
ทนายความของ Elon Musk ยื่นคำร้องเพื่อขอยกฟ้องในคดีความระหว่างมหาเศรษฐีคนดังกับ OpenAI และ Sam Altman ซีอีโอของบริษัท ซึ่งนับว่าเป็นการยุติศึกทางกฎหมายของผู้ร่วมก่อตั้งบริษัทสตาร์ทอัพด้านปัญญาประดิษฐ์ (AI)
ย้อนกลับไปในเดือนกุมภาพันธ์ Musk ผู้ร่วมก่อตั้ง OpenAI ในปี 2015 ได้ยื่นฟ้องร้องบริษัท โดยกล่าวหาว่าผู้สร้าง ChatGPT ได้ละทิ้งเจตนารมณ์เดิมที่จะไม่แสวงหากำไร ด้วยการแอบสงวนเทคโนโลยี AI ขั้นสูงบางส่วนไว้สำหรับลูกค้าองค์กร
ในเอกสารส่งฟ้องได้เรียกร้องให้มีการพิจารณาคดีโดยคณะลูกขุนและเรียกร้องให้ทางบริษัทของ Altman และ Greg Brockman ประธานร่วม จ่ายเงินผลกำไรที่พวกเขาได้รับจากธุรกิจคืนทั้งหมด
อย่างไรก็ตาม OpenAI ก็มีการโต้ตอบข้อกล่าวหาดังกล่าวอย่างรวดเร็ว โดยชี้ว่าข้อกล่าวหานั้น “ไร้สาระ” และ “ขาดเหตุผล” พร้อมโต้แย้งในเอกสารศาลว่าควรยกฟ้องคดีนี้ นอกจากนี้บริษัทยังเผยแพร่โพสต์บล็อกที่รวมอีเมลหลายฉบับของ Musk ในช่วงเริ่มต้นของ OpenAI โดยอีเมลเหล่านั้นดูเหมือนจะแสดงให้เห็นว่า Musk เองก็ยอมรับถึงความจำเป็นที่บริษัทต้องสร้างรายได้จำนวนมาก เพื่อสนับสนุนทรัพยากรคอมพิวเตอร์ที่จำเป็นในการขับเคลื่อนความทะเยอทะยานด้าน AI ซึ่งขัดแย้งกับข้ออ้างในคดีความของเขาที่ว่า OpenAI มุ่งหาผลกำไรโดยมิชอบธรรม
ทั้งนี้ทนายความของ Musk ไม่ได้ระบุเหตุผลในการขอถอนฟ้องในเอกสารซึ่งเดิมทีคดีนี้มีการนัดฟังความเกี่ยวกับคำร้องในประเด็นขอให้ยกฟ้องของ OpenAI ในวันที่ 12 มิถุนายนนี้
นอกจากนี้การถอนฟ้องดังกล่าวยังเกิดขึ้นเพียงวันเดียวหลังจากที่ Musk โพสต์ข้อความวิพากษ์วิจารณ์ OpenAI และการจัดการข้อมูลผู้ใช้ หลังจาก Apple ประกาศความร่วมมือที่ผสาน ChatGPT เข้ากับผู้ช่วยดิจิทัล Siri โดยเป็นทางเลือกในการใช้งานให้กับผู้ใช้
จากโพสต์บน X ทาง Musk ได้กล่าวว่า “ถ้า Apple ผสาน OpenAI เข้ากับระบบปฏิบัติการ (OS) อุปกรณ์ของ Apple จะถูกห้ามใช้งานในบริษัทของผม นั่นเป็นการละเมิดความปลอดภัยที่มิอาจยอมรับได้”
การต่อสู้ทางกฎหมายระหว่างมัสกกับ OpenAI ได้สะท้อนถึงวิสัยทัศน์ที่แตกต่างกันเกี่ยวกับวิธีการบริหารจัดการ ChatGPT ซึ่งมีมูลค่าเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็วและกลายเป็นผู้นำในแวดวง AI ที่กำลังเบ่งบาน โดยที่หลายคนมองว่าเป็นอนาคตของเทคโนโลยี ขณะที่ Musk ได้กล่าวหาว่า OpenAI กำลังเร่งพัฒนาเทคโนโลยี “ปัญญาประดิษฐ์ทั่วไปขั้นสูง” (Artificial general intelligence) ที่ทรงพลัง เพื่อ “เพิ่มผลกำไรสูงสุด”
ขณะเดียวกัน OpenAI ได้กล่าวหาว่า Musk รู้สึกอิจฉาที่ไม่ได้มีส่วนร่วมกับบริษัทสตาร์ทอัพนี้อีกต่อไป หลังจากที่เขาออกจาก OpenAI ไปตั้งแต่ปี 2018 เนื่องจากไม่ประสบความสำเร็จในการโน้มน้าวผู้ร่วมก่อตั้งคนอื่นๆ ให้ Tesla เข้าซื้อกิจการ
แม้ OpenAI เรียกการฟ้องร้องของ Musk ว่าเป็น “เรื่องที่มโนขึ้น” แต่ Musk ก็ไม่ใช่คนเดียวที่ตั้งคำถามเกี่ยวกับผู้นำและทิศทางของ OpenAI ซึ่งเมื่อปีที่ผ่านมาบริษัทก็เพิ่งเผชิญวิกฤตผู้นำครั้งใหญ่ ที่นำไปสู่การปลดSam Altman ออกจากตำแหน่งชั่วคราว โดยสาเหตุมาจากความกังวลของคณะกรรมการบางคนเกี่ยวกับความเสี่ยงของ AI
แต่หลังจากสถานการณ์ความไม่แน่นอนเป็นเวลานานหลายวัน ประกอบกับการแทรกแซงจากฝั่ง Microsoft ซึ่งเป็นผู้ลงทุนรายใหญ่ของ OpenAI ทาง Altman ก็ได้กลับมาดำรงตำแหน่งตามเดิม ซึ่งนักวิเคราะห์มองว่าเป็นชัยชนะของฝ่ายที่ต้องการผลักดันการค้าเทคโนโลยี AI
แต่ในขณะเดียวกันก็มีพนักงานระดับสูงหลายคนในทีมด้านความปลอดภัยของ OpenAI ที่ตัดสินใจลาออก โดยหลายคนระบุว่าบริษัทให้ความสำคัญกับการเร่งเปิดตัวผลิตภัณฑ์ใหม่ ๆ มากกว่าความปลอดภัย ซึ่งหลังจากนั้นไม่กี่สัปดาห์ บริษัทก็มีการประกาศจัดตั้งคณะกรรมการชุดใหม่ที่จะทำหน้าที่เสนอแนะแนวทางด้านความปลอดภัยและการรักษาความปลอดภัยต่อคณะกรรมการบริษัท
เผย APPLE อาจได้ AI ทั้งของ OPENAI และ GOOGLE มาใช้บน IOS 18