มาลองจับของจริงกันสำหรับ ASUS ROG Phone II สมาร์ทโฟนระดับเรือธงของคนเล่นเกม ด้วยสเปคที่อัดแน่น กับตัวอุปกรณ์เสริมที่มีให้มาเพียบ
สเปคของ ASUS ROG Phone II
- สัดส่วนเครื่อง 171 x 77.6 x 9.5มม. หนัก 240 กรัม
- หน้าจอ AMOLED ขนาด 6.59 นิ้ว ความละเอียด FHD+(1080 x 2340 พิกเซล) อัตราส่วน 19.5:9 ค่ารีเฟรชเรท 120Hz รองรับการแสดงผลสี DCI-P3 (108%) และ HDR10
- หน้าจอมีค่าการตอบสนองสัมผัสนิ้วถึง 240Hz มีค่า Latency ในการสัมผัสเพียง 49ms
- ชิปเซต Qualcomm Snapdragon 855+ ประมวลผล Octa-core (1×2.96GHz Kryo 485 & 3×2.42GHz Kryo 485 & 4×1.78GHz Kryo 485) และ GPU Adreno 640
- สเปคหน่วยความจำที่ขาย LPDDR4X RAM 12GB + ROM UFS 3.0 512GB
- กล้องหลังเลนส์คู่
- เลนส์หลัก Sony IMX586 ขนาดเซ็นเซอร์ 1/2.0″ ความละเอียดสูงสุด 48 ล้านพิกเซล รูรับแสง f/1.79 ขนาดพิกเซล 0.8um
- เลนส์ Ultra Wide ความละเอียด 13 ล้านพิกเซล มุมมองรับภาพ 125 องศา
- กล้องหน้า 24 ล้านพิกเซล รูรับแสง f/2.0 มุมมองรับภาพ 77.9 องศา
- สนับสนุนการถ่ายวีดีโอความละเอียดสูงสุด 4KUHD@60fps Slow Motion ได้ในเฟรมเรทสูงสุด 720p@480fps
- ตัวเครื่องมีลำโพง DTS:X Ultra ถึง 2 ตัว และมีการติดตั้งไมโครโฟนไว้ถึง 4 จุด
- สนับสนุนเทคโนโลยี Wi-Fi 802.11 a/b/g/n/ac/ad, dual-band, Wi-Fi Direct, hotspot
- สนับสนุน Bluetooth 5.0, A2DP, LE, aptX HD
- มีเทคโนโลยีระบุตำแหน่ง dual-band A-GPS, GLONASS, BDS, GALILEO, QZSS
- รองรับการทำงานสองซิม ระบบเครือข่ายที่รองรับ
- FDD-LTE (Bands 1, 2, 3, 4, 5, 7, 8, 12, 13, 17, 18, 19, 20, 26, 28, 29, 32, 66)
- TD-LTE (Bands 34, 38, 39, 40, 41, 46)
- WCDMA (Bands 1, 2, 3, 4, 5, 6, 8, 19)
- EDGE/GPRS/GSM (850, 900, 1800, 1900MHz)
- มีเทคโนโลยีสแกนลายนิ้วมือบนหน้าจอ
- แบตเตอรี่ 6000mAh รองรับ Quick Charge 4.0 และ PD Charging
- รันกับ Android 9 Pie คลุมด้วย ROG UI
ROG Phone II แพ็คเกจที่ขายในไทยจัดว่าหรูหราโดยเป็นกล่องสีดำทรง 8 เหลี่ยมขนาดใหญ่ ให้ความรู้สึกเหมือนเป็นกล่องไอเทมในเกม สำหรับอุปกรณ์ภายในก็ใส่มาให้แน่นๆ ทั้ง
- เครื่อง ASUS ROG Phone II
- ชุดพัดลม AeroActive Cooler II + ตัวแปะเพื่อทำเป็นสแตนด์ตั้งมือถือ
- จุกยางสำรองสำหรับปิดพอร์ตด้านข้างของเครื่อง
- เคส Aero case
- สาย Type-C to C
- เข็มจิ้มถาดซิม
- อะแดปเตอร์ชาร์จไฟ 30W
- คู่มือการใช้งาน+ใบรับประกันสินค้า
สมาร์ทโฟนรุ่นนี้ถูกดีไซน์มาเพื่อให้ตอบโจทย์กับการเล่นเกมด้วยสัดส่วนเครื่อง 171 x 77.6 x 9.5มม. และมีน้ำหนัก 240 กรัม ซึ่งถือว่าหนักอยู่เหมือนกัน ขณะที่ตัวขอบเครื่องใช้วัสดุที่เป็นโลหะคลุมด้วยกระจก Gorilla Glass โดยที่ส่วนหน้าจะเป็น Gorilla Glass 6
