Fitbit Luxe ฟิตเนสแทรคเกอร์เพื่อสุขภาพและการออกกำลังกายรุ่นใหม่จากค่าย Fitbit ที่เปิดตัวและวางจำหน่ายมาได้สักพัก โดดเด่นด้วยดีไซน์ที่ลงตัวกับทุกแฟชั่น และฟีเจอร์ที่ครบเครื่องทุกเรื่องสุขภาพ ในราคา 4,990 บาท

แกะกล่อง

สำหรับตัวกล่องของ Fitbit Luxe ก็ไม่ได้มีอะไรแปลกไปจากสินค้ารุ่นก่อน ๆ ของ Fitbit โดยจะมีรูปและชื่อรุ่นระบุไว้อย่างชัดเจน ซึ่งอุปกรณ์ที่ให้มาในกล่องจะประกอบด้วย ตัวแทรคเกอร์ Fitbit Luxe พร้อมสายไซส์ S (ติดมาพร้อมตัวแทรคเกอร์) รวมทั้งสายสำรองไซส์ L, สายชาร์จ Pogo Pin USB และแผ่นคู่มือแนะนำการใช้งาน
ดีไซน์

Fitbit Luxe ได้รับการออกแบบมาให้เป็นเหมือนสร้อยข้อมือที่ลงตัวกับทุกแฟชั่น ดูสวยงามเรียบหรู โดยสีทีมงานได้มารีวิวนี้จะเป็นตัวแทรคเกอร์สี Graphite ที่มาพร้อมสายสีดำ ซึ่งก็เหมาะสำหรับคนที่ชอบความเรียบง่าย
แต่ Fitbit Luxe ยังมีอีก 2 สี ที่เป็นตัวแทรคเกอร์สี Soft Gold ที่มาพร้อมสายสีขาว และตัวแทรคเกอร์สี Platinum ที่มาพร้อมสายสีชมพู ซึ่งก็น่าจะเหมาะสำหรับคนที่ชอบอะไรที่เป็นสีสัน โดยเฉพาะบรรดาสาว ๆ

ตัวแทรคเกอร์ Fitbit Luxe ใช้วัสดุที่เป็น Stainless Steel แข็งแรงทนทาน ในดีไซน์รูปทรงแคปซูลขนาด 36.30 x 17.62 x 10.05 มิลลิเมตร มีหน้าจอ AMOLED ขนาด 0.76 นิ้ว ความละเอียด 206 x 124 พิกเซล, 326 PPI แสดงผลได้คมชัด และรองรับการสัมผัสบนหน้าจอ


ที่ด้านหลังตัวแทรคเกอร์จะมีเซ็นเซอร์วัดค่าต่าง ๆ และมีขั้วชาร์จ Pogo Pin ที่รองรับการใช้งานร่วมกับสายชาร์จ Pogo Pin USB ซึ่งจะเป็นแบบแม่เหล็กดูดติดกัน

ตัวสายของ Fitbit Luxe จะให้มา 2 ขนาด คือไซส์ S และ L จึงใส่ได้ทั้งผู้หญิงและผู้ชาย สามารถถอดเปลี่ยนเองได้โดยไม่ต้องใช้เครื่องมือใด ๆ


โดยตัวสายใช้วัสดุที่เป็นเป็นยางซิลิโคนบางเบาสวมใส่สบาย ซึ่งเมื่อรวมเข้ากับตัวตัวแทรคเกอร์แล้วก็ยังมีน้ำหนักที่ค่อนข้างเบา สวมใส่ได้ตลอดวันกับทุกกิจกรรม หรือใส่นอนก็ไม่รู้สึกอึดอัด
การใช้งาน
ฟีเจอร์พื้นฐานสำหรับสายสุขภาพแน่นอนว่า Fitbit Luxe มีมาให้อยู่แล้ว ไม่ว่าจะเป็นการติดตามกิจกรรมประจำวัน ก้าวเดิน ระยะทาง แคลอรี่ วัดอัตราการเต้นของหัวใจ วัดค่าออกซิเจนในเลือด (SpO2) การจัดการความเครียด รวมไปถึงการนอนหลับ

