
รายงานล่าสุดจาก Counterpoint Research ได้มีการประมาณการ Bill of Materials (BOM) หรือรายการต้นทุนวัสดุสำหรับการผลิต iPhone 14 Pro Max รุ่นความจุ 128GB โดยพบว่ารุ่นนี้มีต้นทุนโดยเฉลี่ยอยู่ที่ 464 ดอลลาร์ หรือราว 15,710 บาท
ตัวเลขดังกล่าวเท่ากับว่าiPhone 14 Pro Max รุ่น 128GB มีต้นทุนวัสดุที่สูงกว่าของ 13 Pro Max ราว 3.7% โดยปัจจัยที่ทำให้ราคาต้นทุนในรุ่นใหม่สูงขึ้นคาดว่ามาจากเรื่องจอแสดงผลที่รองรับ Always on Display, กล้องหลัก 48 ล้านพิกเซล และชิป A16 Bionic
สำหรับ 14 Pro Max รุ่นที่รองรับ mmWave ซึ่งวางจำหน่ายในฝั่งสหรัฐอเมริกา คาดว่าจะมีราคาต้นทุนอยู่ที่ 474 ดอลลาร์สหรัฐ หรือราว 16,050 บาท ส่วนเครื่องที่เป็น 6GHz ที่วางจำหน่ายในประเทศอื่นๆ จะมีค่าต้นทุนอยู่ที่ราว 454 ดอลลาร์ หรือราว 15,372 บาท
ทางด้านรายละเอียดของชิ้นส่วนต่างๆ ตามรายงานระบุว่า Apple ต้องจ่ายเงินเพิ่ม 11 ดอลลาร์ หรือราว 372 บาท สำหรับชิป A16 Bionic ทำให้ต้นทุนส่วนประกอบเพิ่มสูงขึ้น 20% ของราคา BoM ทั้งหมด ส่วนจอแสดงผลใหม่ที่รองรับ AOD ทำให้ราคาต้นทุนของ 14 Pro Max เพิ่มขึ้น 1% เมื่อเทียบกับ 13 Pro Max ส่วนพาร์ตอื่นๆ ทั้งกล้องหลัก 48 ล้านพิกเซล และโมดูลที่ติดมาทำให้ราคาโทรศัพท์สูงขึ้นราว 6.30 ดอลลาร์ หรือราว 213 บาท
ทางด้านราคาชิ้นส่วนสำหรับการเชื่อมต่อเซลลูลาร์ใน iPhone 14 Pro Max จะมีราคาถูกกว่ารุ่น 13 Pro Max ราว 13% โดยที่ตัวชิ้นส่วนที่ Apple ออกแบบเอง รวมถึงระบบควบคุมแบบสัมผัส, ระบบการเชื่อมต่อ, ระบบเสียง และวงจรการจัดการพลังงาน ทาง Counterpoint Research ประเมินว่าจะคิดเป็น 22% ของ BoM ทั้งหมดของสมาร์ทโฟนรุ่นนี้
รีวิวใช้งานจริง IPHONE 14 PRO MAX สิ่งที่ APPLE ไม่ได้บอก – MX | TECHTRICK