HONOR 400 Series มือถือระดับเรือธงเริ่มต้นรุ่นใหม่จากตระกูล N Series ของทาง HONOR ที่เพิ่งเปิดตัวในไทยไปเมื่อเร็ว ๆ นี้ ซึ่งก็ได้รับกระแสตอบรับที่ดีทีเดียวด้วยยอดพรีออเดอร์อย่างล้นหลามจากเหล่าผู้ใช้งานจริงที่ต่างยืนยันเป็นเสียงเดียวกันว่าราคาคุ้มค่าเกินตัว กับประสิทธิภาพกล้อง Advance AI สุดล้ำจัดเต็ม
โดย HONOR 400 Series ที่เปิดตัวในไทยนั้นมาด้วยกันถึง 3 รุ่น ได้แก่
- HONOR 400 Pro (12+512GB) ราคา 19,990 บาท
- HONOR 400 (12+512GB) ราคา 14,990 บาท / (12+256GB) ราคา 12,990 บาท
- HONOR 400 Lite (12+256GB) ราคา 8,999 บาท
ซึ่ง HONOR 400 Series นี้ก็เป็นมือถือระดับเรือธงเริ่มต้นที่มาพร้อมกล้องถ่ายภาพเหนือชั้น และมี Advance AI ที่ให้มามากกว่า 40 แบบ ช่วยทั้งเรื่องการถ่ายภาพและปรับแต่งภาพถ่ายให้สนุกมากขึ้น พร้อมสเปกแบบแน่น ๆ จัดเต็มคุ้มค่าที่สุดในช่วงระดับราคานี้ครับ

และตอนนี้ HONOR 400 Series ก็ได้มาอยู่ในมือของทีมงาน TECHMX เป็นที่เรียบร้อยแล้ว โดยสำหรับรีวิวนี้เราจะขอพูดถึง HONOR 400 Pro และ HONOR 400 กันก่อน ส่วน HONOR 400 Lite จะขอแยกไปอีกรีวิวหนึ่ง
ถ้าอยากรู้ว่าคู่หูมือถือกล้อง Advance AI ทั้ง 2 รุ่นนี้จะเจ๋งแค่ไหน? ถ่ายรูปเป็นยังไง? ก็ตามมาดูกันในรีวิวนี้กับเราได้เลยครับ
แกะกล่อง

HONOR 400 Pro และ HONOR 400 จะมาในกล่องสีขาว ซึ่งที่บนตัวกล่องก็จะมีชื่อรุ่นระบุไว้กำกับไว้อย่างชัดเจน

ภายในกล่องของทั้ง 2 รุ่นจะประกอบด้วย ตัวเครื่องพร้อมอุปกรณ์มาตรฐาน ได้แก่ หัวชาร์จ / สายชาร์จ USB-C / เคส / ฟิล์มกันรอย (ติดมากับตัวเครื่อง) / เข็มจิ้มซิม / คู่มือการใช้งาน และใบรับประกัน
ดีไซน์

ฝาหลังตัวเครื่องของ HONOR 400 Pro และ HONOR 400 มาในดีไซน์แบบเน้นความเรียบหรูดูพรีเมียม สวยงามทันสมัย ด้วยวัสดุที่เป็นกระจก ซึ่งจะแตกต่างกันตรงที่ HONOR 400 Pro จะมีฝาหลังแบบขอบโค้งเล็กน้อย ส่วน HONOR 400 จะมีฝาหลังแบบเรียบแบนนั่นเองครับ

HONOR 400 Pro จะมี 2 สีให้เลือก คือ สีเทา Lunar Grey และสีดำ Midnight Black ส่วนสีฟ้า Tidal Blue ต้องรอลุ้นเข้าไทยเร็ว ๆ นี้ ขณะที่ HONOR 400 ก็มี 2 สีให้เลือก คือ สีทอง Desert Gold และสีดำ Midnight Black

ขนาดตัวเครื่องของทั้ง 2 รุ่นนี้เกือบ ๆ เท่ากัน เน้นความบางเบา โดย HONOR 400 Pro จะใหญ่กว่าเล็กน้อย ด้วยสัดส่วนขนาด 160.8 × 76.1 × 8.1 มิลลิเมตร และน้ำหนักประมาณ 205 กรัม ขณะที่ HONOR 400 มีสัดส่วนขนาด 156.5 × 74.6 × 7.3 มิลลิเมตร และน้ำหนักประมาณ 184 กรัมเท่านั้นครับ

