
Amit P. Mehta ผู้พิพากษาประจำศาลแขวงโคโลราโด สหรัฐอเมริกา ประกาศคำตัดสินให้ Google มีความผิดฐานผูกขาดตลาดเครื่องมือค้นหา (Search engine)
เอกสารประกอบคำพิพากษาดังกล่าวมีความยาว 286 หน้า โดยระบุว่า Google ได้จ่ายเงินมากถึง 26,000 ล้านดอลลาร์ ให้กับแบรนด์สมาร์ทโฟนและเว็บเบราว์เซอร์เพื่อให้เครื่องมือค้นหาของตนเป็นตัวเลือกเริ่มต้น ซึ่งนับว่าเป็นการป้องกันไม่ให้คู่แข่งเข้ามาแย่งพื้นที่ในตลาด
นอกจากนี้ Mehta ยังระบุว่า Google ไม่ได้มีการผูกขาดตลาดโฆษณาในเครื่องมือค้นหา โดยระบุว่า Amazon และ Walmart ได้เริ่มนำเสนอโฆษณาที่เกี่ยวข้องกับผลการค้นหาบนเว็บไซต์ของตนเอง แต่ถึงกระนั้น Google ก็ได้มีการผูกขาดโฆษณาข้อความค้นหาซึ่งปรากฏที่ด้านบนของหน้าผลการค้นหา
จากเหตุการณ์ดังกล่าวนี่จึงนับว่าเป็นครั้งแรกที่ศาลแขวงสหรัฐฯ ตัดสินว่าบริษัทเทคโนโลยีมีความผิดภายในรอบกว่าสองทศวรรษ โดยที่ทางผู้พิพากษายังไม่ได้ประกาศข้อเสนอที่จะนำไปสู่การเปลี่ยนแปลง แต่เราก็อาจจะได้เห็น Google เสนอตัวเลือกให้ผู้ใช้ Android ในสหรัฐอเมริกา ในการเลือกเครื่องมือค้นหาเมื่อตั้งค่าอุปกรณ์ใหม่
ขณะที่การตัดสินอื่นๆ อาจรวมถึงการแยกธุรกิจการค้นหาออกจากผลิตภัณฑ์อื่นๆ ของ Alphabet อาทิเช่น Android หรือ Chrome หาก Google ได้คำสั่งดังกล่าวจากศาล ซึ่งก็อาจได้เห็นการแยกบริษัทสัญชาติสหรัฐฯ ครั้งที่ใหญ่ที่สุด นับตั้งแต่ AT&T ถูกยุบในปี 1984 และถูกสั่งให้ขายธุรกิจบางส่วนให้กับบริษัทผู้ให้บริการโทรศัพท์อิสระ ในระดับภูมิภาคที่เป็นบริษัทเล็กกว่า
รายงานฉบับสมบูรณ์เปิดเผยว่า Google ได้จ่ายเงินให้ Samsung และ Apple เพื่อใช้ระบบเครื่องมือค้นหาของตน ซึ่งช่วยผลักดันมูลค่าของบริษัทและสร้างรายได้มากกว่า 300 พันล้านดอลลาร์ โดยที่รายได้ส่วนใหญ่มาจากโฆษณาภายในเครื่องมือค้นหา แถมยังส่งผลกระทบต่อส่วนแบ่งตลาดโดย Google ถือครองส่วนแบ่งมากถึง 80% ในปี 2009 และเพิ่มขึ้นเป็น 90% ในปี 2020
ขณะที่ Google เองก็ได้เตรียมที่จะยื่นอุทธรณ์คำตัดสิน โดยอ้างว่าความสำเร็จของบริษัทนั้นมาจากการที่ผู้บริโภคชื่นชอบ “ผลิตภัณฑ์ที่เหนือกว่า” ของตน
Google Photos ปล่อยเครื่องมือแก้ไขภาพด้วย AI ให้เข้าถึงผู้ใช้ทุกคนแล้ว