
Google ประเทศไทย ร่วมกับ บริษัท นีลเส็นไอคิว (ประเทศไทย) จำกัด เผยผลการวิจัยข้อมูลเชิงลึกด้านพฤติกรรมออนไลน์ของกลุ่มวัยรุ่นและผู้ใหญ่ในประเทศไทย ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งในการตอกย้ำแนวคิดจากงาน Safer with Google – A Google for Thailand Event
เนื้อหาของงานวิจัยดังกล่าวครอบคลุมถึงการรับรู้ความเสี่ยงทางออนไลน์ของกลุ่มผู้ใช้งานอินเทอร์เน็ตช่วงวัยต่างๆ ในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ รวมถึงนัยของการรับรู้, อิทธิพลของแหล่งข้อมูล, ระดับความเข้าใจในการใช้เครื่องมือเพื่อจัดการความปลอดภัย และสัญญาณบอกนัยทางการสื่อสารและแพลตฟอร์มต่างๆ ที่มีศักยภาพในการส่งเสริมความตระหนักด้านความปลอดภัยในโลกออนไลน์
ข้อมูลสำคัญจากผลการวิจัยในครั้งนี้ได้แสดงให้เห็นถึงความแตกต่างของกลุ่มเป้าหมายในประเทศไทย (กรุงเทพฯ ขอนแก่น และหาดใหญ่) เมื่อเทียบกับประเทศอื่นๆ ในภูมิภาคเดียวกัน
สำหรับความเสี่ยง 3 อันดับแรกในไทยที่ก่อให้เกิดความกังวลในระดับสูงและความยากลำบากในการจัดการเมื่อพิจารณาจากตัวภาพแผนภูมิสามารถสรุปได้ดังนี้
- วัยรุ่นไทยกังวลเกี่ยวกับการแฮ็กมากที่สุด เนื่องจากมีการใช้งานโซเชียลมีเดียและเกมออนไลน์สูง ซึ่งทำให้พวกเขามองว่าเป็นปัญหาใหญ่หากสูญเสียการเข้าถึงบัญชี หรือตัวบัญชีของพวกเขาถูกนำไปใช้ในทางที่ผิดถือเป็นปัญหาใหญ่ ในขณะที่วัยผู้ใหญ่กังวลมากที่สุดกับการสูญเสียทางการเงินจากกลโกงต่างๆ
- ผู้คนส่วนใหญ่พยายามจัดการความเสี่ยงเหล่านี้อย่างจริงจัง การรั่วไหลของข้อมูลส่วนบุคคลก็ยังคงเป็นความเสี่ยงสำหรับทุกกลุ่ม
- ความเสี่ยงอื่นๆ อาทิ เนื้อหาที่ไม่เหมาะสม หรือ ข่าวปลอม กลุ่มสำรวจส่วนใหญ่เชื่อว่าสิ่งเหล่านี้สามารถจัดการได้ง่าย โดยที่กลุ่มวัยผู้ใหญ่มีความห่วงใยคนอื่นมากขึ้นโดยเฉพาะเด็กและวัยรุ่น แต่มีแนวโน้มอ่อนไหวต่อการให้ข้อมูลที่ไม่ถูกต้องโดยเฉพาะเรื่องวัคซีนและการเมือง
- ผู้ปกครองรู้สึกกังวลเป็นพิเศษเกี่ยวกับอิทธิพลของการกล้าแสดงออกผ่านทางโลกออนไลน์ รวมไปถึงภาพลามกอนาจาร, หัวข้อ LGBTQ และการมีส่วนร่วมของบุตรหลานในการกลั่นแกล้งในโลกออนไลน์
- วัยรุ่นไทยใช้เวลาในโลกออนไลน์ส่วนใหญ่ไปกับการใช้งานโซเชียลมีเดีย, เล่นเกม, ช้อปปิ้ง, ส่งข้อความ, อ่านนิยายออนไลน์, ติดตามดาราไทยและศิลปินเคป๊อป
