ในที่สุดก็มาเสียทีสำหรับเรือธงจากตระกูล N Series จากแบรนด์ Honor อย่าง Honor 10 ซึ่งต้องบอกเลยว่าสมาร์ทโฟนรุ่นนี้ดึงเอาฟีเจอร์ของยุคนี้มาครบไม่ว่าจะเป็นระบบ AI ผสานชิปเซ็ตตัวแรงที่มีระบบประมวลผลพิเศษ NPU กับตัวบอดี้กระจกไล่เฉดสีแบบแสงเหนือ
สเปค Honor 10
- จอ LCD ดีไซน์ FullView ขนาด 5.84 นิ้ว ความละเอียด FullHD+ (432ppi)
- ชิปหน่วยประมวลผล Octa-Core (2.36GHz x4 + 1.8GHz x4) โดยที่มีชิป AI ประมวลผลพิเศษ NPU แบบอิสระใช้ GPU Mali-G72MP12 สเปค RAM 4GB ความจุ 128GB (ไม่รองรับ MicroSD Card)
- กล้องหลังคู่ เซ็นเซอร์ RGB ความละเอียด 16 ล้านพิกเซล (f/1.8) + เซ็นเซอร์ Monochrome ความละเอียด 24 ล้านพิกเซล (f/1.8)
- ใช้ระบบโฟกัส 3-in-1 Fast Focusing มีฟีเจอร์ AI-scene recognition วิเคราะห์วัตถุและฉากแบบเรียลไทม์ได้กว่า 22 แบบ และโหมดจัดแสง Portrait Lighting
- กล้องหน้า 24 ล้านพิกเซล (f/2.0) มีระบบ AI เสริมความสามารถทั้งโหมด Portrait Lighting / Facial lighting compensation / AI Portrait
- ระบบเสียง AK4376A 32-bit DAC + Huawei Histen รองรับเสียงแบบ 7.1 ผ่านช่องหูฟัง 3.5 มม.
- สแกนนิ้วมือด้านหน้าแบบ Ultra Sonic ปลดล็อคได้แม้เปียกน้ำ
- แบตเตอรี่ 3400mAh รองรับระบบชาร์จเร็วผ่านพอร์ต USB-C
- รันระบบ Android 8.1 Oreo ครอบด้วย EMUI 8.1
- สีที่เปิดตัว เทา (Phantom Grey), ดำ ( Midnight Black), น้ำเงิน ( Phantom Blue) และเขียว ( Phantom Green)
แพ็คเกจของ Honor 10 เป็นกล่องสีขาวส่วนของภายในประกอบไปด้วย
- เครื่อง Honor 10 มีฟิลม์กันรอยติดมาที่หน้าจอ
- เคสซิลิโคนใส
- คู่มือการใช้งาน
- เข็มจิ้มถาดซิม
- อะแดปเตอร์แบบชาร์จเร็ว พร้อมสาย Type-C
Honor 10 มีสัดส่วน 149.6 x 71.2 x 7.7 มม. หนัก 153 กรัม ไอเดียการออกแบบมาจากสีสันของแสงเหนือ (Aurora) บอดี้ด้านหลังผลิตจากกระจก 15 ชั้นทำให้มีความมันวาวเล่นกับแสงที่มาตกกระทบ
สีที่เข้าไทย 2 สีแรกเป็น ดำ (Midnight Black) กับ น้ำเงิน (Phantom Blue) ส่วน เทา (Phantom Grey), ดำ (Midnight Black) กับ เขียว (Phantom Green) ทาง Honor บอกว่าถ้ากระแสตอบรับดีจะมีตามเข้ามาอย่างแน่นอนครับ
ตัวหน้าจอเป็นแบบ FullView Display มี รอยบาก (Notch) ด้านบนโดยที่มีพื้นที่การแสดงผลเมื่อเทียบกับตัวเครื่องมากถึง 86% ประเภทจอของรุ่นนี้เป็น IPS LCD ขนาด 5.84 นิ้ว ความละเอียด 2280 x 1080 พิกเซล (Full HD+) อัตราส่วนการแสดงผล 19:9 รองรับ Multi-Touch ได้ 10 จุดตามมาตรฐาน
