
Mark Gurman นักวิเคราะห์จาก Bloomberg เผยผ่านจดหมายข่าว Power On ว่า Apple จะเปิดตัว iPhone 16 Series ในเดือนกันยายน ตามกำหนดการเดิม แม้ว่าจะไม่มีฟีเจอร์ไฮไลท์อย่างเทคโนโลยี AI หรือ Apple Intelligence ที่จะตามในอีกหนึ่งเดือนหลังจากนั้น
ขณะเดียวกัน Gurman ยังได้แบ่งปันประสบการณ์ส่วนตัวเกี่ยวกับบริการใหม่อย่าง AI ที่เปิดให้ใช้งานบน iOS 18.1 เวอร์ชั่น Beta โดยกล่าวว่าฟีเจอร์นี้จะยังต้องพัฒนาอีกมากเพื่อให้รับกับกระแสที่ฮือฮากันมา ซึ่งในปัจจุบัน Apple Intelligence เป็นเพียง Siri ที่ฉลาดและสวยงามกว่าเท่านั้น ไม่ใช่การปฏิวัติวงการอย่างที่ Apple เคลมไว้
สำหรับแอปข้อความ (Messages) จะมีการตอบกลับโดยอัตโนมัติ ในรายงานได้ระบุว่าเป็นเพียงเวอร์ชันที่ได้รับการอัปเกรดเล็กน้อยจากระบบคำแนะนำการตอบกลับที่มีให้ใช้กันมาตั้งนานแล้ว ส่วนใน Mail เองก็มีฟังก์ชั่นคล้ายกันแต่ให้คำแนะนำยาวกว่าของแอปข้อความ

ด้าน โหมดโฟกัส Reduce Interruptions Focus เป็นโหมดปิดการรบกวน (Do Not Disturb) ที่จะตัดสินใจได้อย่างชาญฉลาดว่าจะอนุญาตให้การแจ้งเตือนใดผ่านเข้ามา เช่น ข้อความและอีเมลที่เร่งด่วน ซึ่งเมื่อเปิด Reader Mode บนเบราว์เซอร์ Safari ก็จะมีการสรุปเนื้อหาของเว็บเพจและบทความในย่อหน้าเดียว

ส่วน เครื่องมือช่วยเขียน (Writing Tools) ทำให้เนื้อหาของข้อความดูเป็นมืออาชีพหรือเป็นมิตรมากขึ้น รวมถึงมีการตรวจทานคำผิดได้อีกด้วย ซึ่ง Apple Intelligence สามารถบันทึกการโทรและถอดความโดยอัตโนมัติ โดยที่การถอดความทั้งหมดจะพร้อมใช้งานเมื่อการโทรสิ้นสุดลง

Gurman ให้คำนิยามฟีเจอร์เหล่านี้ว่า “สิ่งดีงามที่ไม่ใช่สิ่งจำเป็น” (Niceties, not necessities) และเสริมว่าอาจจะยังไม่ดึงดูดให้ผู้ใช้ iPhone 14 Pro ย้ายมาใช้ iPhone 16 แต่นักวิเคราะห์เสริมว่า ผู้ใช้มีแนวโนมที่จะหลงใหลตื่นเต้น ไปกับสโลแกนทางการตลาดซึ่งจะเป็นแรงขับเคลื่อนหลักในการขาย iPhone 16 ของ Apple
คาดว่า iPhone 16 ทั้ง 4 รุ่นจะได้รับ Apple Intelligence รวมถึง iPhone 15 Pro และ 15 Pro Max โดยที่ Apple AI จะมีลักษณะการตอบสนองต่อผลิตภัณฑ์ที่คล้ายคลึงกัน เช่น Google Gemini, ChatGPT ของ OpenAI และ Copilot ของ Microsoft ซึ่ง Apple จะต้องทำงานหนักกว่านี้เพื่อเป็นผู้นำตามที่ตั้งเป้าหมายไว้
เผยสเปคแบต iPhone 16 Pro และ iPhone 16 Pro Max ใหญ่กว่ารุ่นก่อนหน้า 5-9%