
เปิดตัวมือถือเรือธงรุ่นใหม่ ASUS Zenfone 10 อย่างเป็นทางการ และแน่นอนว่ามีการอัพเกรดสเปคที่สำคัญจากรุ่นก่อนแม้ว่ารูปลักษณ์ภายนอกจะยังคล้ายกันก็ตาม
Zenfone 10 มากับชิปประมวลผล Snapdragon 8 Gen 2 มี RAM สูงสุด 16GB ทำให้ประมวลผลเร็วกว่าเดิม 15% มีความสามารถในการประมวลผลด้านเกมดีขึ้น 20% และที่สำคัญที่สุดคือประสิทธิภาพสูงขึ้น 15%

ด้วยความสามารถอย่างหลังทำให้ Zenfone รุ่นนี้สามารถจัดการพลังงานจากแบตเตอรี่ขนาด 4,300mAh ได้ดีขึ้นเกือบ 13% และอีกสิ่งหนึ่งที่เพิ่มเข้ามาจาก Zenfone 9 คือรุ่นนี้มีเทคโนโลยีชาร์จแบบไร้สายมาตรฐาน Qi กำลังไฟ 15W ขณะที่การชาร์จผ่านสายยังคงเป็น HyperCharge ที่ 30W
ในส่วนของจอยังเป็น AMOLED ความละเอียด 1080x2400px ขนาด 5.9 นิ้ว มีรีเฟรชเรท 144Hz ซึ่งเป็นอัตรารีเฟรชเรทที่สงวนไว้สำหรับเล่นเกมเท่านั้น ขณะที่ค่าปกติจะยังอยู่ที่ 120Hz
ขณะเดียวกันตัวหน้าจอยังถูกปรับเทียบ DCI-P3 มีความแม่นยำด้านการแสดงผลสี Delta-E ต่ำกว่า 1 ขณะที่ความสว่างของจอสูงสุด 1100nits และคลุมทับจอด้วยกระจก Gorilla Glass Victus
Zenfone 10 มีการปรับดีไซน์ด้านหลังเครื่องจากรุ่นก่อนหน้าเล็กน้อยและเพิ่มสองสีใหม่ประกอบด้วย Eclipse Red และ Aurora Green วางจำหน่ายร่วมกับสี Midnight Black, Comet White และ Starry Blue

ทางด้านกล้องมีเซ็นเซอร์หลัก 50 ล้านพิกเซล ขนาด 1/1.56 นิ้ว เลนส์ระยะ 24มม. มีรูรับแสง F/1.9 พร้อมระบบกันสั่น Hybrid Gimbal Stabilization แบบ 6 แกน รุ่นที่ 2 ทำงานร่วมกันกับกล้อง Ultrawide 12 ล้านพิกเซล และมีกล้องหน้า 32 ล้านพิกเซล นอกจากนี้ยังมี Adaptive EIS เสริมความนิ่งเข้าไปอีกชั้นโดยที่ความนิ่งดังกล่าวสามารถใช้งานเพื่อถ่ายแสงในโหมด Light Trail ได้ดีขึ้น

ASUS Zenfone 10 มากับแพ็คเกจจิ้งอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมโดยที่อุปกรณ์ในกล่องจะประกอบไปด้วยเครื่อง Zenfone 10, สาย USB-C, อะแดปเตอร์ชาร์จ 30W และเคส สำหรับราคารุ่น 8/128GB อยู่ที่ 799 ยูโร หรือราว 30,960 บาท, 16/256GB ราคา 849 ยูโร หรือราว 32,899 บาท และ 16/512GB ราคา 929 ยูโร หรือราว 35,999 บาท
หลุด สเปค-ดีไซน์ ASUS ZENFONE 10 แบบละเอียดยืนยันยังมีช่องเสียงหูฟัง 3.5 มม. ให้ใช้