รีวิว ASUS ROG Phone 7 มือถือเกมมิ่งตัวจริง สเปคเดือด ชิป SD8 Gen 2 พร้อม GameCool 7

โดย RingRangRung | 28 มิถุนายน 2566 เมื่อ 18:14 น. | อ่าน 1,408
รีวิว ASUS ROG Phone 7 มือถือเกมมิ่งตัวจริง สเปคเดือด ชิป SD8 Gen 2 พร้อม GameCool 7

รีวิว ASUS ROG Phone 7 เรือธงสายเกมมิ่งตัวจริง ที่อัดแน่นไปด้วยสเปคฮาร์ดแวร์และซอฟต์แวร์เพื่อมอบประสบการณ์การเล่นเกมที่ดีที่สุดให้กับผู้ใช้

สารบัญ

สเปค ASUS ROG Phone 7

  • ขนาดเครื่อง 173 x 77 x 10.3มม. หนัก 239 กรัม มีมาตรฐานกันน้ำกันฝุ่น IP54
  • สีที่วางจำหน่าย Phantom Black / Storm White
  • หน้าจอ AMOLED ขนาด 6.78 นิ้ว อัตราส่วน 20.4:9 ความละเอียด 2448 x 1080 พิกเซล รีเฟรชเรท 165Hz
  • ชิปเซ็ต Qualcomm Snapdragon 8 Gen 2 (4 nm)
    • ประมวลผล Octa-core (1×3.2 GHz Cortex-X3 & 2×2.8 GHz Cortex-A715 & 2×2.8 GHz Cortex-A710 & 3×2.0 GHz Cortex-A510)
    • GPU Adreno 740
  • หน่วยความจำ LPDDR5X RAM + ROM UFS 4.0
    • 16GB+512GB
  • กล้องหลัง 3 ตัว
    • Main Camera Sony IMX766 50MP, 1/1.56″, 1um, F/1.9
    • Ultrawide 120˚ 13MP, F/2.2,
    • Macro 5MP, F/2.0
  • กล้องหน้า 32MP, 1/3.2″, F/2.5
  • ลำโพงสเตอริโอคู่หน้า มีซับวูฟเฟอร์ซูเปอร์ลิเนียร์ 5 แม่เหล็กในตัวพร้อม Cirrus Logic
  • มีไมโครโฟน 3 ตัว พร้อม ASUS Noise Reduction Technology
  • รองรับการเชื่อมต่อ 2 ซิม บนเครือข่าย 5G/4G/3G/2G
  • การเชื่อมต่อ Wi-Fi 802.11 a/b/g/n/ac/6e/7
  • เชื่อมต่อ Bluetooth 5.3 (HFP + A2DP + AVRCP + HID + PAN + OPP)
  • รองรับ Qualcomm aptX Adaptive และ aptX Lossless
  • เทคโนโลยีระบุตำแหน่ง GNSS รองรับ GPS (L1/L5), Glonass (L1), Galileo (E1/E5a), BeiDou(B1i/B1c/B2a), QZSS (L1/L5) และ NavIC
  • เซ็นเซอร์
    • In-Display fingerprint sensor
    • Face recognition
    • Accelerometer
    • E-compass
    • Gyroscope
    • Proximity sensor
    • Ambient-light sensor
    • Ultrasonic sensors สำหรับปุ่ม AirTrigger และ Grip press
  • แบตเตอรี่ 6,000mAh รองรับ Quick Charge 5.0 และ PD Charging กำลังไฟ 65W
  • ระบบปฏิบัติการพื้นฐาน Android 13

แกะกล่อง

ความเป็นมือถือเกมมิ่งของ ASUS ROG Phone 7 เรียกว่าชัดตั้งแต่ลวดลายบนกล่องทั้งโลโก้ ROG และเส้นสายลายวงจรสีเงินที่ประทับบนกล่องสีดำ เมื่อเปิดเข้าออกมาก็จะพบกับ

  • เครื่อง ROG Phone 7
  • อะแดปเตอร์ 65W
  • สายถัก USB-C to USB-C
  • เคส Aero Case
  • เข็มจิ้มถาดซิม
  • เอกสารคู่มือการใช้งาน และใบรับประกัน

ดีไซน์

เครื่อง ROG Phone 7 ที่เราได้มาเป็นสีดำ Phantom Black ซึ่งภาพรวมงานออกแบบก็ยังคงความเป็นเกมมิ่งโฟนด้วยลวดลายแบบแผงวงจรพร้อมใส่กิมมิคเป็นโควทคำสโลแกนอาทิเช่น FOR THOSE WHO DARE, เลข 07 หรือเลขรหัสปริศนาที่หลบอยู่ตามจุดต่าง ๆ บนฝาหลังเครื่อง