ตัวรอยบากของ Honor 10 ใช้พื้นที่น้อยมากๆเมื่อเทียบกับ iPhone X ซึ่งภายในนั้นจะประกอบไปด้วย กล้องหน้า, ลำโพงสนทนา,Proximity / Light sensor/Digital Compass/Gravity Sensor และ ไฟ LED ซึ่งแน่นอนว่ารุ่นนี้สามารถปรับแต่งถมดำซ่อนรอยบากได้ครับ
ส่วนล่างของจอจะเป็นแถบปุ่มควบคุมแบบสัมผัสบนหน้าจอ (On-Screen Navigation) ถัดลงมาอีกเป็นเซ็นเซอร์สแกนลายนิ้วมือ “Ultrasonic” ที่ฝังใต้กระจกด้านหน้าสามารถสแกนปลดล็อคเครื่องได้แม้มือเปียกน้ำ หรือมีคราบไขมันช่วยให้การใช้งานเรียบลื่นไม่สะดุด
พลิกมาดูด้านหลังจะพบกับกล้องคู่วางแนวนอนติดมุมซ้ายบนมีแฟลช LED อยู่ทางขวา ถัดมาเป็นโลโก้ “AI Camera” มุมล่างของเครื่องเป็นโลโก้แบรนด์ Honor
ขอบเครื่องด้านขวามีปุ่นปรับระดับเสียงและปุ่ม Power ส่วนช่องใส่ซิมอยู่ทางด้านซ้ายซึ่งรุ่นนี้ใช้ถาดแบบ Hybrid Slot รองรับการทำงานสองซิม
ขอบด้านบนเป็นไมโครโฟนตัดเสียงรบกวน และเซ็นเซอร์อินฟราเรดสำหรับใช้งานสมาร์ทโฟนแทนเป็นรีโมทควบคุม ส่วนด้านล่างมาพร้อมกับช่องเสียบหูฟังมาตรฐานขนาด 3.5มม., พอร์ตเชื่อมต่อแบบ Type-C และลำโพง
Honor 10 มากับนวัตกรรมและเทคโนโลยีชิปเซ็ตสถาปัตยกรรมการผลิตระดับ 10 นาโนเมตรและมีหน่วยประมวลผลพิเศษ Neural Processing Unit (NPU) สำหรับงานประมวลผล Artificial Intelligence (AI)
หน่วยประมวลผลที่ใช้เป็นแบบ Octa-Core (2.36GHz x4 + 1.8GHz x4) ตัว GPU Mali-G72MP12 สเปคที่เข้ามาขายในไทยเป็น RAM 4GB ความจุ 128GB (ไม่รองรับ MicroSD Card)
สำหรับตัวเซ็นเซอร์จากที่เช็ดด้วยแอปฯ Sensor Box ก็มีทั้ง
- Accelerometer Sensor : เซ็นเซอร์จับลักษณะการเคลื่อนไหวของสมาร์ทโฟน การเอียงเครื่อง
- Light Sensor : เซ็นเซอร์วัดสภาพแสง เพื่อปรับการแสดงผลหน้าจอ
- Orientation Sensor : เซ็นเซอร์ปรับมุมมองหน้าจอ
- Proximity Sensor : เซ็นเซอร์ตรวจจับระยะห่างระหว่างผู้ใช้กับเครื่องสมาร์ทโฟน
- Gyroscope Sensor : เซ็นเซอร์ตรวจจับลักษณะการหมุนของสมาร์ทโฟน
- Sound Sensor : เซ็นเซอร์ตรวจจับเสียง
- Magnetic Sensor : เซ็นเซอร์ตรวจจับคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้า (เข็มทิศดิจิตอล)
คะแนนประมวลผลจากการทดสอบบนแพลตฟอร์ม Benchmark ได้ผลลัพท์ดังนี้ครับ
- PCMark for Android (Work 2.0) = 4743 คะแนน
- Geekbench 4 = Single-core : 1897 คะแนน/ Multi-core : 6611 คะแนน
- AuTuTu Benchmark v7.0.7 = 202074 คะแนน
มาดูที่การใช้งานกันบ้าง Honor 10 ใส่แบตเตอรี่ให้มา 3,400mAh มีเทคโนโลยีชาร์จไว Honor SuperCharge ชาร์จแค่ 25 นาที แบตเตอรี่ขึ้นมา 50% รองรับการทำงานในโหมด Standy ได้นานสูงสุด 15 วัน โทรผ่าน 3G ได้นานสูงสุด 18 ชั่วโมง เล่นวีดีโอได้ต่อเนื่อง 10 ชั่วโมง และเล่นเพลงได้ต่อเนื่อง 65ชั่วโมง
