกันนานตอนนี้เราก็ได้พี่ใหญ่ Huawei Mate20 Pro มาอยู่ในมือแล้ว
- สัดส่วนเครื่อง 157.8 x 72.3 x 8.6 มม. หนัก 189 กรัม
- หน้าจอ OLED ขนาด 6.3 นิ้ว ความละเอียด 1440 x3120 พิกเซล อัตราส่วน 19.5:9 , DCI-P3 HDR
- ชิปเซต HiSilicon Kirin 980 (Octa-core 2.6GHz) สเปค RAM 6GB ความจุตัวเครื่อง 128GB
- กล้องหลัง 3 ตัวติดเลนส์ Leica ประกอบด้วย
- กล้องเลนส์ Wide 27mm ความละเอียด 40 ล้านพิกเซล , f/1.8
- กล้องเลนส์ Ultra Wide 16mm ความละเอียด 20 ล้านพิกเซล f/2.2
- กล้องเลนส์ Telephoto 80mm ความละเอียด 8 ล้านพิกเซล รูรับแสง f/2.4 , 3x optical zoom,ใช้กันสั่น OIS
- กล้องหน้า 24 ล้านพิกเซล รูรับแสง f/2.0
- มีระบบสแกนลายนิ้วมือบนหน้าจอ และระบบสแกนใบหน้า 3D Face Unlock
- เทคโนโลยีเชื่อมต่อ Wi-Fi 802.11 a/b/g/n/ac, dual-band, DLNA, Wi-Fi Direct, hotspot, Bluetooth 5.0, A2DP, aptX HD, LE
- เทคโนโลยีระบุตำแหน่ง A-GPS, GLONASS, BDS
- แบตเตอรี่ 4200mAh ใช้เทคโนโลยีชาร์จไวด้วยกำลังไฟ 40W ผ่านพอร์ต USB Type-C
- ระบบปฏิบัติการ Android 9 Pie คลุมด้วย EMUI 9
Huewei Mate20 Pro มากับงานดีไซน์ที่สวยงามและมีเอกลักษณ์เพื่อให้ตอบโจทย์กับกลุ่มเป้าหมายผู้ใช้ ที่เป็นผู้บริโภคนักธุรกิจที่มองหาอุปกรณ์ที่ความล้ำสมัยเพื่อเป็นผู้ช่วยสร้างความสำเร็จให้กับชีวิต
บอดี้ของ Mate20 Pro เป็นกระจกขอบโค้งทั้งด้านหน้าและด้านหลัง โดยเปิดตัวมา 4 สี ประกอบด้วย Twilight, Emerald Green, Midnight Blue และ Black ขณะที่สัดส่วนตัวเครื่อง 158.1×73.8×8.5 มม. หนัก 189 กรัม จับถือได้ถนัดมือและมีการทำพื้นผิวแบบพิเศษที่ช่วยลดการเกิดรอยนิ้วมือบนผิวกระจก มีมาตรฐานกันน้ำ กันฝุ่นระดับ IP68
หน้าจอดีไซน์แบบไร้ขอบ FullView Display มีรอยบากด้านบน ใช้แผงจอชนิด OLED ขนาด 6.3 นิ้ว ความละเอียด 1440×3120 พิกเซล อัตราส่วน 19.5:9 รองรับมาตรฐานการแสดงผล HDR ค่าความหนาแน่นพิกเซล 539ppi มีสัดส่วนพื้นที่แสดงผล 86.90%
ส่วนรอยบากของรุ่นนี้จะมีขนาดใหญ่เมื่อเทียบกับรุ่น P20 เนื่องจากมีการติดตั้งเซ็นเซอร์ที่ใช้ในการปลดล็อคตัวเครื่องด้วยสแกนใบหน้า 3D Facial Recognition พร้อมด้วยกล้องหน้า และลำโพงสนทนา ขณะที่ขอบด้านล่างจะปล่อยโล่งและใช้ Navigation Bar (ปุ่ม Home, Back, Recent) แบบ On-Screen สัมผัสบนหน้าจอ
