
กลุ่มองค์กรผู้บริโภค และเครือข่ายป้องกันข่าวลวง กระตุ้น กสทช. เลิกสวมบทเสือกระดาษ เร่งลงโทษ ผู้ให้บริการเครือข่ายที่ไม่ดำเนินการแก้ไขปัญหาเบอร์โทรและ SMS หลอกลวง
กสทช. ร่วมกับ บช.สอท. กำชับแนวทางป้องกันปัญหา CALL CENTER หลอกลวง
กลุ่มองค์กรผู้บริโภค และเครือข่ายป้องกันข่าวลวง ได้กระตุ้น กสทช. ให้เร่งลงโทษบริษัทผู้ให้บริการเครือข่ายมือถือ โทษฐานเอาเปรียบผู้บริโภคไม่ดำเนินการแก้ไขปัญหาเบอร์โทรและข้อความเอสเอ็มเอส (SMS) หลอกลวงที่มีมากถึง 6.4 ล้านหมายเลขในปีที่ผ่านมา
นฤมล เมฆบริสุทธิ์ รองผู้อำนวยการฝ่ายพิทักษ์สิทธิ มูลนิธิเพื่อผู้บริโภค เผยว่าในปีที่ผ่านมาทางมูลนิธิได้รับการร้องเรียนในเรื่องดังกล่าวเป็นจำนวนมาก ทั้งเรื่อง SMS และการส่งลิ้งค์ให้ดาวน์โหลดเพื่อรับเงินหรือสิทธิพิเศษต่างๆ การให้เงินกู้ออนไลน์ การพนันออนไลน์ การชักชวนให้ชมภาพอนาจาร ลิ้งค์รับสมัครงาน ฯลฯ
“เราต้องตั้งคำถามว่าแล้วใครจะเป็นผู้จัดการปัญหานี้ ทางมูลนิธิฯ ในฐานะหน่วยงานเครือข่ายภาคกลางของ สภาองค์กรของผู้บริโภค (สอบ.)จึงได้จัดตั้ง ช่องทางร้องเรียนทางไลน์ เพื่อรับเรื่องร้องเรียนเกี่ยวกับกรณีนี้โดยเฉพาะ เพื่อรวบรวมผู้เสียหาย และยื่นเรื่องร้องเรียนไปยังหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพื่อแก้ไขปัญหานี้อย่างจริงจังต่อไป”
ทั้งนี้ หลังจากที่มูลนิธิเพื่อผู้บริโภคเดินหน้าเพื่อเรียกร้องให้แก้ปัญหากสทช. ก็ได้ประสานกับบริษัทผู้ให้บริการเครือข่ายมือถือเพื่อดำเนินการบล็อก SMS ที่มีเนื้อหาหลอกลวงทั้งหมด แต่ก็ไม่แน่ใจว่าการบล็อคดังกล่าวจะเป็นการบล็อคถาวรหรือไม่ และจากการตรวจสอบพบว่ายังเกิดปัญหา SMS หลอกลวงเหมือนเดิม
ปัจจุบันมีผู้บริโภคร้องเรียนเข้ามากกว่า 1,800 ราย จึงได้ยื่นเรื่องให้กสทช. เอาผิดแก่บริษัทผู้ให้บริการเครือข่ายมือถือที่เข้าข่ายการเอาเปรียบผู้บริโภคเพราะไม่สามารถบล็อค SMS หลอกลวง และปัจจุบันปัญหาที่ระบาดหนักคือการโทรศัพท์เข้ามาทวงหนี้ ข่มขู่คุกคาม
ปัจจุบัน ปัญหามิจฉาชีพออนไลน์ถือเป็นปัญหาหลักสำหรับประเทศไทยนั้นเป็นที่น่าตกใจอย่างมาก เพราะจากรายงานพบว่าในปีที่ผ่านมามีหมายเลขโทรศัพท์ของมิจฉาชีพสูงถึง 6.4 ล้านหมายเลข และช่วงครึ่งปีหลังมีอัตราการโทรหลอกลวงเพิ่มขึ้นถึง 2.5 เท่าเมื่อเทียบกับช่วงต้นปี จนหลายคนต้องป้องกันปัญหาด้วยการดาวน์โหลดแอปพลิเคชันที่ช่วยแจ้งเตือนเบอร์มิจฉาชีพและหนึ่งในแอปพลิเคชันที่ได้รับความนิยมคือ Whoscall
ทั้งนี้ ทางหน่วยงานที่เกี่ยวข้องและผู้ให้บริการเครือข่ายมือถือก็ต้องตรวจสอบและบล็อคเบอร์อันตรายเหล่านั้นตั้งแต่ต้นทาง ซึ่งในต่างประเทศได้ดำเนินการไปแล้ว เช่น ในออสเตรเลีย ได้ใช้ระบบ AI เพื่อตรวจจับ และประมวลผลการร้องเรียนจากผู้เสียหายเพื่อดำเนินการบล็อคตั้งแต่ต้นทาง เช่นเดียวกับในอังกฤษ ที่หน่วยงานรัฐที่เกี่ยวข้องได้พัฒนาฟังก์ชันในมือถือ หากใครที่ประสบปัญหา SMS หลอกลวงก็ให้กด 7726 ซึ่งกดแล้วจะเป็นตัวอักษร SPAM หรือ สแปม เบอร์ดังกล่าวก็จะถูกส่งไปยังฐานข้อมูลของผู้ให้บริการเครือข่ายมือถือเพื่อดำเนินการบล็อคเบอร์ดังกล่าว หากใครที่ถูกหลอกไปแล้วก็จะเปิดหน่วยงานรับร้องเรียนเพื่อให้ฝ่ายกฎหมายเข้ามาดำเนินการแก้ปัญหาต่อทันทีในรูปแบบบริการเบ็ดเสร็จ ( one stop service ) เพื่อเพิ่มความสะดวกให้แก่ประชาชน
ด้าน พ.ต.อ.กิตติศักดิ์ เที่ยงกมล รองผู้บังคับการ กองบังคับการตำรวจสืบสวนสอบสวนอาชญากรรมทางเทคโนโลยี 2 ได้แนะนำผู้บริโภคที่ได้รับความเสียหายจากกลุ่มมิจฉาชีพออนไลน์ให้เข้าแจ้งความลงบันทึกประจำวันเพื่อเป็นหลักฐานใช้ในการดำเนินคดี จากการประสานไปยัง กสทช. เพื่อร่วมแก้ไขปัญหา ณ ปัจจุบันกสทช.ได้ประสานไปยังผู้ให้บริการเครือข่ายมือถือ เพื่อกำหนดให้ผู้ใช้บริการแต่ละคน มีหมายเลขของตนเองได้ไม่เกิน 5 หมายเลข ซึ่งเชื่อว่าจะทำให้สถานการณ์ปัญหาดีขึ้น และสุดท้ายของเส้นทางปัญหาคือธนาคารก็ต้องกำหนดมาตรการป้องกันร่วมด้วยเช่นกัน