กล้องหลังของทั้ง 2 รุ่นนี้โดดเด่นสะดุดตาด้วยฐานโมดูลกล้องดีไซน์รูปทรงสี่เหลี่ยมคางหมูขอบโค้งมนที่นูนออกมาจากตัวฝาหลังเล็กน้อย โดย HONOR 400 Pro จะมีกล้องหลัง 3 ตัว ส่วน HONOR 400 จะมีกล้องหลัง 2 ตัว
โดยกล้องที่ทั้งคู่มีมาเหมือนกันคือ กล้องหลัก 200MP และกล้อง Ultrawide 12MP แต่สำหรับ HONOR 400 Pro จะได้กล้อง Telephoto 50MP เพิ่มมาอีกตัว และยังมีข้อความ 200MP AI CAMERA ที่ขอบข้างโมดูลกล้องด้วยครับ


ด้านตัวบอดี้ของ HONOR 400 Pro และ HONOR 400 ใช้วัสดุที่เป็นโลหะแข็งแรงทนทาน โดยขอบเครื่องของ HONOR 400 Pro เป็นขอบแบบโค้งมนเล็กน้อย ส่วนของ HONOR 400 เป็นขอบแบบเรียบ แต่ทั้งคู่ก็สามารถถือจับกระชับเข้ารับกับสรีระของฝ่ามือได้ดีครับ


ขอบด้านขวาจะมีปุ่ม Power และปุ่มปรับระดับเสียง ส่วนขอบด้านซ้ายจะเป็นขอบเรียบ ๆ


ขอบด้านบนจะมีลำโพง อินฟราเรด และไมโครโฟนตัดเสียงรบกวน


ส่วนขอบด้านล่างจะมีลำโพง พอร์ต USB-C ไมโครโฟน และช่องใส่ซิมการ์ด
นอกจากนี้ทั้ง 2 รุ่นยังผ่านการรับรองระดับพรีเมียมจาก SGS ด้วยมาตรฐาน 5 ดาวด้านความทนทานต่อการตกและแรงกระแทก รวมถึงมาพร้อมมาตรฐานการป้องกันน้ำและฝุ่น โดย HONOR 400 Pro รองรับ IP68 และ IP69 ส่วน HONOR 400 รองรับ IP66
หน้าจอ


HONOR 400 Pro และ HONOR 400 มาพร้อมหน้าจอ AMOLED รองรับอัตรารีเฟรชสูงสุด 120Hz และความสว่างสูงสุด 5000 nits เหมือนกันทั้งคู่ แต่สำหรับ HONOR 400 Pro จะมีหน้าจอขนาด 6.7 นิ้ว ความละเอียด 1.5K 2800×1280 พิกเซล แบบขอบโค้งเล็กน้อย ส่วน HONOR 400 มีหน้าจอขนาด 6.55 นิ้ว ความละเอียด 1.5K 2736×1264 พิกเซล แบบเรียบแบน


บริเวณตรงกลางด้านบนของหน้าจอของ HONOR 400 Pro มีกล้องหน้าคู่ 50MP + ToF Sensor แบบเจาะรูกล้องรูปทรงแคปซูล ส่วน HONOR 400 มีกล้องหน้าตัวเดียว 50MP แบบเจาะรูกล้องรูปทรงวงกลม

ซึ่งหน้าจอของทั้ง 2 รุ่นนี้สามารถแสดงผลได้อย่างคมชัดสีสันสดใส มองเห็นชัดเจนแม้จะอยู่ท่ามกลางแสงแดดจ้า โดยอาศัยพลังของ Advance AI ในการตรวจจับสถานการณ์การใช้งานแบบอัตโนมัติ และปรับค่าต่าง ๆ ของให้เหมาะสม รวมถึงมีขอบจอที่ค่อนข้างบางมาก ๆ จึงทำให้มีพื้นที่ในการใช้งานหน้าจอที่กว้างเต็มตาทีเดียวครับ



