HUAWEI Band 4e สมาร์ทแบนด์อัจฉริยะน้องใหม่จากหัวเว่ย ที่ถึงแม้จะเป็นรุ่นเล็กแต่ก็ยังอัดแน่นด้วยฟังก์ชันสำหรับสายสปอร์ตมาให้เพียบ อีกทั้งแบตเตอรี่แบบอึด ๆ ที่ใช้ได้นานถึง 2 สัปดาห์ กับราคาสุดเป็นมิตรเพียงแค่ 799 บาทเท่านั้น
แกะกล่อง

สำหรับอุปกรณ์ภายในกล่องนั้นก็จะประกอบด้วย ตัวสมาร์ทแบนด์ HUAWEI Band 4e, สายรัดข้อมือยางซิลิโคน, แท่นชาร์จ USB to-Pogo Pin, อุปกรณ์เสริมสำหรับติดรองเท้า Shoe Buckle และใบเอกสารประกอบการใช้งาน
ดีไซน์


ตัวสมาร์ทแบนด์ HUAWEI Band 4e มาพร้อมดีไซน์ทันสมัยรูปทรงแคปซูลสีดำ ขนาด 40.5 × 14.8 × 11.2 มิลลิเมตร น้ำหนักเบาประมาณ 6 กรัม มีหน้าจอแสดงผล ขนาด 0.50 นิ้ว ความละเอียด 48 X 88 พิกเซล ชนิดขาว-ดำ และมีปุ่ม Home แบบสัมผัสอยู่ใต้หน้าจอ

บริเวณด้านบนของตัวสมาร์ทแบนด์จะมีขั้วชาร์จ Pogo Pins ที่รองรับการใช้งานร่วมกับแท่นชาร์จ USB to-Pogo Pin


สายรัดข้อมือเป็นยางซิลิโคนบางเบาสวมใส่สบาย เมื่อรวมกับตัวสมาร์ทแบนด์ HUAWEI Band 4e จะมีน้ำหนักประมาณ 17 กรัม จึงแทบไม่รู้สึกถึงการสวมใส่ โดยจะมี 2 สีให้เลือกคือ Mineral Red และ Graphite Black
การใช้งาน
สมาร์ทแบนด์ HUAWEI Band 4e แน่นอนว่าต้องใช้งานควบคู่กับแอปพลิเคชัน HUAWEI Health เหมือนกับสมาร์ทวอทช์และสมาร์ทแบนด์ของ HUAWEI รุ่นอื่น ๆ เพื่อการใช้งานได้อย่างเต็มประสิทธิภาพ สามารถตั้งค่าและดูข้อมูลต่าง ๆ ได้อย่างสะดวกมากยิ่งขึ้น ซึ่งแอปฯ ดังกล่าวก็มีให้ดาวน์โหลดทั้งระบบ Android และ iOS
สำหรับใครที่เพิ่งใช้สมาร์ทวอทช์และสมาร์ทแบนด์ของ HUAWEI เป็นครั้งแรกก็จะต้องสร้างบัญชีผู้ใช้กันก่อน ส่วนคนที่มีอยู่แล้วก็สามารถลงทะเบียนอุปกรณ์เข้ากับตัวบัญชีและเชื่อมต่ออุปกรณ์กับแอปฯ เพื่อซิงค์ข้อมูลได้เลย
สมาร์ทแบนด์ HUAWEI Band 4e ค่อนข้างใช้งานได้ง่ายไม่ซับซ้อน และอย่างที่เกริ่นไว้ตั้งแต่ตอนต้นว่าถึงแม้จะเป็นรุ่นเล็กแต่ก็ยังอัดแน่นด้วยฟังก์ชันสำหรับสายสปอร์ตมาให้เพียบ ไม่ว่าจะเป็นการวิ่ง การเล่นบาสเก็ตบอล หรือกีฬายอดฮิตอื่น ๆ

โดยสามารถปรับเปลี่ยนการสวมใส่ได้ 2 โหมด ได้อัตโนมัติ คือ
- การสวมที่ข้อมือ (Wrist mode) เหมาะสำหรับการเทรคกิ้งกิจกรรมในชีวิตประจำวัน แสดงผลข้อมูลการออกกำลังกาย แจ้งเตือนการทำกิจกรรม ติดตามการนอนหลับ การแจ้งเตือนข้อความและสายเรียกเข้า รวมถึงสามารถค้นหาสมาร์ทโฟน

