รีวิว HUAWEI FreeClip 2 หูฟัง Clip-on ดีไซน์แฟชั่น เสียงมิติใหม่ เบสแน่น ใส่สบายจนลืมถอด

โดย RingRangRung | 29 มกราคม 2569 เมื่อ 15:14 น.
รีวิว HUAWEI FreeClip 2 หูฟัง Clip-on ดีไซน์แฟชั่น เสียงมิติใหม่ เบสแน่น ใส่สบายจนลืมถอด

กระแสหูฟัง Open-ear ดีไซน์แบบ Clip-on หรือแบบหนีบหูกำลังมาแรงอย่างมากในช่วงนี้ ซึ่งเมื่อไม่นานมานี้ HUAWEI ก็เพิ่งเปิดตัว HUAWEI FreeClip 2 ในประเทศไทยอย่างเป็นทางการ พร้อมการอัปเกรดจากรุ่นแรกแบบยกเครื่อง จนสัมผัสได้ตั้งแต่แรกใช้ว่านี่คือการผสานเทคโนโลยีเสียงเข้ากับงานดีไซน์แฟชั่นได้อย่างลงตัว

แกะกล่อง

ตัวกล่องยังคงมาในสไตล์มินิมอลโทนสีขาวสะอาดตาแบบรุ่นก่อน แต่เพิ่มภาพเรนเดอร์ตัวหูฟังไว้หน้ากล่อง ภายในมีตัวหูฟัง คู่มือ และใบรับประกัน ไม่มีสายชาร์จ USB-C แถมมาให้ ส่วนตัวคิดว่าไม่ใช่ปัญหาหลักสำหรับการใช้งานจริงเพราะเป็นพอร์ตมาตรฐานที่ผู้ใช้ส่วนใหญ่ก็น่าจะมีสายชนิดนี้อยู่ในครอบครองอยู่แล้ว

ดีไซน์

จุดที่ว้าวที่สุดของ HUAWEI FreeClip 2 คือดีไซน์ Airy C-Bridge ที่ได้รับการพัฒนาให้มีความนุ่มนวลและยืดหยุ่นกว่ารุ่นเดิมถึง 25% และมีมาตรฐานกันน้ำกันฝุ่นที่ดีขึ้นเป็น IP57 สามารถกันน้ำสะอาดและเหงื่อได้แบบสบายๆ ขณะที่ตัวเคสจะเป็น IP54

ตัวก้านผลิตจากวัสดุซิลิโคนเหลวเกรดพรีเมียมที่อ่อนโยนต่อผิวหนัง เสริมด้วยโครงโลหะ Shape-memory คืนรูปได้อย่างมีประสิทธิภาพ และถ้าสังเกตดีๆ จะเห็นลายเส้นทางยาวตรงก้าน ต่างจากรุ่นแรกที่เป็นก้านเรียบๆ

หูฟังแต่ละข้างมีน้ำหนักเบาเพียง 5.1 กรัม ซึ่งเบาลงและเล็กลงกว่ารุ่นแรกอย่างเห็นได้ชัด ส่วนโครงสร้างของหูฟังแบ่งเป็นส่วน C-Bridge, Comfort Bean ที่รองรับหลังหู และ Acoustic Ball ที่เป็นตำแหน่งลำโพงยิงเสียงเข้าสู่หูโดยตรง

หูฟังมีระบบ Smart Wear Detection จะหยุดเพลงทันทีเมื่อถอดหูฟัง และเล่นต่ออัตโนมัติเมื่อใส่กลับ นอกจากนี้ยังมีฟีเจอร์แจ้งเตือนเมื่อมีหูฟังข้างใดข้างหนึ่งร่วงจากหูระหว่างสวมใส่ ซึ่งมีประโยชน์มากเพราะความเบาสบายมักจะทำให้ผู้ใช้ลืมไปเลยว่ากำลังใส่อยู่

ตัวเคสชาร์จ FreeClip 2 ก็ปรับโฉมใหม่จากทรงกลมเป็นทรงสี่เหลี่ยมมนที่เล็กลงกว่าเดิม 17% และเบาลง 14% ทำให้พกพาใส่กระเป๋ากางเกงได้เนียนตาขึ้น ซึ่งส่วนหนึ่งที่ทำให้เคสเล็กลงการเดิมได้ คือการเปลี่ยนวิธีจัดวางหูฟังในเคสให้เป็นการวางซ้อนกันแนวตั้งเป็นรูปตัว C ไขว้