พลิกมาด้านหลังจะพบกับการจัดวางกล้องหลัง 3 ตัวที่เป็นเอกลักษณ์ตรงตามข้อมูลที่หลุดมาก่อนหน้านี้ โดยตัวกล้องและแฟลช LED จะวางเรียงกันเป็น 4 เหลี่ยม เหนือกล้องมีตัวอักษร LEICA พาร์ทเนอร์ด้านกล้องของ Huewei และอีกจุดที่สังเกตได้คือ Mate20 Pro จะไม่มีสแกนลายนิ้วมือด้านหลังเครื่องเหมือนกับรุ่นปกติ เนื่องจากรุ่นนี้มาพร้อมกับเทคโนโลยีสแกนลายนิ้วมือบนจอแล้ว
ขอบเครื่องฝั่งขวาจะเป็นปุ่มปรับระดับเสียง และปุ่ม Power ที่มีการลงสีให้ดูเด่นขึ้นมา
ขอบเครื่องด้านบนมีพอร์ต IR blaster กับช่องไมโครโฟนตัดเสียงรบกวน ส่วนขอบด้านล่างเป็นพอร์ต USB Type-C ไม่มีช่องเสียบหูฟัง 3.5มม. และมีการใช้ลูกเล่นการซ่อนลำโพง Dual Speakers ไว้ในพอร์ต USB-C นอกจากนี้ยังมีไมโครโฟน กับช่องใส่ซิมการ์ดแบบ Hybrid Slot
สุดยอดหน่วยประมวลผล Kirin 980
Huawei Mate20 Series เป็นสมาร์ทโฟนรุ่นแรกของค่ายที่ใช้ชิปเซตรุ่นใหม่ Kirin 980 แน่นอนว่าเป็นชิปที่ทางค่ายพัฒนาขึ้นมาเอง และเป็นชิปที่มี NPU (Neural Processing Unit) หรือส่วนประมวลผลปัญญาประดิษฐ์ที่ทำงานเลียนแบบสมองมนุษย์

ถ้านับตามไทม์ไลน์การเปิดตัว Kirin 980 ถือเป็นชิปตัวแรกของโลกที่ใช้เทคโนโลยีการผลิตในระดับ 7 นาโนเมตร ซึ่งแน่นอนว่ายิ่งเล็กก็ยิ่งดี โดยที่รุ่นนี้มี Transistor อยู่ภายในมากถึง 6,900 ล้านตัว ใส่ได้มากกว่าเดิม 1.6 เท่า และยังมีความสามารถในการประหยัดพลังงาน แถมลดความร้อนที่เกิดจากชิป

พื้นฐานของ Kirin 980 ใช้สถาปัตยกรรมย่อย Cortex-A76 ตัวใหม่ถอดด้ามจาก ARM มีประสิทธิภาพมากกว่า Cortex-A75 ราว 25–35% มีแบนด์วิดท์ของหน่วยความจำเพิ่มขึ้น 90% และเมื่อเทียบกับ Cortex-A73 ที่ใช้ใน Kirin 970 ในรุ่นนี้ก็ให้ประสิทธิภาพเพิ่มมากกว่าเดิม 2 เท่า
นอกจากนี้ Kirin 980 ยังมีหน่วยประมวลสถาปัตยกรรมย่อย Cortex-A55 ซึ่งจะเป็นแกนประมวลผลที่กินไฟต่ำ โดยที่ A55 มีประสิทธิภาพมากกว่า A53 ที่ใช้ใน Kirin 970 อยู่ราว 18% ในขณะที่กินไฟน้อยลง 15%

สำหรับโครงสร้างของ Kirin 980 มี 8 แกนประกอบด้วย
- 2 แกนประสิทธิภาพสูงที่ขับเคลื่อนโดย Cortex-A76 ที่ความเร็ว 2.6GHz
- 2 แกนกำลังประมวลผลกลางๆ ที่เป็น Cortex-A76 เหมือนกันแต่มีความเร็วที่ 1.92GHz
- 4 แกนเล็ก กำลังประมวลผลต่ำ แต่ประหยัดไฟมากๆ เป็น Cortex-A55 ที่ความเร็ว 1.8GHz
ทั้ง 8 แกนมีการปรับจูนที่ต่างกันทำให้สามารถเปิด-ปิด แกนได้ตามความเหมาะสมของการทำงาน นอกจากนี้ในชิปยังมี GPU Mali-G76 ด้วย ซึ่งเคลมว่าประสิทธิภาพด้านกราฟิกดีกว่ารุ่นเดิม 46%
Kirin 980 ถูกปรับปรุงการทำงานให้กลายเป็น Dual NPU หน่วยประมวลผลแบบคู่กัน ที่ทาง Huawei อ้างว่าสามารถวิเคราะห์ภาพถ่ายได้เร็วถึง 4,500 ภาพต่อนาที เร็วกว่า Kirin 970 ถึง 120%