ทั้งคู่มีเทคโนโลยีถนอมสายตา HONOR Eye Comfort Display โดยใช้หน้าจอ Dimming แบบ 3840Hz ที่ปลอดภัยต่อดวงตา ลดการกะพริบของหน้าจอเพื่อลดอาการตาล้า อีกทั้งเทคโนโลยีที่ช่วยลดการสัมผัสกับแสงสีฟ้าที่เป็นอันตรายต่อดวงตาได้ระดับฮาร์ดแวร์ และเทคโนโลยี Super Rainproof Touch ที่ช่วยให้สามารถใช้งานหน้าจอได้แม้ในขณะที่เปียกชื้น
อีกหนึ่งความพิเศษคือฟีเจอร์ Motion Sickness Relief ที่ออกแบบมาเพื่อลดอาการคลื่นไส้และไม่สบายตาเมื่อต้องใช้งานในขณะโดยสารพาหนะ โดยใช้เทคโนโลยีเซนเซอร์ล้ำสมัยร่วมกับการแสดงผลลวดลายจุดบนหน้าจอ เพื่อสร้างสมดุลระหว่างการรับรู้ทางสายตาและระบบการทรงตัว ช่วยลดอาการเวียนศีรษะและทำให้การใช้งานระหว่างการเดินทางราบรื่นและสบายตายิ่งขึ้นอีกด้วยครับ
ส่องกล้อง

มาถึงตรงนี้ก็จะเป็นเรื่องของการถ่ายภาพที่เรียกว่าเป็นหนึ่งในไฮไลต์เด็ดของ HONOR 400 Pro และ HONOR 400 เลยก็ว่าได้ ที่จะมาเปิดประสบการณ์การถ่ายภาพระดับมือโปรด้วยกล้อง 200MP Ultra-clear Advance AI สุดล้ำ

โดยกล้องของ HONOR 400 Pro ประกอบด้วย
- กล้องหลัง 3 ตัว
– กล้องหลัก 200MP, ขนาดเซ็นเซอร์ 1/1.4 นิ้ว, f/1.9, OIS, AF
– กล้อง Telephoto 50MP, f/2.4, 3x Optical Zoom, 5x Digital Zoom, OIS
– กล้อง Ultrawide & Macro 12MP, f/2.2, FOV 112° - กล้องหน้า 50MP, f/2.0 + ToF Sensor

ขณะที่กล้องของ HONOR 400 ประกอบด้วย
- กล้องหลัง 2 ตัว
– กล้องหลัก 200MP, ขนาดเซ็นเซอร์ 1/1.4 นิ้ว, f/1.9, OIS, AF
– กล้อง Ultrawide & Macro 12MP, f/2.2, FOV 112° - กล้องหน้า 50MP, f/2.0



ด้วยกล้องที่ให้มานั้นทำให้ HONOR 400 Pro และ HONOR 400 ถ่ายภาพได้สวยแทบทุกระยะทั้งกลางวันและกลางคืน ซึ่งโหมดสำหรับการถ่ายภาพต่าง ๆ ของทั้ง 2 รุ่นนี้ก็มีมาครบ ซึ่งก็ให้มาแบบแน่น ๆ จัดเต็มตามสไตล์ของ HONOR โดยส่วนใหญ่ก็ใช้งานได้ง่ายและไม่มีอะไรซับซ้อนมากนัก



นอกจากนี้พลังของ Advance AI HONOR IMAGE ENGINE ที่มีใน HONOR 400 Pro ได้แก่ Advance AI Super Zoom, Advance AI Portrait Snap, Advance AI Enhanced Portrait, All Focal Lengths Portrait, HD Moving Photo, และ Advance AI Motion Sensing Capture
และ Advance AI HONOR IMAGE ENGINE ที่มีใน HONOR 400 ได้แก่ Advance AI Super Zoom, Advance AI Portrait Snap, และ HD Moving Photo




ซึ่ง Advance AI เหล่านี้ก็ยังมาช่วยเพิ่มความสามารถให้กล้องทำงานได้อย่างฉลาดมากขึ้นกว่าเดิมเยอะเลย จะถ่ายย้อนแสง ถ่ายที่แสงน้อย ถ่ายกลางคืน ถ่ายบุคคล หรืออะไรก็แล้วแต่ ส่วนใหญ่ใช้โหมดการถ่ายแบบอัตโนมัติยังออกมาสวยโดยแทบไม่ต้องปรับแต่งอะไรเพิ่มเติม รวม ๆ แล้วค่อนข้างประทับใจกับเรื่องกล้องถ่ายภาพของทั้ง 2 รุ่นนี้มาก ๆ ครับ
ตลอดจน Creative Advance AI Editing ต่าง ๆ อาทิ