ด้านหน้าเคสจะมีไฟ LED เพื่อบอกสถานะ ด้านข้างเป็นปุ่ม Paring ขณะที่พอร์ต USB-C อยู่ด้านล่าง ความพิเศษเล็กๆ สำหรับเคสหูฟังรุ่นนี้ คือเวลาที่เราเปิดฝาเคสก็จะมีเสียงแจ้งเตือนดังออกมาจากเคสด้วย ซึ่งเราสามารถเปลี่ยนเสียงดังกล่าวได้ผ่านแอปพลิเคชั่น HUAWEI Audio Connect

สำหรับสีที่วางจำหน่ายจะประกอบไปด้วย สีฟ้า, สีโรสโกลด์, ขาว และ ดํา ซึ่งความพิเศษในสีฟ้าและขาวจะมี Texture ลายผ้าเดนิมที่ช่วยลดรอยนิ้วมือและเพิ่มมิติในการสัมผัสให้ดูแพงยิ่งขึ้น

ความพิเศษด้านแฟชั่นของ HUAWEI FreeClip 2 การจับมือกับ RAVIPA แบรนด์จิวเวลรี่สัญชาติไทยชื่อดังระดับโลก ออกเครื่องประดับตกแต่งหูฟังคอลเลกชันพิเศษที่สื่อความหมายมงคลแตกต่างกันในแต่ละสี ทำให้ FreeClip 2 ไม่ใช่แค่หูฟัง แต่เป็นแอ็กเซสซอรี่แฟชั่นเต็มตัว ใครที่สนใจก็ไปกดจองกันได้

การใช้งาน

หูฟัง HUAWEI FreeClip 2 เชื่อมต่อ Bluetooth 6.0 รองรับการเชื่อมต่อสองอุปกรณ์พร้อมกัน สามารถสลับการเชื่อมต่อระหว่างอุปกรณ์ได้อัตโนมัติ โดยรองรับการทำงานทั้งกับอุปกรณ์ที่เป็น EMUI, iOS และ Android ผ่านแอปพลิเคชั่น HUAWEI Audio Connect

ภายในแอปจะมีการบอกสถานะแบตเตอรี่ของหูฟังและเคส HUAWEI FreeClip2 อย่างชัดเจน นอกจากนี้ยังมีส่วนให้ผู้ใช้ได้ปรับแต่งการทำงานต่างๆ ตั้งแต่ เสียง, การควบคุม และฟีเจอร์ใหม่ๆ

ในแอป FreeClip2 จะมีตัวพรีเซ็ต EQ รูปแบบต่างๆ ให้เลือกใช้ และสำหรับใครที่เป็นนักฟังระดับหูเทพ แอปยังมีตัวเลือก Custom EQ แบบ 10 แบนด์ ให้ผู้ใช้ได้ปรับจูนย่านความถี่ต่างๆ ด้วยตัวเองเพื่อสร้างเอกลักษณ์เสียงในแบบที่ชอบ

อีกหนึ่งความฉลาดคือระบบ Adaptive Volume ที่ผู้ใช้สามารถเปิดใช้งานเพื่อให้หูฟังปรับระดับเสียงเพิ่มหรือลดโดยอัตโนมัติตามเสียงรบกวนรอบข้าง โดยใช้เวลาประมวลผลเพียง 2 วินาทีเพื่อให้เสียงเพลงยังคงความชัดเจนไม่ว่าผู้ใช้จะเดินอยู่ริมถนนหรืออยู่ในห้องทำงานที่เงียบสงัด

แอปนี้ยังเป็นที่ตั้งของการตั้งค่า Gesture Control และ Head Gesture Control โดยที่หูฟัง FreeClip2 รองรับการทำงานแบบสัมผัสที่ตัวหูฟังในส่วนต่างๆ ทั้ง Acoustic Ball, C-bridge หรือ Comfort Bean

ยิ่งไปกว่านั้นยังมี ฟีเจอร์การขยับศีรษะ (Head Control) ที่ใช้ AI ในการตรวจจับทิศทางยังสามารถเปิดใช้งานผ่านแอปเพื่อให้ผู้ใช้พยักหน้าเพื่อรับสายหรือส่ายหัวเพื่อปฏิเสธสายได้ในกรณีที่มือไม่ว่าง