ตัวผิวสัมผัสฝาหลังของมือถือรุ่นนี้ก็เป็นแบบทูโทนมีทั้งส่วนที่เป็นผิวด้านซึ่งจะป้องกันลายนิ้วมือและคราบสกปรกได้ดี กับส่วนที่เป็นกระจกผิวเงาซึ่งวัสดุที่ใช้เป็น Gorilla Glass 3 เรื่องขนาดและน้ำหนักก็ถือว่าประมาณหนึ่ง

แน่นอนว่าตรงฝาหลังก็มีโลโก้ ROG ที่ติดไฟ RGB ไว้ข้างใน ซึ่งสามารถปรับแต่งสีและรูปแบบการทำงานของไฟได้โดยตัวไฟสามารถปรับได้ถึง 16.77 ล้านเฉดสี และมีพรีเซ็ตรูปแบบการทำงานของไฟให้เลือกถึง 8 แบบ

ส่วนโมดูลกล้องหลัง 3 ตัว อยู่ในพื้นที่ทรงคล้าย ๆ 6 เหลี่ยม วางเรียงกันเป็นแนวนอนพร้อมวงกลมสีแดงตรงส่วนที่เป็นกล้องหลัก

ทางด้านองค์ประกอบต่าง ๆ บริเวณด้านข้างของขอบเฟรมอะลูมิเนียม เริ่มจากฝั่งขวาจะมีปุ่มพาวเวอร์ และปุ่มปรับระดับเสียง พร้อมรูไมโครโฟนเล็ก ๆ ซ่อนอยู่ระหว่างปุ่ม ขณะที่บริเวณมุม ซ้าย-ขวา จะมีปุ่ม Air Trigger แบบ Ultra Sonic ซึ่งทำหน้าที่เสมือนปุ่ม L/R ไว้เป็นปุ่มเสริมเวลาเล่นเกม หรือตั้งค่าเป็นปุ่มทางลัดเข้าสู่ฟังค์ชั่นต่าง ๆ ของเครื่อง

ตัวปุ่มดังกล่าวถูกออกแบบมาให้รองรับรูปแบบการสั่งงานมากถึง 9 รูปแบบ ไม่ว่าจะเป็น กดแบบปกติ, แยกปุ่มเดียวให้เป็นการกด ซ้าย-ขวา , สไลด์ปุ่ม ไป-มา หรือ การกดพร้อมใช้ระบบ Motion Control ขยับเครื่องเพื่อสั่งงานเป็นต้น ขณะที่การควบคุมเฉพาะ Motion Control เองก็มีให้เลือกใช้ถึง 10 แบบ

ขยับมาทางขอบด้านซ้ายจะมีพอร์ต USB-C ที่นอกจากจะเสียบเพื่อชาร์จไฟหรือถ่ายโอนข้อมูลได้แล้วก็ยังเป็นช่องสำหรับต่อกับตัวอุปกรณ์เสริม ขณะที่แถบสีแดงด้านล่างเป็นช่องใส่ซิมการ์ดแบบ Dual-SIM Slot

ขอบด้านบนเครื่องมีไมโครโฟนตัดเสียงรบกวน ส่วนขอบด้านล่างมีพอร์ต USB-C อีกช่อง, ช่องเสียบหูฟัง 3.5มม. และไมโครโฟน

ทางด้านหน้าจอของรุ่นนี้จัดเต็มด้วยสเปคจอ AMOLED ที่ผลิตโดย Samsung คลุมด้วยกระจก Gorilla Glass Victus มีอัตรารีเฟรชเรทสูงสุด 165Hz มี Touch Sampling rate 720Hz ดันความสว่างได้สูงสุด 1500nits ในขนาด 6.78 นิ้ว ความละเอียด 2448×1080 พิกเซล มีอัตราส่วนการแสดงผล 20.4:9

หน้าจอมีเทคโนโลยีการแสดงผลความแม่นยำของสี Delta E <1 พร้อมเทคโนโลยีการแปลงการแสดงผลคอนเทนท์ที่เป็น SDR ให้เป็น HDR ได้แบบเรียลไทม์

ในส่วนของเทคโนโลยีเสียงก็เป็นลำโพงหน้าคู่ ขนาด 12 x 16 มม. และได้ร่วมมือกับ Dirac ในการพัฒนาคุณภาพเสียงเพิ่มระดับเสียงให้ดังได้เพิ่มขึ้นกว่า 50% ขับเสียงเบสให้แน่นขึ้น 20% แต่ถ้ายังไม่สะใจก็มีระบบเสียง 2.1 Channel ที่ทำงานร่วมกับลำโพงซับวูฟเฟอร์ (Subwoofer) ซุปเปอร์ลิเนียร์ขนาด 13 x 38 มม. เมื่อต่ออุปกรณ์เสริม AeroActive Cooler 7 ทำให้เสียงเบสหนักขึ้นอีก 77% ซึ่งอุปกรณ์นี้จะมีวางขายแยกสำหรับ ASUS ROG Phone 7

