Corning ชี้มือถือยุคนี้การลดแสงสะท้อนกระจกหน้าจอ สำคัญไม่แพ้เรื่องความทนทาน

โดย RingRangRung | 5 มิถุนายน 2567 เมื่อ 15:26 น. | อ่าน 111

Corning ผู้ผลิตกระจก Gorilla Glass ชื่อดัง ให้สัมภาษณ์กับสื่อเกี่ยวกับกระจก Gorilla Glass 7i ที่เพิ่งเปิดตัวไป รวมถึงแนวโน้มโดยรวมของอุตสาหกรรมกระจกสำหรับสมาร์ทโฟน

ต้นปีที่ผ่านมา Samsung ได้เปิดตัวเรือธง Galaxy S24 Ultra ที่มาพร้อมกับจุดเด่นอย่างกระจก Gorilla Glass Armor หรือ “Gorilla Armor” ซึ่งมีคุณสมบัติพิเศษในการลดแสงสะท้อนหน้าจอได้มากถึง 75% ช่วยให้ผู้ใช้มองเห็นหน้าจอได้ชัดเจนขึ้น

Dan Orr ผู้จัดการสายผลิตภัณฑ์และผู้อำนวยการฝ่ายกลยุทธ์ของ Corning Gorilla Glass ได้เผยว่าความแข็งแรงทนทานยังคงเป็นสิ่งสำคัญสำหรับวัสดุกระจกสำหรับสมาร์ทโฟน แต่ปัจจุบันคุณสมบัติทางแสงของกระจกก็ได้รับความสนใจมากขึ้น โดยที่กระจก Gorilla Glass Armor มีคุณสมบัติช่วยลดแสงสะท้อน ปรับปรุงการส่งผ่านแสง (และช่วยให้อ่านหน้าจอได้ง่ายขึ้นเมื่อใช้งานกลางแจ้ง) รวมถึงการแสดงผลสีสัน

ด้วยกระจกอย่าง Gorilla Glass Armor ช่วยให้หน้าจอแสดงผลที่ความสว่างระดับต่ำลงแต่ยังคงให้ภาพที่ชัดเจนสำหรับผู้ใช้งาน ในกรณีที่อยู่กลางแจ้งแดดแรงจัดก็ยังสามารถปรับความสว่างหน้าจอขึ้นได้ แต่สำหรับสถานการณ์ส่วนใหญ่ก็ไม่ได้จำเป็นต้องปรับความสว่างสูงสุด

หน้าจอ OLED สมัยใหม่เป็นสิ่งมหัศจรรย์ทางเทคโนโลยี ดังที่เราได้เห็นแผงหน้าจอสามารถปรับความสว่างได้สูงถึง 4,000-5,000 nits ซึ่งเป็นหนึ่งในวิธีการจัดการกับแสงสะท้อนและช่วยให้มองเห็นกลางแจ้งได้ชัดขึ้น แต่ก็ต้องแลกมาด้วยต้นทุนที่แพงโดยที่แบตเตอรี่เทคโนโลยีลิเธียมไออนยังไม่สามารถรองรับการใช้งานร่วมกับหน้าจอความสว่างสูงได้ ทำให้สิ้นเปลืองพลังงานเร็ว

กระจก Gorilla Glass Armor (และกระจกประเภทเดียวกัน) คาดว่าจะได้รับความนิยมมากขึ้นในอนาคต แต่ในขณะนี้ตัวกระจกรุ่นดังกล่าวยังคงเป็นเอกสิทธิ์เฉพาะของ Galaxy S24 Ultra

สำหรับ Gorilla Armor เป็นการผสมผสานเทคโนโลยีจากตระกูล Gorilla Glass หลายรุ่น ทั้ง Victus และ Gorilla Glass DX/DX+ ซึ่ง DX เปิดตัวไปเมื่อไม่กี่ปีที่ผ่านมาเพื่อใช้เป็นกระจกสำหรับเลนส์กล้องโทรศัพท์ ซึ่งมีคุณสมบัติช่วยลดแสงแฟร์ที่มาจากแหล่งกำเนิดแสงจ้า