สำหรับแบตเตอรี่ HUAWEI FreeClip 2 ถือว่าทำการบ้านมาได้ดีเยี่ยมและอัปเกรดขึ้นจากรุ่นแรกอย่างเห็นได้ชัด หูฟังแต่ละข้างสามารถใช้งานฟังเพลงได้ต่อเนื่องยาวนานถึง 9 ชั่วโมงต่อการชาร์จหนึ่งครั้ง และเมื่อใช้งานร่วมกับเคสชาร์จจะสามารถยืดอายุการใช้งานรวมได้สูงสุดถึง 38 ชั่วโมง

อีกหนึ่งจุดเด่นที่ช่วยให้การใช้งานคล่องตัวขึ้นคือระบบ HUAWEI SuperCharge ที่รองรับการชาร์จไว โดยการชาร์จเพียง 10 นาที สามารถนำกลับมาฟังเพลงต่อได้นานถึง 3 ชั่วโมง ตัวเคสชาร์จของ HUAWEI FreeClip 2 ยังรองรับความหลากหลายในการเติมพลังงาน ทั้งการชาร์จผ่านสาย USB Type-C ที่ใช้เวลาชาร์จหูฟังและเคสรวมกันประมาณ 60 นาที และยังรองรับการ ชาร์จแบบไร้สาย (Wireless Charging) ซึ่งใช้เวลาประมาณ 150 นาที

ประสบการณ์การใช้งาน

ด้านคุณภาพเสียง HUAWEI FreeClip 2 มาพร้อมกับชุดไดรเวอร์ไดอะแฟรมคู่ (Dual-diaphragm Driver) ขนาด 10.8 มิลลิเมตร ที่ทรงพลังขึ้นกว่ารุ่นก่อน เสียงเบสมีแรงปะทะที่ชัดเจนและดูอิ่มขึ้นมาก โดยทาง HUAWEI ระบุว่าพลังเสียงย่านต่ำเพิ่มขึ้นถึง 100% เมื่อเทียบกับรุ่นแรก

สำหรับหูฟังดีไซน์ Open-ear แบบ Clip-on การที่ได้ยินเสียงเบสที่เป็นลูกชัดเจนแบบนี้ถือว่าเป็นเรื่องที่น่าประทับใจ เพราะคนส่วนใหญ่ชอบเอาหูฟังทรงนี้ไปใส่ตอนออกกำลังกาย และเพลงที่เหมาะกับกิจกรรมรูปแบบนี้ก็มักจะเน้นกรูฟเพื่อเพิ่ม Motivation ให้ใช้แรงได้ดีขึ้น

ด้านเสียงกลางและเสียงแหลมยังคงความใสเคลียร์ มีความเป็นธรรมชาติสูง มีระบบ Reverse Sound Field ที่ช่วยลดการรั่วไหลของเสียงไปยังคนรอบข้างได้ดีขึ้น ทำให้ผู้ใช้สามารถฟังเพลงในระดับเสียงที่ดังขึ้นโดยไม่รบกวนคนข้างๆ

เรื่องการสื่อสารคือจุดที่ HUAWEI FreeClip 2 ทำออกมาได้ “โหด” ในระดับท็อปเทียร์ ติดตั้งไมโครโฟนมาให้ถึง 3 ตัว พร้อมระบบ Voice Pick Up (VPU) และระบบตัดเสียงรบกวน DNN ที่ทำงานร่วมกับชิป AI NPU รุ่นใหม่ ชิป AI ตัวนี้มีความสามารถในการประมวลผลสูงถึง 51.2 Gops ซึ่งประมวลผลได้เร็วขึ้นกว่าเดิมถึง 10 เท่า ะบบ AI สามารถแยกเสียงพูดของผู้ใช้ออกจากเสียงรบกวนรอบข้างได้อย่างแม่นยำและรวดเร็วมาก เสียงที่ส่งไปยังปลายสายจึงมีความเป็นธรรมชาติ ไม่ดูเหมือนเสียงหุ่นยนต์ที่ถูกตัดเนื้อเสียงทิ้ง

ความประทับใจในการใช้งานยังรวมไปถึงความฉลาดของระบบที่ลดภาระของผู้ใช้ลงอย่างมากอย่าง Auto Left-Right Recognition ทำให้ผู้ใช้หยิบหูฟังข้างไหนมาใส่หูข้างไหนก็ได้ ระบบจะตรวจจับและสลับช่องสัญญาณ ซ้าย-ขวา ให้โดยอัตโนมัติ