หากต่อกับหูฟัง ROG Phone 7 ก็มีเทคโนโลยีระบบเสียงรอบทิศทาง Dirac Virtuo รองรับ Qualcomm aptX และ aptX Lossless เรียกว่าใช้ฟิน ๆ ทั้งดูหนังและเล่นเกม

ประสิทธิภาพ

มือถือ ASUS ROG Phone 7 เลือกใช้ชิปเรือธงรุ่นล่าสุด Snapdragon 8 Gen 2 ของ Qualcomm ใช้สถาปัตยกรรมการผลิตระดับ 4 นาโนเมตร ประมวลผลแบบ Octa-core ที่มีความเร็ว 3.2 GHz แรงขึ้น 15% และประหยัดพลังงานกว่ารุ่นก่อน 15% ส่วน GPU เป็น Adreno 740

ทางด้านหน่วยความจำรุ่นนี้ใช้ LPDDR5X RAM กับ ROM UFS 4.0 สเปคที่ขายในไทยของ ROG Phone 7 เป็น 16GB+512GB โดยที่ ROM รุ่นนี้จะเร็วกว่า UFS 3.0 ถึง 2 เท่า นอกจากนี้ยังรองรับการเชื่อมต่อไร้สายด้วย Wi-Fi 7 (802.11be)

สำหรับระบบปฏิบัติการรุ่นนี้มาพร้อม Android 13 ซึ่งนอกจากคุณสมบัติแบบมือถือทั่วไปแล้ว ในฐานะเรือธงเกมมิ่งก็มีสิ่งที่เรียกว่า Armoury Crate แอปที่เป็นเหมือนศูนย์รวมการปรับแต่งทุกอย่างในด้านการเล่นเกม ตั้งแต่ ไฟ, ปุ่มกด, คลังรวมเกมที่มีในเครื่อง รวมถึงโหมดการทำงานซึ่งจะแบ่งออกเป็น 3 โหมด ประกอบด้วย

  • X Mode : โหมดที่จะรีดประสิทธิภาพเครื่องออกมาสูงสุดตอบโจทย์การเล่นเกมในระดับกราฟฟิกหนัก ๆ
  • Dynamic : โหมดสำหรับการใช้งานทั่วไป
  • Ultra durable : โหมดที่เน้นเรื่องการประหยัดพลังงาน

เพื่อการเล่นเกมอย่างเต็มประสิทธิภาพตัวอุปกรณ์ก็รองรับเทคโนโลยี Ray Tracing ช่วยยกระดับภาพในเกมให้แสดงผลแสงและเงาได้สมจริงยิ่งขึ้น พร้อมทั้งยกระดับการระบายความร้อนด้วยเทคโนโลยี GameCool 7 ซึ่งเป็นระบบระบายความร้อนที่ดีที่สุดของ ASUS ในตอนนี้ และมีประสิทธิภาพสูงกว่ารุ่นก่อนหน้า 168%

สำหรับระบบดังกล่าวจะออกแบบให้ CPU อยู่ตรงกลาง แยกแบตเตอรี่ออกมาเป็นสองส่วน เพื่อให้กระจายความร้อนมายัง ROG Rapid-Cycle Vapor Chamber ที่ประกอบไปด้วยโครงสร้างเสาที่กั้นละหว่างกลางของแผ่น Vapor Chamber (Trident Shape Wick Column Structure) รูปทรงตัว Y และยังมี Liquid Return Channels เพิ่มพื้นที่การไหลและควบคุมการไหลของของเหลวภายใน Vapor Chamber ให้กลับมาอยู่ในตำแหน่งที่เหมาะสมเพื่อการระบายความร้อนที่ให้ได้ประสิทธิภาพสูงสุด พร้อมส่งต่อความร้อนออกไปยังแผ่นแกรไฟต์ที่ใหญ่ขึ้นกว่ารุ่นก่อนหน้า 10%

ทางเราได้ทดสอบด้วยการเปิด X Mode เล่นเกม PUBG New State Mobile ระดับกราฟฟิกและเฟรมเรทสูงสุดโดยที่เริ่มต้นอุณหภูมิเครื่องจะอยู่ที่ 38 องศา เล่นจบ 1 เกม ใช้เวลาประมาณ 19 นาที อุณหภูมิขยับขึ้นมาเป็น 41 องศา ซึ่งถือว่าพอรับได้แต่ถ้าเน้นเล่นเกมหนัก ๆ แล้วอัดกราฟฟิกสูง ๆ แนะนำให้ติดอุปกรณ์เสริมอย่างพัดลมระบายความร้อน AeroActive Cooler 7 เพิ่มด้วยจะดีกว่า