- การติดที่รองเท้าโดยใช้อุปกรณ์เสริม Shoe Buckle ที่แถมมาให้ (Foot mode) เหมาะสำหรับการเทรคกิ้งกิจกรรมในชีวิตประจำวัน รวมไปถึงการมอนิเตอร์และตรวจจับการวิ่งและการเล่นบาสเก็ตบอลเพื่อให้ได้ข้อมูลที่แม่นยำและถูกต้องยิ่งขึ้น (บอสเก็ตบอล จะไม่รองรับ iOS)


ด้านความสามารถในการวัดค่ามีละเอียดและแม่นยำ เพราะมีเซ็นเซอร์ตรวจจับการเคลื่อนไหวถึง 6 แกน พร้อมตัวชี้วัดคุณภาพการวิ่งถึง 9 แบบ ได้แก่ จำนวนก้าวต่อนาที ความยาวของก้าวขา เวลาที่เท้าสัมผัสพื้น ลักษณะของการเอาเท้าลงพื้นในการวิ่ง แรงกระทบจากการวิ่งที่วิเคราะห์ตามลักษณะเท้าที่สัมผัสกับพื้น องศาของการวางเท้าลงบนพื้น มุมสวิงของขาเมื่ออยู่จุดสูงสุด ระยะเวลาที่เท้าลอยสูงจากพื้นและอัตราการลอยสูงจากพื้น ทำให้ทราบข้อมูลครบทุกมิติ
นอกจากนี้สมาร์ทแบนด์ HUAWEI Band 4e ยังมาพร้อมกับคุณสมบัติกันน้ำได้ที่ระดับ 5 ATM หรือ 50 เมตร จึงสามารถสวมใส่ขณะว่ายน้ำ หรือนำไปล้างคราบเหงื่อจากการออกกำลังกายได้อย่างไม่ต้องกังวล
และหมดห่วงเรื่องแบตเตอรี่หมดเร็ว เพราะสามารถใช้งานได้นานถึง 2 สัปดาห์เมื่อใช้งานทั่วไป และนานถึง 21 วันสำหรับโหมดสแตนบาย
ข้อมูลสเปคของ HUAWEI Band 4e
- ขนาด 40.5 × 14.8 × 11.2 มิลลิเมตร
- น้ำหนัก ประมาณ 6 กรัม (ไม่รวมสาย), ประมาณ 17 กรัม (รวมสาย)
- หน้าจอแสดงผล ขนาด 0.50 นิ้ว ความละเอียด 48 X 88 พิกเซล ชนิดขาว-ดำ
- ชิป 32-bit ARM Cortex-M4, RAM 384KB, ROM 1MB
- แบตเตอรี่ 77mAh
- การเชื่อมต่อ Bluetooth 4.2
- รองรับการใช้งานคู่กับสมาร์ทโฟนทั้ง Android และ iOS
- ระบบเซ็นเซอร์ตรวจวัดการเคลื่อนไหว 6-axis motion sensor
- ระดับการกันน้ำ 5 ATM หรือ 50 เมตร สามารถใส่ว่ายน้ำได้
- วัสดุตัวเครื่องพลาสติก สายรัดข้อมือยางซิลิโคน
- สี Mineral Red, Graphite Black

ก็ต้องบอกว่า HUAWEI Band 4e ถือเป็นหนึ่งในสมาร์ทแบนด์อีกรุ่นที่คุ้มค่ามาก ๆ เมื่อเทียบกับฟีเจอร์ที่ได้ จะใส่ทำกิจกรรมทั่วไปในชีวิตประจำวัน ใส่ออกกำลังกาย หรือใส่นอนก็ยังรู้สึกสบายไม่อึดอัด และเชื่อว่าตอบโจทย์กับการใช้งานสำหรับทุกคนได้อย่างอย่างแน่นอน
ราคาและช่องทางจำหน่าย

ปัจจุบัน HUAWEI Band 4e วางจำหน่ายในประเทศไทยแล้วทั้ง 2 สี Mineral Red และ Graphite Black ในราคาเพียง 799 บาท ผู้ที่สนใจสามารถเป็นเจ้าของได้ โดยสั่งซื้อผ่านทาง HUAWEI Online Store, Shopee และ Lazada
ดูรายละเอียดของ HUAWEI Band 4e เพิ่มเติมได้ที่ : https://consumer.huawei.com/th/wearables/band4e/
