Fitbit Luxe มีโหมดสำหรับการออกกำลังกายมาให้มากกว่า 20 ประเภท และถึงแม้ว่าจะไม่มี GPS มาให้ในตัว แต่ก็สามารถติดตามเส้นทางกลางแจ้งด้วย GPS ได้ผ่านการเชื่อมต่อสมาร์ทโฟน และยังมาพร้อมกับคุณสมบัติกันน้ำได้ที่ระดับ 5 ATM หรือ 50 เมตร จึงสามารถสวมใส่ขณะว่ายน้ำ หรือนำไปล้างคราบเหงื่อจากการออกกำลังกายได้อย่างไม่ต้องกังวล

นอกจากคุณสมบัติการใช้งานด้านสุขภาพแล้ว Fitbit Luxe ยังเหมาะกับการใช้ชีวิตประจำวันทั่วไป โดยสามารถใช้งานได้ยาวนานติดต่อกันถึง 5 วันต่อการชาร์จไฟหนึ่งครั้ง และยังเชื่อมต่อกับสมาร์ทโฟนเพื่อให้ไม่พลาดทุกการติดต่อ ทั้งสายเรียกเข้า ข้อความ หรือแจ้งเตือนจากแอปฯ ต่าง ๆ ได้

และแน่นอนว่า Fitbit Luxe ต้องใช้งานควบคู่กับแอปพลิเคชัน Fitbit เหมือนกับสินค้ารุ่นอื่น ๆ เพื่อการใช้งานได้อย่างเต็มประสิทธิภาพ สามารถตั้งค่าและดูข้อมูลต่าง ๆ ได้อย่างสะดวกมากยิ่งขึ้น ซึ่งแอปฯ ดังกล่าวก็มีให้ดาวน์โหลดทั้งระบบ Android และ iOS
สำหรับใครที่เพิ่งใช้สินค้าของ Fitbit เป็นครั้งแรกก็จะต้องสร้างแอคเคาท์กันก่อน ส่วนคนที่มีแอคเคาท์อยู่แล้วก็สามารถลงทะเบียนอุปกรณ์เข้ากับตัวบัญชีและซิงค์ข้อมูลได้เลย

เพราะเมื่อเราใช้งานควบคู่กับแอปฯ แล้ว จะสามารถเข้าถึงระบบข้อมูลสุขภาพและการออกกำลังกายอย่างสะดวกยิ่งขึ้น ซึ่งข้อมูลกิจกรรมที่เราทำในแต่ละวันไม่ว่าจะเป็นการตรวจจับค่าชีพจร นับจำนวนก้าว คำนวณแคลอรี่ ระยะทาง และวินาทีการออกกำลังกาย ตัวเลขเหล่านี้จะโชว์ให้เห็นในหน้าหลักของแอปฯ เลย

และใครที่ซื้อ Fitbit Luxe ยังได้รับ Fitbit Premium ให้ได้ทดลองใช้ฟรีเป็นเวลา 6 เดือน ซึ่งสามารถเข้าถึงข้อมูลสุขภาพของเราได้แบบเจาะลึกและวิเคราะห์ข้อมูลอย่างลึกซึ้งยิ่งขึ้น

อย่าง Health Metrics Dashboard ช่วยให้สามารถติดตามความเปลี่ยนแปลงทางสุขภาวะ เพื่อจะได้เข้าใจค่าพื้นฐานด้านสุขภาพของเราได้ดียิ่งขึ้น และเห็นสัญญาณเตือนเกี่ยวกับความเจ็บป่วยที่อาจเกิดขึ้นในอนาคต
อีกทั้งยังได้รู้อัตราการหายใจ ค่าความผันแปรของอัตราการเต้นของหัวใจ อัตราการเต้นของหัวใจในขณะพัก ความเปลี่ยนแปลงของอุณหภูมิบนผิวหนังและความเข้มข้นของออกซิเจนในเลือด (SpO2) สามารถติดตามและประเมินร่างกายและปัญหาสุขภาพที่จะเกิดขึ้นได้ในแต่ละเดือน พร้อมแจ้งเตือนเมื่อค่าใดค่าหนึ่งของเรามีความผิดเพี้ยนไป