ระบบปฏิบัติการของรุ่นนี้เป็น EMUI 8.1 รันบนพื้นฐาน Android 8.1 Oreo ซึ่งก็มีบรรดาฟีเจอร์พื้นฐานทั่วไปให้ใช้กันไม่ว่าจะเป็น Multi-Window, Twin Apps หรือ Game Suite เป็นต้น แต่ที่อยากจะนำเสนอคือโหมด Wi-Fi Bridge ที่จะเปลี่ยน Honor 10 ให้เป็นตัว Hotspot รับสัญญา Wi-Fi แล้วแชร์ต่อไปยังอุปกรณ์อื่นๆ
สำหรับฟังค์ชั่นด้านการสื่อสารใน Honor 10 ก็มี Easy Take ช่วยให้การสนทนาผ่านโทรศัพท์มีความสะดวกสบายด้วยการตัดลดเสียงรบกวน และจับเสียงได้ดีขึ้นแม้จะผู้ใช้จะพูดเบาแต่คู่สนทนาก็ยังได้ยินชัดเจน
ด้านระบบรักษาความปลอดภัยของ Honor 10 แน่นอนว่ามีตัวพื้นฐานอย่าง Pattern/Pin Lock และการสแกนลายนิ้วมือที่เป็นแบบพื้นฐานทั่วไป จนถึงระบบสแกนใบหน้าที่รองรับทั้งการสแกนแบบแนวตั้งหรือแนวนอน แบบ 360 องศา สามารถปลดล็อคเครื่องได้ใน 0.064 วินาที แม้จะอยู่ในที่แสงน้อย แถมยังมีตัวป้องกันการปลดล็อคเครื่องด้วยสแกนใบหน้าในขณะที่ผู้ใช้หลับตาด้วย เรียกว่าไม่ต้องกลัวใครมาแอบดูข้อมูลในเครื่องในขณะที่เราหลับอยู่
มาถึงเรื่องการถ่ายภาพกันบ้าง Honor 10 ใช้กล้องหลังเป็นเลนส์คู่ไล่จากซ้ายไปขวาประกอบด้วย
- กล้องเซ็นเซอร์ ขาว-ดำ (Monochrome) ความละเอียด 24 ล้านพิกเซล เลนส์ประกอบ 6 ชิ้น รูรับแสง f/1.8 ใช้เทคโนโลยีโฟกัส 3-in-1 Fast Focusing
- กล้องเซ็นเซอร์สี (RGB) ความละเอียด 16 ล้านพิกเซล รูรับแสง f/2.8 ระบบโฟกัส PDAF
อินเตอร์เฟสการใช้งานกล้องของ Honor 10 เป็นแบบ ปัดซ้าย–ขวาเพื่อเข้าถึงโหมดการถ่ายในรูปแบบต่างๆ
ส่วนโหมดการถ่ายภาพที่รุ่นนี้มีให้ประกอบไปด้วย AR lens, Slow-mo, Night Shot, Panorama, Monochrom, Light Painting, HDR, Time Lapse, Fiter, 3D Panorama, Watermark, Document Scan, 3D Creator, Arstist Mode และ Good Food ตอบโจทย์ทุกการถ่ายภาพ
สำหรับ Pro Mode ก็มีให้ใช้ปรับแต่งได้ตั้งแต่ รูปแบบการโฟกัส, รูปแบบการวัดแสง, ISO (50-3200) Shutter Speed (1/4000-30 วิฯ), EV +-4 และค่า White Balance
ถึงแม้ว่าจะมีโหมดให้ใช้กันอย่างหลากหลายแต่ตัวผู้ใช้ก็ไม่ต้องกังวลว่าจะเลือกกันไม่ถูก เพราะกล้องของรุ่นนี้มีเทคโนโลยี AI 2.0 Camera ที่มากับฟีเจอร์ AI-scene recognition วิเคราะห์วัตถุและฉากแบบเรียลไทม์ได้กว่า 500 แบบ จาก 22 หมวด และระบบยังมีการวิเคราะห์วัตถุหรือฉากได้หลายแบบในซีนเดียว (AI Recognition of Multiple Objects) ซึ่งตัว AI จะวิเคราะห์ภาพที่เห็นผ่านกล้องกับตัวฐานข้อมูลรูปถ่ายกว่า 100 ล้านภาพและนำมาปรับโหมดและการตั้งค่าต่างๆของกล้องให้เหมาะสมกับแบบที่จะถ่าย ช่วยให้การถ่ายลั่นชัตเตอร์ของเราแต่ละครั้งกลายเป็นเรื่องที่ง่ายมากๆ
