จำกัดเฉพาะตัวท็อป! ระบบ Gemini Intelligence รองรับเรือธง Android สเปก RAM 12GB ขึ้นไป

โดย RingRangRung | 18 พฤษภาคม 2569 เมื่อ 11:28 น.
Gemini Intelligence

เมื่อไม่กี่วันที่ผ่านมา Google ได้ประกาศเปิดตัว Gemini Intelligence ซึ่งดูเหมือนจะเป็นสิ่งที่มากกว่าแค่การเปลี่ยนชื่อเรียกบริการใหม่ เพราะนี่คือชุดฟีเจอร์ที่น่าประทับใจ ซึ่งสามารถจัดการกับงานที่มีหลายขั้นตอนได้โดยอัตโนมัติ และทำงานทั้งหมดอยู่เบื้องหลังได้ด้วยตัวเอง ไม่ว่าจะเป็นการค้นหาข้อมูล การแปลงข้อมูล และการโต้ตอบกับแอปพลิเคชันรวมถึงเว็บไซต์ต่าง ๆ อย่างเป็นอิสระแทนตัวผู้ใช้

นอกจากนี้ยังมีส่วนประกอบที่เรียกว่า “Rambler” กำลังจะถูกเพิ่มเข้ามาใน Gboard ช่วยให้ผู้ใช้สามารถพูดคุยได้อย่างอิสระ แม้จะใช้คำสร้อยหรือคำพูดติดปากที่คนส่วนใหญ่เผลอใช้โดยไม่ได้ตั้งใจ และยังสามารถพูดผสมหลายภาษาในประโยคเดียวกันได้อีกด้วย

อย่างไรก็ตาม อย่าเพิ่งคาดหวังว่าจะได้เห็น Gemini Intelligence บนสมาร์ทโฟนระบบปฏิบัติการ Android รุ่นเก่าทั่วไป เพราะเท่าที่มีข้อมูลในปัจจุบัน ฟีเจอร์นี้มีแนวโน้มที่จะเปิดตัวครั้งแรกบนอุปกรณ์ Galaxy Z Fold8 และ Z Flip8 ของ Samsung ที่กำลังจะมาถึง และทาง Google ก็ได้รับการยืนยันแล้วว่า Galaxy S26 series และ Pixel 10 series จะได้รับฟีเจอร์นี้เช่นกันในช่วงฤดูร้อนนี้

ในขณะเดียวกัน ข้อมูลหมายเหตุที่ปรากฏบนเว็บไซต์อย่างเป็นทางการของ android.com ได้แสดงให้เห็นว่า Gemini Intelligence ถูกวางตำแหน่งไว้เป็นสิ่งที่มีความพรีเมียมและเอ็กซ์คลูซีฟอย่างมากในเวลานี้ โดยมีการระบุความต้องการขั้นต่ำของระบบว่าจะต้องมีหน่วยความจำ RAM อย่างน้อย 12GB

ดังนั้น โมเดลใดก็ตามที่ Gemini Intelligence ต้องพึ่งพาในการประมวลผลนั้นดูเหมือนจะเป็นเรื่องยากที่จะรันบนตัวเครื่องทั่วไป และแน่นอนว่าอุปกรณ์ที่ใช้งานจะต้องรองรับ AICore ซึ่งเป็นบริการของระบบ Android ที่เปิดช่องทาง API ให้แอปพลิเคชันต่าง ๆ สามารถทำงานในด้าน AI บนโมเดล Gemini Nano บนตัวเครื่องได้ โดยเฉพาะอย่างยิ่ง Gemini Intelligence ได้มีการระบุเจาะจงว่าจำเป็นต้องใช้ Gemini Nano เวอร์ชัน v3 หรือมากกว่านั้น ซึ่งปัจจุบันมีอุปกรณ์เพียงไม่กี่รุ่นเท่านั้นที่รองรับ

นอกจากนั้น ยังมีความต้องการด้านสเปกอื่น ๆ เพิ่มเติมที่ถูกระบุไว้สำหรับ Gemini Intelligence ด้วยเช่นกัน ไม่ว่าจะเป็นการต้องใช้ชิปเซ็ตระดับเรือธง (Qualifies SOC) การผ่านชุดทดสอบคุณภาพในการเปิดตัวบนเวอร์ชัน A17+ และการผ่านเกณฑ์ด้านคุณภาพในการใช้งานจริง เช่น อัตราการค้างของระบบในระดับต่ำ (Low crash rates) รวมไปถึงตัวอุปกรณ์จะต้องรองรับการอัปเกรดระบบปฏิบัติการ 5 เวอร์ชัน และการอัปเดตความปลอดภัยรายไตรมาสนาน 6 ปี ตลอดจนต้องรองรับ Android Virtualization Framework (AVF) และ pKVM (Protected Kernel-based Virtual Machine)

นอกจากนี้ยังมีการระบุเงื่อนไขในด้านประสิทธิภาพสื่อในรุ่นล่าสุด เช่น ระบบเสียงตามตำแหน่ง (Spatial audio), การถ่ายภาพในที่แสงน้อย, เทคโนโลยีภาพ HDR รวมถึงด้านการเล่นเกมที่จะต้องมีการอัปเดตไดรเวอร์และ GGI รายปี

เงื่อนไขทั้งหมดนี้ทำให้อุปกรณ์ที่จะได้ใช้งานฟีเจอร์นี้ถูกจำกัดอยู่ในกลุ่มที่เฉพาะเจาะจงมาก ๆ ซึ่งมีจุดที่น่าสังเกตจากข้อมูลสเปกที่หลุดออกมาล่าสุดของตระกูล Google Pixel 11 ที่บ่งชี้ว่าในรุ่นเริ่มต้นที่ไม่ใช่รุ่น Pro อาจจะมาพร้อมกับหน่วยความจำ RAM เริ่มต้นเพียง 8GB เท่านั้น

หากเป็นเช่นนั้นจริงก็อาจจะหมายความว่ารุ่นดังกล่าวจะไม่สามารถใช้งาน Gemini Intelligence ได้ ซึ่งข้อสันนิษฐานนี้จะจริงแท้แค่ไหนก็ยังคงเป็นเรื่องที่ต้องติดตามกันต่อไป

Google เปิดตัว “Googlebook” แล็ปท็อปสายพันธุ์ใหม่ รันระบบ Android …
Gemini Intelligence อาจเปิดตัวครั้งแรกบน Galaxy Z Fold8 และ Z Flip8 …
Google เปิดตัว Gemini Intelligence ชุดฟีเจอร์อัจฉริยะเตรียมลง Android …

ที่มา: phonearena, google, android, gsmarena

About Author

RingRangRung

RingRangRung

Partners