นอกจากนี้ในชิปยังมีอีก 2 ส่วนประกอบหลักๆ คือ ISP และ Modem โดยที่ตัว ISP (Image Signal Processor) ส่วนประมวลผลภาพถ่ายและวิดีโอ ใน Kirin 980 ก็เป็นแบบ Dual ISPมีความเร็วในการจัดการภาพเพิ่ม 46% ใช้แบตน้อยลง 23% แลคน้อยลง 33% แน่นอนว่าเทคโนโลยีนี้จะมีผลมากๆในเรื่องของกล้อง

ส่วน Modem รองรับการเชื่อมต่อ LTE ระดับ Cat.21, 4X4 MIMO รองรับ 5CA สามารถทำความเร็วการดาวน์โหลดได้สูงสุดถึง 1.4Gbps ส่วนเรื่องของระบบ GPS รุ่นนี้ใช้การจับตำแหน่งแบบคู่ Dual-Frequency ช่วยให้ความแม่นยำของ GPS นั้นแม่นยำมากขึ้น
ด้านสเปคความจำของ Huawei Mate20 Pro มี RAM 6GB ความจุตัวเครื่อง 128GB และยังมาพร้อมกับหน่วยความจำเสริมที่ Huawei เป็นผู้พัฒนาเองอย่าง NanoCard ที่มีขนาดเล็กเท่ากับตัว nano-SIM หรือเล็กกว่าลง microSD Card ถึง 45% โดยที่รุ่นนี้รองรับการทำงานสองซิมแบบ Hybrid slot โดยมีถาดหลักสำหรับซิม nano-SIM ขณะที่ถาดอีกช่องต้องเลือกใส่ระหว่าง nano-SIM หรือ NanoCard
เทคโนโลยีชาร์จไวและระบบรักษาความปลอดภัยที่ล้ำหน้า
Huawei Mate20 Pro มากับแบตเตอรี่ความจุ 4200mAh ซึ่งมาพร้อมกับเทคโนโลยีชาร์จไวตัวใหม่ Super Charger ด้วยกำลังไฟ 40W ทำให้สามารถชาร์จเต็ม 70% ได้ภายใน 30 นาที และมีระบบชาร์จไร้สายกำลังไฟ 15W แถมยังใจดีมีฟีเจอร์ Revers Charge เปลี่ยนตัวเองเป็นแท่นชาร์จแบบไร้สายให้กับสมาร์ทโฟนรุ่นอื่นที่รองรับการชาร์จแบบไร้สายได้ด้วย
ระบบปฏิบัติการณ์เป็นเวอร์ชั่นใหม่ล่าสุด Android 9 Pie คลุมด้วย EMUI 9 มีฟีเจอร์ GPU Turbo 2.0 มีฟีเจอร์การแชร์ข้อมูลแบบไร้สาย ส่วนระบบรักษาความปลอดภัยในรุ่น Pro มากับเทคโนโลยีสแกนลายนิ้วมือบนหน้าจอ เป็นรุ่นแรกของ Mate Series
พร้อมด้วยการปลดล็อคด้วยการสแกนใบหน้าแบบ 3 มิติด้วยความเร็วในการปลดล็อค 0.6 วินาที
เหนือชั่นรอบด้านด้วยกล้องหลัง 3 ตัว บวกกล้องหน้า 3D
เมื่อพูดถึงแบรนด์ Huawei โดยเฉพาะกับตระกูล P Series หรือ Mate Series เรื่องความสามารถด้านการถ่ายภาพย่อมเป็นสิ่งที่ต้องจับตามอง เช่นเดียวกันกับตัว Mate20 Series ที่ยังคงได้ Leica มาช่วยในการพัฒนาด้านกล้อง
ในรุ่น Huewei Mate20 Pro มากับกล้องหลัง 3 ตัว โดยที่ใช้เลนส์มุมกว้าง 3 ระดับ โดยเรียงจากบนลงล่าง ซ้ายไปขวา ประกอบด้วย
- กล้องเลนส์ Wide 27mm ความละเอียด 40 ล้านพิกเซล f/1.8
- กล้องเลนส์ Ultra Wide 16mm ความละเอียด 20 ล้านพิกเซล f/2.2