Advance AI Eraser ฟีเจอร์ที่สามารถลบวัตถุที่ไม่ต้องการออกจากภาพได้อย่างง่ายดาย เช่น ป้าย หรือฉากหลังที่รก โดยระบบจะเติมพื้นที่ที่ถูกลบออกไปอย่างชาญฉลาด ให้กลมกลืนกับฉากรอบข้างได้อย่างแนบเนียน เพื่อให้ได้ภาพที่ดูเป็นธรรมชาติ



Advance AI Erase Passers-by ฟีเจอร์ที่ถูกออกแบบมาเพื่อจัดการกับภาพที่มีผู้คนอยู่ในฉากหลัง โดยระบบจะจดจำตัวแบบหลักและผู้คนที่เดินผ่านรอบข้าง จากนั้นจะลบคนที่ไม่ต้องการออกได้ด้วยการแตะเพียงครั้งเดียว






Advance AI Outpainting ฟีเจอร์ที่ช่วยขยายขอบเขตของภาพถ่ายออกไปอย่างเป็นธรรมชาติ ไม่ว่าจะเป็นการต่อเติมทิวทัศน์ ฉากหลัง หรือภาพที่ถูกครอปมาก่อน โดยยังคงความสมจริงและกลมกลืนกับภาพต้นฉบับอย่างแนบเนียน เหมาะอย่างยิ่งสำหรับการเพิ่มลูกเล่นให้ภาพวิว หรือใช้ในการจัดองค์ประกอบภาพเชิงสร้างสรรค์ ซึ่ง AI จะช่วยเติมรายละเอียดใหม่ให้สอดคล้องกับภาพเดิมเพื่อให้ได้ผลงานที่สวยงามและสมจริงยิ่งขึ้น



Advance AI Cutout & Advance AI Cutout 2.0 ฟีเจอร์ที่ช่วยให้สามารถเลือกและย้ายวัตถุในภาพได้อย่างอิสระ โดยระบบจะเติมพื้นที่ที่ถูกย้ายออกให้อัตโนมัติ เพื่อให้ดูสมจริงราวกับว่าวัตถุนั้นไม่เคยอยู่ตรงนั้นมาก่อน เหมาะสำหรับการจัดวางองค์ประกอบภาพใหม่หรือปรับปรุงภาพให้ลงตัวมากขึ้น
ตัวอย่างภาพถ่ายจากกล้อง HONOR 400 Pro และ HONOR 400







































ประสิทธิภาพและการใช้งาน

HONOR 400 Pro และ HONOR 400 รันด้วย MagicOS 9.0 เวอร์ชันล่าสุด ที่อยู่บนพื้นฐาน Android 15 ตั้งแต่แกะกล่อง ซึ่งก็มีลูกเล่นและฟีเจอร์ใหม่มากมาย หน้าตา UI เน้นความเรียบง่ายและเป็นมิตรกับผู้ใช้ ส่วนพวกเมนูการใช้งานหรือการตั้งค่าต่าง ๆ ก็ไม่มีอะไรแตกต่างจากมือถือ Android ทั่วไปครับ


ด้านขุมพลังภายในของ HONOR 400 Pro ใช้ชิปเซ็ต Qualcomm Snapdragon 8 Gen 3 ร่วมกับหน่วยความจำ RAM 12GB (LPDDR4X) และ Storage 512GB (UFS 3.1) ส่วน HONOR 400 ใช้ชิปเซ็ต Qualcomm Snapdragon 7 Gen 3 ร่วมกับหน่วยความจำ RAM 12GB (LPDDR4X) และ Storage 256/512GB (UFS 3.1)
โดยทั้ง 2 รุ่นนี้มีฟีเจอร์ขยายหน่วยความจำ HONOR RAM Turbo ที่สามารถเปลี่ยนพื้นที่ว่างของหน่วยความจำ ROM ที่ยังไม่ได้ใช้มาเพิ่มเป็น RAM ได้ ซึ่งเพิ่มได้อีกสูงสุด 12GB ทำให้ได้ RAM รวมเป็น 24GB เลยทีเดียว


