ตามรายงานของ The Wall Street Journal ก่อนหน้านี้ได้มีการเผยถึงกรณีที่ข้อมูลของผู้ใช้งาน Google+ รั่วไหลนับหลายแสนรายผ่านทางช่องโหว่ API ซึ่งล่าสุดทาง Google ก็ได้ประกาศปิดให้บริการ Google+ ไปเป็นที่เรียบร้อยแล้ว
ตัวระบบ API ที่ว่าทำให้เหล่านักพัฒนาซอฟท์แวร์เข้าถึงข้อมูลสาธารณะของผู้ใช้ที่สมัครใช้งานแอปฯที่มีการใช้ API ดังกล่าว และข้อบกพร่องที่เกิดขึ้นคือตัวนักพัฒนาสามารถหลุดไปเข้าถึงข้อมูลส่วนตัวและข้อมูลที่ไม่ใช้ข้อมูลสาธารณะของผู้ใช้ที่ลงทะเบียนและบุคคลที่เชื่อมต่อกับแอปฯได้ ซึ่งทาง Google พบว่ามีแอปฯที่ใช้ API ตัวที่มีปัญหามากถึง 438 แอปฯ และมีผู้ใช้งานกว่า 496,951 รายที่อาจจะได้รับผลกระทบจากปัญหานี้
ข้อมูลที่รั่วไหลออกไปประกอบด้วยชื่อเต็มของผู้ใช้, อีเมล์, วันเกิด, เพศ, ภาพถ่ายโปรไฟล์, ที่อยู่อาศัย, อาชีพ และสถานะความสัมพันธ์ ขณะที่ข้อมูลเบอร์โทรศัพท์, ข้อความบนอีเมล์, ไทม์ไลน์ที่โพสต์, ข้อความโดยตรง และข้อมูลการติดต่อสื่อสารอื่นๆ ไม่มีรายงานเรื่องการรั่วไหล
ตัวปัญหาดังกล่าวมีมาตั้งแต่ปี 2015 ซึ่ง Google ก็ได้ค้นพบปัญหาดังกล่าวและทำการแก้ไขในเดือนมีนาคม 2018 ซึ่งทางบริษัทก็มีทางเลือกที่จะแจ้งเตือนปัญหาดังกล่าวให้ผู้ใช้ได้ทราบ แต่จากวิเคราะห์คาดว่า Google ได้เลือกจะไม่ทำเนื่องจากต้องการเลี่ยงการถูกตรวจสอบจากเจ้าหน้าที่และกฏหมายที่เกี่ยวข้องซึ่งอาจจะทำให้บริษัทตกในสถานะเดียวกันกับที่ Facebook โดนไปก่อนหน้านี้
ในการประกาศทาง Google เผยว่า Google+ สำหรับผู้ใช้ทั่วไปพบว่ามีการใช้งานและการมีส่วนร่วมค่อนข้างต่ำ และ 90% ของผู้ใช้งานมีเซสชั่นต่ำกว่า 5 วินาที จึงทำให้ทางบริษัทตัดสินใจปิดการให้บริการดังกล่าวในเดือนสิงหาคม 2019 รวมถึงเพิ่มข้อจำกัดการเข้าถึงข้อมูลต่างๆ อย่าง SMS, บันทึกการโทร และข้อมูลการติดต่อในระบบ Androis รวมถึงส่วนเสริมต่างๆสำหรับ Gmail