
กฏหมาย Digital Markets Act (DMA) ของคณะกรรมาธิการยุโรป (European Commission) กำลังจะมีผลบังคับใช้ในเดือนสิงหาคมนี้ ซึ่งตัวข้อบังคับดังกล่าวมีเป้าหมายเพื่อสร้างความโปร่งใสและควบคุมบริษัทเทคโนโลยีขนาดใหญ่ อย่าง Apple และ Microsoft รวมถึงแพลตฟอร์มบริการหลักในเครือไม่ให้เกิดพฤติกรรมการผูกขาดตลาด
เดิมทีทาง EU เองก็ได้มองว่า iMessage ของ Apple และ Edge ของ Microsoft, Bing และ Microsoft Advertising ได้เข้าข่ายเป็น “ผู้คุมแพลตฟอร์ม” (Gatekeeper) เนื่องจากเป็นแพลตฟอร์มดิจิทัลขนาดใหญ่ที่มีผู้ใช้งานในสหภาพยุโรปมากกว่า 45 ล้านรายและมีรายได้ประจำปีเกิน 7.5 พันล้านยูโร ซึ่งในเวลาต่อมาทั้ง Apple และ Microsoft เองก็ได้มีการยื่นอุทธรณ์การประเมินเบื้องต้น และล่าสุดคำตัดสินผลการอุทธรณ์ดังกล่าวก็ออกมาแล้ว

ตามรายงานระบุว่าจากการสอบสวนของ EU พบว่าแม้บริการเหล่านี้จะผ่านเกณฑ์ด้านปริมาณ แต่ไม่มีแพลตฟอร์มใดเลยในสี่แพลตฟอร์มที่มีคุณสมบัติการเป็น “Gatekeeper” ซึ่งการวิเคราะห์เชิงลึกนี้ทางคณะกรรมาธิการสหภาพยุโรปได้ทำงานร่วมกับผู้มีส่วนได้ส่วนเสียและคณะกรรมการที่ปรึกษาตลาดดิจิทัล
อย่างไรก็ดีถึงแม้ว่า iMessage, Edge, Bing และ Microsoft Advertising จะไม่ถูกนับว่าเป็น Gatekeeper แต่ Apple และ Microsoft ยังคงเป็น Gatekeeper ในบริการอื่น เช่น ระบบปฏิบัติการ (iOS, Windows), เบราว์เซอร์ (Safari), แพลตฟอร์มแอป (App Store), โซเชียลเน็ตเวิร์ก (LinkedIn)

ทั้งนี้หาก iMessage ได้รับการกำหนดให้เป็น Gatekeeper ทาง Apple ก็จะถูกบังคับให้ต้องทำให้ iMessage ระบบส่งข้อความที่เป็นเอกสิทธิ์ของตนเองรองรับโปรโตคอล RCS ของคู่แข่ง ขณะที่ Microsoft เองก็ต้องหยุดบังคับให้ผู้ใช้ Windows 11 ในสหภาพยุโรป ใช้เบราว์เซอร์ Edge เป็นเบราว์เซอร์เริ่มต้นในเดือนกันยายนเพื่อให้สอดคล้องกับข้อบังคับ DMA นอกจากนี้แพลตฟอร์มที่ถูกกำหนดสถานะเป็น Gatekeeper จะต้องโดนค่าปรับสูงสุดถึง 10% จากรายได้ต่อปีทั่วโลก และปรับสูงสุด 20% ของรายได้จากรกณีที่ยังมีการละเมิดข้อบังคับซ้ำ
GOOGLE จับมือแนวร่วมยื่นเรื่องถึง EU ดัน IMESSAGE เป็นแพลตฟอร์มหลัก