สรุป + ราคา และ การวางจำหน่าย

สรุปแล้ว HUAWEI FreeClip 2 เป็นหูฟังที่มอบคุณภาพเสียงที่อิ่มและสมบูรณ์แบบที่สุดในกลุ่ม Open-ear โดยเฉพาะเบสที่พัฒนาขึ้นมาอย่างก้าวกระโดด ขณะที่ระบบไมโครโฟนก็ทำได้ดีโดยไม่ต้องกังวลเรื่องเสียงรบกวน และอีกสิ่งที่ประทับใจคือฟังค์ชั่นการจับคู่สองอุปกรณ์พร้อมกัน ซึ่งรุ่นใหม่สามารถสลับการทำงานระหว่างอุปกรณ์ได้รวดเร็วและราบรื่น ทำให้เมื่อเทียบกับรุ่นแรกแล้ว นี่คือหูฟังที่ “สมบูรณ์” และ “เสถียร” กว่าในทุกมิติ

สำหรับการวางจำหน่าย หัวเว่ย (ประเทศไทย) เปิดพรีออเดอร์อย่างเป็นทางการแล้วตั้งแต่วันที่ 25 มกราคม – 29 มกราคม 2569 ในราคาพิเศษเพียง 4,990 บาท จากราคาปกติ 5,990 บาท

พิเศษสุด! สำหรับผู้ใช้ที่สั่งซื้อในช่วงพรีออเดอร์จะได้รับของสมนาคุณมูลค่ารวมสูงสุด 1,198 บาท ประกอบด้วย ประกันหูฟังหาย HUAWEI Loss Care มูลค่า 499 บาท และเครื่องประดับหูฟัง Star Style มูลค่า 699 บาท

นอกจากนี้ ยังมีคอลเลกชันพิเศษ HUAWEI FreeClip 2 X RAVIPA สำหรับสายแฟชั่นตัวจริง วางจำหน่ายในราคา 1,990 บาท โดยเปิดให้จองล่วงหน้าผ่านช่องทางออนไลน์ของ RAVIPA ตั้งแต่วันที่ 25 มกราคม – 6 กุมภาพันธ์ 2569

ผู้ใช้สามารถสั่งซื้อได้ที่ HUAWEI Experience Store, ร้านตัวแทนจำหน่ายที่ร่วมรายการ และช่องทางออนไลน์ทั้ง HUAWEI StoreLazadaShopee และ TikTok Shop 

สเปค HUAWEI FreeClip 2

  • ขนาด หูฟัง 25.4 × 26.7 × 18.8 มม. / เคสชาร์จ 50.0 × 49.6 × 25.0 มม.
  • น้ำหนัก หูฟัง (ข้างละ) ประมาณ 5.1 กรัม / เคสชาร์จ ประมาณ 37.8 กรัม
  • สีที่วางจำหน่าย ฟ้า, สีโรสโกลด์, ขาว, ดำ
  • มาตรฐานกันน้ำกันฝุ่น หูฟัง IP57 / เคสชาร์จ IP54
  • รองรับการเชื่อมต่อ Bluetooth 6.0
  • สนับสนุนไฟล์สัญญาณ LHDC, AAC และ SBC
  • ไดรเวอร์ ไดอะแฟรมคู่ (Dual-diaphragm) ขนาด 10.8 มม.
  • รองรับช่วงความถี่เสียง 20Hz – 20kHz
  • ไมโครโฟน 3 ตัว (2 ตัว + 1 VPU)
  • เซ็นเซอร์ Bone conduction VPU sensor / IMU sensor / Hall sensor / CAP sensor
  • ขนาดแบตเตอรี่ หูฟัง 60mAh / เคสชาร์จ 537mAh
  • รองรับการใช้งาน 9 ชั่วโมง และอยู่ได้นานสูงสุด 38 ชั่วโมง เมื่อใช้ร่วมกับเคส
  • รองรับชาร์จไว 10 นาที ใช้ได้สูงสุด 3 ชั่วโมง

HUAWEI FreeClip 2 เตรียมเปิดราคาไทย! หูฟัง Open-ear ดีไซน์แฟชัน …
เปิดตัว HUAWEI FreeClip 2 X RAVIPA หูฟังสายมูดีไซน์หรู เสริมสไตล์ด้วย …
HUAWEI FreeClip 2 เปิดพรีออเดอร์แล้ว! หูฟัง Open-ear ดีไซน์ Airy C …

About Author

RingRangRung

RingRangRung

Partners