อีกฟังค์ชั่นหนึ่งสำหรับการเล่นเกมที่รุ่นนี้มีคือ Game Genie เมนูคีย์ลัดต่าง ๆ ขณะเล่นเกมซึ่งจะโชว์สถานะการทำงานของเครื่องโดยละเอียด พร้อมตัวเลือกปรับแต่งในขณะที่เล่น

สำหรับการทดสอบประสิทธิภาพด้วยแพลตฟอร์ม Benchmark ก็ได้ผลลัพท์ดังนี้

  • Geekbench 6 : Single core = 1,536 คะแนน / Multi core = 4,510 คะแนน
  • PC Mark : 13,502 คะแนน

ส่วนการเล่นเกม จัดสเปคมาให้ขนาดนี้ก็เรียกว่าพร้อมวัดได้ทุกเกมทั้ง Genshin Impack ค่าเริ่มต้นที่ระบบแนะนำคือ Medium แต่จะดันไป High ก็ยังไหว ส่วน PUBG New State Mobile เฟรมเรท Max คุณภาพกราฟฟิกระดับ Ultra ความละเอียด High ก็เล่นได้ลื่น ๆ ส่วน ROV ไม่ต้องห่วงปรับสุดเปิดเฟรมเรท 60fps ก็ไปได้สบาย เช่นเดียวกันกับ Call of Duty Mobile ทั้งกราฟฟิกและเฟรมเรทก็เล่นได้ในระดับ Very High – Max หรือจะเป็นเกมแข่งรถ Asphalt Legends 9 ก็เป็นระดับคุณภาพสูงได้อย่างแน่นอน

สำหรับแบตเตอรี่ของรุ่นนี้ให้มา 6,000mAh ถ้าใช้งานทั่วไปก็อยู่ในเกณฑ์มาตรฐาน พร้อมรองรับชาร์จไว ROG Hyper Charge 65W จาก 0-60% ได้ใน 19 นาที และเต็ม 100% ใน 42 นาที มีระบบชาร์จแบตเตอรี่แบบ Bypass charging ในขณะที่ชาร์จไปเล่นเกมไป

การถ่ายภาพ

ASUS ROG Phone 7 ใส่กล้องหน้าความละเอียด 32 ล้านพิกเซล มีกล้องหลัง 3 ตัวประกอบไปด้วย

  • Main Camera Sony IMX766 50MP, 1/1.56″, 1um, F/1.9
  • Ultrawide 120˚ 13MP, F/2.2,
  • Macro 5MP, F/2.0

นับว่าเป็นมือถือที่ให้ระยะการถ่ายภาพมาค่อนข้างครบและมีขนาดพิกเซลที่ใหญ่ขึ้น 40% พร้อมปรับปรุงการทำงาน HDR ให้ออกมาดีขึ้น ส่วนการถ่ายวีดีโอรองรับความละเอียดสูงสุด 8K@24fps

สำหรับคุณภาพที่ได้จากกล้องรุ่นนี้ก็อยู่ในเกณฑ์ดีทั้งโทนสีและคอนทราสท์ที่จัดจ้าน โหมดการถ่ายภาพอาจจะไม่มีอะไรให้เล่นมากหนักเมื่อเทียบกับมือถือรุ่นอื่น ๆ ที่เป็นเรือธงเหมือนกัน

ตัวอย่างภาพ

สรุป

จากที่ได้ รีวิว มาสรุปแล้ว ASUS ROG Phone 7 ก็ยังคงเป็นมือถือเกมมิ่งระดับแถวหน้าของวงการด้วยสเปคฮาร์ดแวร์และซอฟต์แวร์ที่ลงตัว ทำให้เล่นเกมได้สนุกขึ้น มีประสบการณ์กับเกมมือถือที่ดีขึ้นอย่างชัดเจน รวมถึงรองรับการทำงานร่วมกับสารพัดของแต่ง อุปกรณ์เสริม ใครที่กำลังมองหาเรือธงเกมมิ่งตัวจริงต้องไม่พลาดรุ่นนี้

สำหรับราคา ROG Phone 7 เคาะที่ 34,990 บาท ราคาพิเศษเมื่อซื้อเครื่องพร้อมแพ็คเกจรายเดือนกับ AIS 5G เริ่มต้นที่ 29,490 บาท ลูกค้าย้ายค่ายเบอร์เดิมมา AIS รายเดือน ลดเพิ่มอีก 1,000 บาท นอกจากนี้ยังมีโปรโมชั่น Early Bird เมื่อซื้อ ROG Phone 7 รุ่นใดก็ได้ ระหว่างวันที่ 28 มิ.ย. – 18 ก.ค. รับฟรีชุดหูฟังเกมมิ่งไร้สาย ROG Strix Go 2.4 มูลค่า 3,390 บาท

About Author

RingRangRung

RingRangRung

Partners