นอกจากนี้ยังมีฟีเจอร์เพื่อสุขภาพอื่น ๆ อาทิ ระบบบันทึกข้อมูลเกี่ยวกับอาหาร การดื่มน้ำและน้ำหนัก และรายงานสุขภาพช่วงมีประจำเดือนสำหรับผู้หญิง เพื่อช่วยให้เห็นแนวโน้มด้านสุขภาพรูปแบบต่าง ๆ ได้ในที่เดียว โดยสมาชิก Fitbit Premium จะสามารถเข้าถึงข้อมูลด้านโภชนาการใหม่ ๆ อีกมากกว่า 60 เรื่อง ซึ่งรวมไปถึงสูตรทำอาหารเพื่อสุขภาพที่ถูกต้องตามหลักโภชนาการ
ตัวหน้าจอแสดงผลของ Fitbit Luxe เรายังสามารถเปลี่ยนหน้าปัดเป็นรูปแบบอื่น ๆ เพิ่มเติมได้ตามที่ต้องการ ซึ่งมีให้เลือกดาวน์โหลดเยอะมาก

ในแง่ของการสวมใส่ใช้งานจริง ก็ถือว่า Fitbit Luxe เป็นฟิตเนสแทรคเกอร์ที่ดีไซน์ดูทันสมัยลงตัวกับทุกแฟชั่น สามารถใส่ได้ทั้งผู้หญิงและผู้ชาย น้ำหนักก็ค่อนข้างเบาดีทีเดียว ใส่ทำกิจกรรมทั่วไปในชีวิตประจำวัน ใส่ออกกำลังกาย หรือใส่นอนก็ยังรู้สึกสบายไม่อึดอัด
นอกจากนี้ฟีเจอร์ที่ให้มาก็ต้องบอกว่าครบเครื่องทุกเรื่องสุขภาพจริง ๆ ช่วยให้เราทราบข้อมูลเชิงลึกต่าง ๆ เกี่ยวกับร่างกายของเราได้ จึงเชื่อว่า Fitbit Luxe รุ่นนี้สามารถตอบโจทย์กับการใช้งานสำหรับทุกคนได้อย่างอย่างแน่นอน
ข้อมูลสเปคและฟีเจอร์
- หน้าจอ AMOLED ขนาด 0.76 นิ้ว ความละเอียด 206 x 124 พิกเซล, 326 PPI รองรับการสัมผัสบนหน้าจอ
- ดีไซน์ & วัสดุพรีเมียม ตัวเรือนวัสดุ Stainless Steel แข็งแรงทนทาน
- ติดตามกิจกรรมประจำวัน ก้าวเดิน ระยะทาง แคลอรี่ วัดอัตราการเต้นของหัวใจ วัดค่าออกซิเจนในเลือด (SpO2) การจัดการความเครียด รวมไปถึงการนอนหลับ
- โหมดสำหรับการออกกำลังกาย 20 ประเภท
- กันน้ำได้ที่ระดับ 5 ATM หรือ 50 เมตร
- ติดตามเส้นทางกลางแจ้งด้วย GPS ได้ผ่านการเชื่อมต่อสมาร์ทโฟน
- ใช้งานคู่กับแอปฯ Fitbit เพื่อซิงค์ข้อมูลได้ไม่มีวันหาย
- แบตเตอรี่เมื่อชาร์จเต็มใช้งานได้สูงสุดถึง 5 วัน
- เปลี่ยนสายได้สะดวกไม่จำเป็นต้องใช้เครื่องมือใด ๆ
ราคาและช่องทางจำหน่าย

ปัจจุบัน Fitbit Luxe มีวางจำหน่ายแล้วในราคา 4,990 บาท ที่ร้านค้าชั้นนำ อาทิ ห้างสรรพสินค้าเซ็นทรัล, ห้างสรรพสินค้าโรบินสัน, B2S, Dotlife, JD Central, Lazada, Shopee, PowerBuy, Super Sport และห้างสรรพสินค้าเดอะมอลล์





