หน้าจอของ HONOR 400 Pro และ HONOR 400 รองรับความละเอียด 1.5K และรองรับอัตรารีเฟรชสูงสุด 120Hz ทั้งคู่ แสดงผลได้คมชัด ทัชลื่นไหล และสามารถตอบโจทย์ความต้องการได้เต็มอรรถรส ไม่ว่าจะใช้งานทั่วไป ดูหนัง ฟังเพลง หรือเล่นเกม









ด้วยสเปกที่ให้มาขนาดนี้ของทั้ง 2 รุ่น ก็นับว่าแรงเหลือเฟือแล้วสำหรับการใช้งานต่าง ๆ เท่าที่มือถือระดับกลางไปจนถึงเรือธงเริ่มต้นในยุคนี้จะทำได้ ซึ่งก็ไม่น่ามีปัญหาอะไรสำหรับการเล่นเกมทั้งหมดที่มีอยู่ในตอนนี้ โดยลองทดสอบเล่นเกมสุดฮิตหลากหลายแนวก็เล่นได้อย่างลื่นไหลไม่มีสะดุด สามารถตั้งค่าความละเอียดกราฟิกระดับสูงได้แบบสบาย ๆ เฟรมเรทไม่มีตก

และไม่ว่าจะใช้งานทั่วไป เพื่อความบันเทิง เล่นเกม หรือลุยถ่ายรูปและวิดีโอ ทั้ง HONOR 400 Pro และ HONOR 400 ก็สามารถใช้ได้อย่างยาวนานตลอดวัน ด้วยแบตเตอรี่ที่ให้แบบจุใจสูงถึง 6000mAh

โดย HONOR 400 Pro จะรองรับชาร์จเร็วผ่านสาย 100W HONOR Wired SuperCharge ที่สามารถชาร์จเต็ม 100% ได้ภายในเวลา 42 นาที อีกทั้งรองรับชาร์จเร็วไร้สาย 50W HONOR Wireless SuperCharge ที่สามารถชาร์จเต็ม 100% ได้ภายในเวลา 61 นาที

ขณะที่ HONOR 400 จะรองรับชาร์จเร็วผ่านสาย 80W HONOR Wired SuperCharge ที่สามารถชาร์จเต็ม 100% ได้ภายในเวลา 54 นาที โดยแถมหัวขาร์จ 100W มาให้ในกล่อง
จัดเต็มฟีเจอร์ AI

และที่ขาดไปไม่ได้สำหรับมือถือยุคใหม่ในตอนนี้ก็คือเรื่องของ AI ซึ่ง HONOR 400 Pro และ HONOR 400 นั้นก็ได้เสริมพลัง Advance AI ที่ให้มามากกว่า 40 แบบ ตอบโจทย์การใช้งานครอบคลุมในทุก ๆ ด้านเลยครับ
ข้อมูลสเปก HONOR 400 Pro และ HONOR 400


| HONOR 400 Pro | HONOR 400 | |
| ขนาดตัวเครื่อง | 160.8 × 76.1 × 8.1 มิลลิเมตร | 156.5 × 74.6 × 7.3 มิลลิเมตร |
| น้ำหนัก | 205 กรัม | 184 กรัม |
| หน้าจอ | AMOLED 6.7 นิ้ว 1.5K 2800×1280 พิกเซล อัตรารีเฟรชสูงสุด 120Hz ความสว่างสูงสุด 5000 nits | AMOLED 6.55 นิ้ว 1.5K 2736×1264 พิกเซล อัตรารีเฟรชสูงสุด 120Hz ความสว่างสูงสุด 5000 nits |
| ชิปเซ็ต | Qualcomm Snapdragon 8 Gen 3 | Qualcomm Snapdragon 7 Gen 3 |
| หน่วยความจำ | RAM 12GB (LPDDR4X) Storage 512GB (UFS 3.1) | RAM 12GB (LPDDR4X) Storage 256/512GB (UFS 3.1) |
| กล้องหน้า | 50MP, f/2.0 + ToF Sensor | 50MP, f/2.0 |
| กล้องหลัง | • กล้องหลัก 200MP, ขนาดเซ็นเซอร์ 1/1.4 นิ้ว, f/1.9, OIS, AF • กล้อง Telephoto 50MP, f/2.4, 3x Optical Zoom, 5x Digital Zoom, OIS • กล้อง Ultrawide & Macro 12MP, f/2.2, FOV 112° | • กล้องหลัก 200MP, ขนาดเซ็นเซอร์ 1/1.4 นิ้ว, f/1.9, OIS, AF • กล้อง Ultrawide & Macro 12MP, f/2.2, FOV 112° |
| ระบบปฏิบัติการ | MagicOS 9.0 บน Android 15 | |
| แบตเตอรี่ | 6000mAh | |
| ชาร์จเร็ว | 100W | 80W |
| ชาร์จเร็วไร้สาย | 50W | – |
| การเชื่อมต่อ | 5G / Wi-Fi 7 / Bluetooth 5.4 / NFC / USB-C | 5G / Wi-Fi 6 / Bluetooth 5.4 / NFC / USB-C |
| กันน้ำและฝุ่น | IP68 และ IP69 | IP66 |
| สี | • Lunar Grey • Midnight Black | • Desert Gold • Midnight Black |
สรุป

