
บริษัท Pearl Abyss ได้ประกาศว่า Crimson Desert เกมแนวแอคชั่นผจญภัยแบบ Open-world จะเปิดตัวพร้อมรองรับเทคโนโลยีล่าสุดของ NVIDIA อย่างเต็มรูปแบบ รวมถึง DLSS 4 พร้อม Multi Frame Generation, DLSS Frame Generation, DLSS Super Resolution และ NVIDIA Reflex
อีกทั้งเอฟเฟ็กต์ที่มีการจำลองแสงและเงาก็จะถูกนำไปใช้และปรับให้เหมาะสมสำหรับ GeForce RTX 50 Series GPUs เพื่อมอบความคมชัดของภาพและคุณภาพการแสดงผลที่ดียิ่งขึ้นผ่าน Ray Tracing Cores ซึ่งเป็นรุ่นที่ 4 ของ NVIDIA

Crimson Desert จากผู้สร้าง Black Desert ได้ถูกสร้างขึ้นบนโลก Open-world อันอุดมสมบูรณ์และแอคชั่นที่รวดเร็วซึ่งเป็นมรดกของ Pearl Abyss โดยจะเป็นการติดตามเรื่องราวของคลิฟฟ์ ผู้นำของเกรย์เมนน์ ผู้ซึ่งมีภารกิจในการเดินทางข้ามทวีปไพเวลที่เต็มไปด้วยสงครามและความงดงาม
Kyungjoon Cho หัวหน้าฝ่าย Game Engine System Division กล่าวว่า “Crimson Desert เป็นก้าวสำคัญของ Pearl Abyss ในการพัฒนาเกมแอคชั่นและการออกแบบโลกแบบ Open-world ด้วยเทคโนโลยีกราฟิกของ NVIDIA เราจะทำให้แน่ใจว่าผู้เล่นจะได้สัมผัสประสบการณ์การผจญภัยในทวีปไพเวลด้วยการฟิกคุณภาพและการเล่นที่ลื่นไหล”
Keita Iida รองประธานฝ่าย Developer Relations แห่ง NVIDIA กล่าวว่า “Pearl Abyss ได้สร้างสรรค์ภาพที่น่าตื่นตาตื่นใจและประสบการณ์อันลึกซึ้งใน Crimson Desert ด้วยการผสานการจำลองแสงและเงา, NVIDIA DLSS 4 และเทคโนโลยี Reflex ซึ่งจะมอบภาพที่สวยงามอย่างน่าทึ่ง, การตอบสนองอย่างรวดเร็ว และเฟรมเรทอันยอดเยี่ยมที่จะทำให้โลกของเกมมีชีวิตขึ้นมา”