แน่นอนว่าภาพที่ถูกถ่ายด้วยระบบ AI ก็จะถูกปรับแต่งสี, แสง และรายละเอียดของภาพ ให้สวยงามตามที่ระบบวิเคราะห์ ซึ่งก็ใช้ว่าตัวผู้ใช้ทุกคนจะถูกใจ ภายใน Honor 10 เองก็เลยเพิ่มระบบให้เราสามารถกดเลือกใช้งานภาพที่เป็นแบบเดิมๆ หรือภาพที่ AI แต่งได้
สำหรับตัว Portait Mode ก็จะมีการปรับแต่งใบหน้าของแบบให้มีความสวยเป็นธรรมชาติมากขึ้น พร้อมด้วยโหมดจัดแสงถ่ายภาพบุคคล Portrait Lighting ซึ่งสามารถปรับระดับของแสง หรือเลือกรูปแบบการจัดแสงหลังการถ่ายด้วยโหมดนี้ได้
ในขณะที่การถ่ายภาพบุคคลถ้าถ่ายด้วยโหมด Aperture จะสามารถปรับจุดโฟกัส หรือเลือกระดับความเบลอหลังการถ่ายได้ครับ นอกจากนี้ที่กล้องก็ยังมีเทคโนโลยี AI Zoom ทำให้การภาพที่ถ่ายโดยผ่านการซูมมีความคมชัดและสำหรับการถ่ายตัวแบบที่เคลื่อนไหวในก็จะมีระบบ AI Snap จับโฟกัสและลั่นชัตเตอร์ได้อย่างรวดเร็วลดโอกาสที่ตัวแบบจะเบลอ
มาที่กล้องหน้ากันบ้างรุ่นนี้ใส่มา 24 ล้านพิกเซล รูรับแสง f/2.0 เลนส์ประกอบ 5 ชิ้น มีเทคโนโลยี 4 in 1 Light Fusion หรือเทคโนโลยีการผสานแสงทำให้ภาพที่ได้มีความสว่างคมชัดยิ่งกว่า
สำหรับการถ่าย Portrait Mode ด้วยกล้องหน้าของรุ่นนี้จะมีเทคโนโลยีจับใบหน้าแบบ 3D Face Detection เพื่อเน้นจุด T Zone บนหน้าให้เด่นชัด ส่วน Portrait Lighting โหมดจัดแสงแบบสตูดิโอก็มีให้ใช้เช่นกัน
สำหรับการเซลฟี่แบบย้อนแสงหรือในที่แสงน้อย Honor 10 ก็มีเทคโนโลยีที่เรียกว่า Facial lighting compensation ช่วยเพิ่มความสว่างบนหน้าโดยที่ฉากหลังเองก็ไม่สว่างเกินไปจนมองไม่รู้ว่าถ่ายจากที่ไหน
ตัวอย่างภาพถ่ายจากกล้องหน้าและกล้องหลังของ Honor 10 โดยใช้โหมด AI
ส่วนการจัดเก็บรูปภาพใน Honor ก็มีเทคโนโลยี Smart Gallery 3.0 ระบบการจัดการแกลลอรี่รูปภาพ ไม่ว่าจะเป็นจำแนกประเภทภาพได้ 15 หมวด หรือค้นหารูปที่ถ่ายจากแท็กค้นหา และยังมีฟีเจอร์ Highlight 2.0 เปลี่ยนแกลลอรี่ภาพถ่ายให้เป็นสื่อมัลติมีเดียเพื่อแชร์ช่วงเวลาดีๆไปยังสังคมออนไลน์
มาถึงเรื่องของราคากันบ้าง Honor 10 เปิดตัวในไทยที่ 13,990 บาท พรีออเดอร์ผ่าน Lazada, CSC, TG Phone และ BigC ตั้งแต่วันที่ 24 พฤษภาคม และขายจริงวันที่ 6 มิถุนายน สำหรับบริการหลังการขายสามารถส่งซ่อมผ่านทางศูนย์บริการของ Huawei ที่มีอยู่ 14 แห่งได้เลยครับ








































