จากภาพรวมของ HONOR 400 Pro และ HONOR 400 ก็ถือได้ว่าเป็นมือถือระดับเรือธงเริ่มต้นในราคาคุ้มค่าเกินตัว และน่าสนใจมาก ๆ ณ ตอนนี้ครับ ซึ่งมาเปิดประสบการณ์การถ่ายภาพระดับโปรด้วยกล้อง 200MP Ultra-clear Advance AI และฟีเจอร์ Advance AI Editing มากกว่า 40 ตัว
นอกจากนี้ทั้ง 2 รุ่นยังเป็นมือถือที่มีความครบเครื่องในทุกด้าน ไล่กันตั้งแต่สเปกและประสิทธิภาพที่จัดเต็ม มีดีไซน์ที่ผสานความพรีเมียมเข้ากับเทคโนโลยีล้ำสมัยได้อย่างลงตัว รวมถึงแบตเตอรี่แบบจุใจ 6000mAh ให้ใช้งานได้ยาวนานตลอดวันไม่มีสะดุด เหมาะสำหรับคนที่ชื่นชอบการถ่ายภาพหรือสายคอนเทนต์ได้เป็นอย่างดี
และด้วยชื่อชั้นของแบรนด์ HONOR ที่ยังคงมีแฟน ๆ ติดตามอย่างเหนียวแน่น จึงเชื่อว่า HONOR 400 Pro และ HONOR 400 ทั้ง 2 รุ่นจะได้รับความนิยมไม่แพ้กันกับมือถือรุ่นอื่น ๆ ที่ผ่านมา ซึ่งถ้าใครได้ลองสัมผัสของจริงก็น่าจะต้องถูกใจอย่างแน่นอนครับ
ราคาและช่องทางจำหน่าย

HONOR 400 Series ปัจจุบันมีวางจำหน่ายในไทยอย่างเป็นทางการแล้ว โดย HONOR 400 Pro วางจำหน่ายในราคา 19,990 บาท พร้อมรับสิทธิพิเศษประกันตัวเครื่องนาน 24 เดือน และประกันหน้าจอ 6 เดือน ส่วน HONOR 400 รุ่น 12GB+512GB วางจำหน่ายในราคา 14,990 บาท และรุ่น 12GB+256GB วางจำหน่ายในราคา 12,990 บาท พร้อมรับสิทธิพิเศษประกันตัวเครื่องนาน 24 เดือน และประกันหน้าจอ 6 เดือน
นอกจากนี้ ยังมีอีกรุ่นอย่าง HONOR 400 Lite ที่มาพร้อมกล้อง 108MP Ultra-clear Advance AI กับหน่วยความจำ 12GB+256GB วางจำหน่ายในราคาเพียง 8,999 บาท พร้อมรับฟรี HONOR Earbuds X6 มูลค่า 1,699 บาท
ผู้ที่สนใจสามารถสั่งซื้อ HONOR 400 Series ได้ทุกรุ่น ผ่านแพลตฟอร์มออนไลน์ชั้นนำ ทั้ง Shopee: https://bitly.cx/tvuj และ Lazada: https://bitly.cx/tvuj
สามารถดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่เว็บไซต์ www.honor.com/th หรือติดตามข่าวสารและกิจกรรมที่น่าสนใจได้ที่ Facebook HONOR Thailand