อย่างไรก็ตามการผสมผสานคุณสมบัติต่าง ๆ เข้าด้วยกันไม่ใช่เรื่องง่าย การเคลือบผิวแบบพิเศษของ Gorilla Glass Armor จะไม่สามารถใช้งานกับกระจกทุกประเภทได้ ซึ่ง Corning มีการออกแบบทั้งตัวกระจกและสารเคลือบให้ทำงานร่วมกันส่งผลลัพธ์เป็นกระจกที่มีความแข็งแรง ทนทานต่อรอยขีดข่วน และยังมีคุณสมบัติทางแสงที่ดีขึ้น

กลับมาต่อที่ Gorilla Glass 7i ซึ่งมีจุดประสงค์เพื่อเติมเต็มช่องว่างระหว่าง Gorilla Glass 5 และ Victus Series โดยที่ปัจจุบันมีสมาร์ทโฟนระดับกลางหลายรุ่นที่ใช้กระจก Victus, Victus+ และ Victus 2 ไม่ได้มีเฉพาะในรุ่นเรือธงเท่านั้น แต่สมาร์ทโฟนบางรุ่นก็ไม่สามารถรองรับต้นทุนการผลิตกระจกเหล่านี้ได้

สำหรับ Gorilla Glass 5 เป็นรุ่นที่เปิดตัวในปี 2016 และยังมีการใช้งานมาจนถึงปัจจุบันซึ่งเป็นปี 2024 ขณะที่สมาร์ทโฟนเรือธงบางรุ่นที่เปิดตัวเมื่อปีก่อนก็ยังคงใช้กระจก Gorilla Glass 5 ที่ฝาหลัง

แต่สำหรับสมาร์ทโฟนเหล่านั้นจะมีหน้าจอขนาด 6.7-6.8 นิ้ว (และฝาหลังก็มีขนาดเท่ากัน) ขณะที่ขนาดหน้าจอโดยเฉลี่ยในปี 2016 อยู่ที่เพียง 5.3 นิ้วเท่านั้น ซึ่งนั่นหมายความว่า Gorilla Glass 5 ถูกออกแบบมาสำหรับสมาร์ทโฟนที่มีขนาดเล็กและเบากว่ามาก ซึ่งสมาร์ทโฟนรุ่นใหม่มีขนาดใหญ่ขึ้นและหนักขึ้นเนื่องจากแบตเตอรี่ที่มีความจุมากขึ้น โครงสร้างภายในของโทรศัพท์ก็มีการเปลี่ยนแปลงไปด้วยเนื่องจากตัวเครื่องขนาดใหญ่โค้งงอได้ง่ายกว่า ดังนั้นผู้ผลิตจึงต้องออกแบบอุปกรณ์ให้แข็งแรงและทนทานขึ้น ซึ่งมาพร้อมกับน้ำหนักเครื่องที่เพิ่มขึ้น

ในปี 2016 น้ำหนักมือถือโดยเฉลี่ยอยู่ที่ 156 กรัม ขณะที่มือถือหน้าจอ 6.7 นิ้ว ในปัจจุบันก็มักจะมีน้ำหนักเครื่องเกิน 200 กรัม ซึ่งกระจกที่มีขนาดใหญ่ก็มักจะมีความเปราะบางเพิ่มขึ้น สำหรับ Gorilla Glass 7i นั้นทางผู้ผลิตเคลมว่าแข็งแรงทนทานกว่ากระจกรุ่นก่อน ๆ โดยเฉพาะกระจกของแบรนด์คู่แข่งในกลุ่มเดียวกัน โดยที่สามารถทนทานต่อการตกหล่นบนพื้นยางมะตอยจากความสูง 1 เมตร (3.3 ฟุต) ซึ่งสูงกว่าความสูงที่กระจกคู่แข่งจะแตกถึงสองเท่า นอกจากนี้ 7i ยังทนรอยขีดข่วนมากกว่ากระจกคู่แข่งถึงสองเท่า

CORNING เปิดตัว GORILLA GLASS 7I กระจกกันรอยรุ่นใหม่สำหรับมือถือระดับกลาง

ที่มา: gsmarena.com

About Author

RingRangRung

RingRangRung

Partners