- กล้องเลนส์ Telephoto 80mm ความละเอียด 8 ล้านพิกเซล รูรับแสง f/2.4 , 3x optical zoom,ใช้กันสั่น OIS
กล้องของ Mate20 Pro เรียกว่าต่อยอดเอาความสามารถมาจากรุ่น P20 Pro กันแบบรอบด้าน ไม่ว่าจะเป็นความสามารถในการถ่ายภาพในที่แสงน้อยโดยใช้เซ็นเซอร์รับภาพขนาดใหญ่ที่ทำให้กล้องรับแสงได้ดีขึ้น แถมยังดัน ISO ได้ในระดับหลักแสน เทียบเท่ากับตัวกล้องโปร
นอกจากนี้ตัวกล้องยังมีความสามารถในการซูมแบบ Optical Zoom ได้ 3 เท่า และซูมแบบ Hybrid Zoom ได้ 5 เท่า โดยที่มีความสามารถของตัวชิป Kirin 980 มาช่วยเพิ่มรายละเอียดให้กับภาพ ขณะที่ตัวเลนส์ไวด์เองก็มีระบบโฟกัสทำให้สามารถถ่ายภาพแบบมาโครในระยะโฟกัส 2.5 ซม.ได้
ตัวกล้อง Mate20 Pro มีเทคโนโลยี Master AI 2.0 ทำให้สามารถวิเคราะห์ซีนต่างๆ (Scene Recognition)ได้มากกว่า 1,500 ฉาก จาก 25 หมวด และฟีเจอร์ Super HDR สำหรับดึงรายละเอียดในรูปที่มีจุดต่างแสงกันมากๆให้ออกมาสว่างชัด รายละเอียด ครบ
ขณะที่ตัว HiVision เองนอกจากจะใช้ส่องสินค้าเพื่อซื้อออนไลน์ได้แล้ว ก็ยังมีฟีเจอร์เช็ค Calorie recognition ที่นอกจากการถ่ายรูปอาหารแล้ว ยังสามารถบอกจำนวนแคลอรี่ของอาหารชนิดนั้นๆได้อีกด้วย และอีกหนึ่งฟีเจอร์คือโหมดการถ่ายใต้น้ำ แต่จะต้องใช้อุปกรณ์เสริมเป็นเคสพิเศษซึ่งจะสามารถทำให้โทรศัพท์ลงในน้ำได้ลึกถึง 5 เมตร
ด้านความสามารถของ AI นอกจากจะนำมาใช้กับการถ่ายภาพนิ่งแล้ว ในรุ่น Mate20 Pro ก็ยังมีการอัพเกรดให้ทำงานร่วมกับการบันทึกภาพเคลื่อนไหวได้ไม่ว่าจะเป็น “Background Blur” การถ่ายวีดีโอแบบหน้าชัดหลังเบลอกันแบบเรียลไทม์ หรือจะเป็นโหมด AI Cinema mode ที่แยกตัวแบบออกจากฉากหลังเพื่อใส่ฟิลเตอร์เอ็กเฟคต่างๆ อาทิเช่น การทำฉากหลังเป็นขาว-ดำ ในขณะที่ตัวแบบยังคงเป็นสีปกติ ให้อารมณ์แบบภาพยนต์เรื่อง Sin City
นอกจากนี้ตัว AI เองก็มีความสามารถในการจำแนกใบหน้าบุคคลให้ใช้งานในวีดีโอได้แล้ว แถมยังสามารถเลือกแชร์ให้กับบุคคลในคลิปได้
ตัวกล้องหน้าของ Mate20 Pro มีความละเอียด 24 ล้านพิกเซล รูรับแสง f/2.0 และมีสุดยอดฟีเจอร์สแกนแบบ 3 มิติ “3D Depth Sensing Camera” โดยใช้เซ็นเซอร์ของกล้องหน้าในการสแกนวัตถุ และนำมาแสดงผลเป็นโมเดลแบบ AR ผ่านกล้องหลังที่กำหนดท่าทางของตัวโมเดลที่สแกนได้ด้วย
ทั้งหมดนี้คือลูกเล่นความสามารถกันแบบคราวๆของตัว Huawei Mate20 Pro ซึ่งมีการประกาศราคาขายในยุโรปที่ 1,049 ยูโร หรือราว 37,600 บาท ส่วนราคาไทยต้องรอประกาศกันต่อไป

