
การปฏิวัติ 5G ในโลกของสมาร์ทโฟนกำลังเกิดขึ้นอย่างรวดเร็ว โดยมีจีนที่เป็นผู้นำด้านการใช้งานเครือข่าย และความพร้อมของการใช้งานบนอุปกรณ์มือถือ โดยที่ในรายงาน Canalys ระบุว่าในปี 2020 จะมีสมาร์ทโฟน 5G ถูกขายไปมากถึง 278 ล้านเครื่อง โดยที่ 62% หรือ 172 ล้านเครื่องเป็นการขายในตลาดประเทศจีน
การคาดการณ์ตลาดในปี 2021 พบว่าจำนวนยอดขายสมาร์ทโฟน 5G ทั่วโลกจะเพิ่มขึ้นเกือบ 2 เท่า โดยจะมีการเติบโตในปริมาณรวมที่สูงมากในตลาดที่สำคัญทั่วโลก
Realme V3 5G ที่เปิดตัวเมื่อวันที่ 1 กันยายน นับว่าเป็นสมาร์ทโฟน 5G รุ่นแรกในตลาดที่ขายในราคาต่ำกว่า 150 เหรียญฯ ซึ่ง Shengtao Jin นักวิเคราะห์ของ Canalys มองว่าความสำเร็จดังกล่าวมาถึงไวกว่าที่คาดการณ์ไว้ถึง 3 เดือน และจะทำให้เกิดแรงกระเพื่อมอย่างมีนัยสำคัญในภูมิภาคอื่นๆ อาทิเช่น ฝั่งเอเชียตะวันออกเฉียงใต้, ยุโรปตะวันออกกลางกับแอฟริกา รวมถึงละตินอเมริกา ซึ่งเป็นพื้นที่ที่แบรนด์สมาร์ทโฟนจากจีนกำลังทำตลาดอยู่
ทางผู้ผลิตเองยังคงผลักดันอุปกรณ์ 5G ไปยังตลาดเหล่านี้แม้ว่าระบบเครือข่ายจะยังไม่สมบูรณ์ ซึ่งช่วยให้แบรนด์จากจีนชิงความได้เปรียบในการแข่งขัน โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อเจอกับ Samsung ที่เป็นแบรนด์นอกจีนรายใหญ่รายเดียวซึ่งทำมือถือ 5G อยู่ในขณะนี้
ทั้งนี้คาดว่า Huawei จะมีบทบาทสำคัญในตลาดสมาร์ทโฟน 5G แม้ว่าจะมีเรื่องความไม่แน่นอนเกียวกับสถานการณ์ของบริษัทและข้อจำกัดด้านซัพพลายเชน โดยที่มี Xiaomi, OPPO และ TCL ที่จะเข้ามาเติมเต็มส่วนช่องว่าง
ด้านราคาขายโดยเฉลี่ยของสมาร์ทโฟน 5G ในยุโรปคาดว่าจะลดลงเหลือ 765 เหรียญฯ หรือราว 23,900 บาท ในปี 2021 และจะลดลงต่อเนื่องจนเหลือ 477 เหรียญฯ หรือราว 14,900 บาทในปี 2024 ซึ่งมีปัจจัยมาจากการมี Samsung และ Apple เป็นผู้เล่นหลักในตลาด และมีพอร์ตการลงทุนที่สูงกว่าคู่แข่ง