- กลุ่มผู้ใหญ่ที่อยู่ในกรุงเทพฯ ใช้อีคอมเมิร์ซสูง ในขณะที่ผู้ใหญ่ในขอนแก่นและหาดใหญ่ยังไม่ค่อยเข้าใจเรื่องดิจิทัล
อย่างไรก็ตาม เมื่อเทียบกับประเทศอื่นๆในภูมิภาค วัยรุ่นไทยจากหัวเมืองต่างๆ กล่าวว่าพวกเขาสามารถกำหนดเวลาออนไลน์ของตนได้ดี โดยสามารถแบ่งเวลาให้กับครอบครัว และยังหาเวลาทำกิจกรรมกลางแจ้งอื่นๆ ได้อีกด้วย
ปัญหาหลักด้านดิจิทัล
- ผลการวิจัยออกมาเช่นเดียวกับประเทศอื่นๆ คือ การแฮ็ก การรั่วไหลของข้อมูลส่วนบุคคล และกลโกงต่างๆ ยังเป็นปัญหาอันดับต้นๆ ของผู้ใช้งานอินเทอร์เน็ตทุกกลุ่มในประเทศไทย
- กลโกงออนไลน์เป็นเรื่องที่น่ากังวลมากที่สุดในประเทศไทย โดยพบว่ามีการล่อล่วงผ่านการมีปฏิสัมพันธ์และการทำธุรกรรมออนไลน์เพิ่มขึ้น
- สำหรับข้อกังวลหลักๆ ในกลุ่มวัยรุ่น ได้แก่ การสูญเสียบัญชีโซเชียลมีเดีย ซึ่งอาจเป็นอันตรายต่อตัวตนในโลกออนไลน์ รวมทั้งในด้านชื่อเสียง
- ผู้ใหญ่มีความกังวลมากขึ้นในเรื่องความปลอดภัยในการทำธุรกรรมทางการเงิน และการสูญเงินที่อาจเกิดขึ้นจากกลโกงต่างๆ
ความเข้าใจเครื่องมือ
- แอปพลิเคชัน YouTube Kids และโหมดไม่ระบุตัวตน (Incognito mode) เป็นเครื่องมือที่ถูกพูดถึงมากที่สุดในประเทศไทย
- มีปัญหาในการทำความเข้าใจเครื่องมือที่เป็นภาษาอังกฤษ
- ผู้ใหญ่ในประเทศไทยรู้สึกว่าการรายงานต่อเจ้าหน้าที่น่าจะเป็นทางออกเดียว
- กลุ่มผู้ใหญ่ในกรุงเทพฯ มีความรู้ความเข้าใจเครื่องมือต่างๆ มากกว่ากลุ่มที่อยู่ในขอนแก่นและหาดใหญ่
ทั้งนี้ Google ก็ยังคงมุ่งมั่นที่จะจัดฝึกอบรมทักษะดิจิทัลเพื่อช่วยให้ทุกคนสามารถใช้อินเทอร์เน็ตให้เกิดประโยชน์สูงสุด รวมทั้งปกป้องตนเองจากความเสี่ยงต่างๆ ในโลกออนไลน์ ซึ่งได้ตอกย้ำถึงความมุ่งมั่นนี้ภายในงาน Safer with Google – A Google for Thailand Event ที่เพิ่งจัดขึ้นเมื่อไม่นานมานี้ และยังได้จัดงาน “Tech Talks: Digital Responsibility” เซสชันการสนทนาพิเศษเพื่อแลกเปลี่ยนความคิดเห็นจากผู้นำทางความคิด และผู้กำหนดนโยบายต่างๆ พร้อมทั้งนำข้อมูลสำคัญจากการวิจัยมาร่วมหารือเกี่ยวกับความสำคัญของความรับผิดชอบทางดิจิทัลในประเทศไทย และวิธีที่จะช่วยให้คนไทยทำสิ่งต่างๆ ในโลกออนไลน์ได้อย่างปลอดภัยยิ่งขึ้น