ROG Phone II จะมีสัดส่วนตัวเครื่องที่ยาวกว่ารุ่นแรกและมีบอดี้ด้านหลังที่โค้งมนเพื่อให้รับกับอุ้งมือ ทำให้ถือได้ถนัดไม่ว่าจะเป็นแนวตั้งหรือแนวนอน
หน้าจอรุ่นนี้ใช้แผง AMOLED ขนาด 6.59 นิ้ว ความละเอียด FullHD+ อัตราส่วนใหญ่เต็มตา 19.5:9 ปรับรีเฟรชเรทหน้าจอได้สูงสุด120Hz รองรับ HDR10-bit สามารถขับความสว่างได้ถึง 600nit ซึ่งตัวจอมีค่า Contrast ratio อยู่ที่ 500,000:1 มีการคาลิเบรตหน้าจอมาอย่างดีจนได้ค่าความแม่นยำของสี Delta E ต่ำกว่า 1 หรือเท่ากับที่สายตามนุษย์เห็น โดยตัวจอภาพเป็นระดับ DCI-P3 111.8% ,NTSC 107.4% และครอบคลุมขอบเขตของสี sRGB 151.7% แน่นอนว่าในยุคสมัยนี้ตัวจอก็ต้องมาพร้อมฟิลเตอร์ลดแสงสีฟ้าเพื่อถนอมสายตา และมี Always On display ให้ใช้
นอกจากการแสดงผลที่ยอดเยี่ยมแล้วในรุ่นนี้ก็ยังมีการปรับแต่งระบบของเครื่องให้รองรับการตอบสนองต่อการสัมผัสในระดับ 240Hz มีค่าความหน่วง Latency ในการสัมผัสเพียง 49ms ซึ่งใครที่เล่นเกมบนสมาร์ทโฟนบ่อยๆก็น่าจะเข้าใจดีว่าความไวหรือการเคลื่อนไหวที่ไปก่อนคู่ต่อสู้แค่เพียงนิดเดียวก็เป็นปัจจัยที่ตัดสินผลแพ้ชนะในเกมได้
ขอบจอด้านบนและด้านล่างยังคงมีอยู่เนื่องจากทางค่ายต้องการให้มีพื้นที่สำหรับวางอุ้งมือเพื่อป้องกันการสัมผัสที่ไม่ตั้งใจเวลาถือเครื่องแนวนอน
ตรงพื้นที่ขอบจอบน-ล่าง นอกจากจะเป็นพื้นที่สำหรับกล้องหน้า,ไฟแสดงสถานะ, เซ็นเซอร์ต่างๆ และตัวแถบ Navigation Bar เป็นแบบ On-Screen แล้ว ทาง ASUS ก็ยังยัดลำโพงสเตอริโอมาให้ถึงสองตัว
พลิกมาด้านหลังจะพบกับงานดีไซน์สไตล์เกมมิ่งไม่ว่าจะเป็นลายเส้นสะท้อนแสงบนฝาหลัง หรือตัวโลโก้ ROG ที่เป็นไฟ LED เปลี่ยนสีได้ พร้อมด้วยช่องระบายความร้อน สำหรับกล้องคู่แล้วแฟลช LED จะวางเป็นแนวนอนชิดมุมซ้ายบนของเครื่อง
ในการเชื่อมต่อผ่านสาย ROG Phone II ยังคงมีช่องเสียบหูฟัง 3.5 มม. ให้ใช้งานโดยอยู่ที่ด้านล่างของตัวเครื่อง นอกจากนี้ยังมีพอร์ต USB-C มาให้ถึง 2 จุด คือตรงส่วนท้ายของ กับตรงขอบเครื่องฝั่งซ้ายที่จะมีจุกยางปิดเอาไว้
สำหรับพอร์ตที่เสริมเข้ามาแน่นอนว่าเป็นพอร์ตที่ไว้เชื่อมต่อกับเหล่าอุปกรณ์เสริมต่างๆ และยังใช้สำหรับชาร์จเพื่อให้ถือเครื่องเล่นเกมในแนวนอนได้ถนัด ซึ่งนอกจากพอร์ตที่สองแล้วในฝั่งเดียวกันก็ยังมีช่องเสียบซิมการ์ดแบบ Dual-sim slot
ขณะที่ขอบเครื่องอีกด้านเป็นปุ่มปรับระดับเสียงกับปุ่มพาวเวอร์ และถ้าสังเกตบริเวณหัวกับท้ายจะเห็นลวดลายของจุดที่เป็นปุ่ม AirTriggers
ปุ่ม AirTriggers ของ ROG Phone II มีการอัพเกรดให้ตอบสนองต่อการกดให้ไวขึ้น และยังฉลาดขึ้นไม่ว่าจะเป็นการทำให้สามารถวางพักนิ้วบนปุ่มได้โดยไม่เกิดการลั่น, มีระบบการสั่นตอบสนองเพื่อความรู้สึกเมื่อกดปุ่มจริงๆ และยังสามารถใช้การสไลด์นิ้วบนปุ่มเพื่อควบคุมทิศทางได้
ขณะที่ไมโครโฟนของรุ่นนี้เองก็ติดตั้งมาให้ถึง 4 จุด ที่นอกจากจะถูกใช้เพื่อตัดเสียงรบกวนแล้ว ก็ยังทำให้ไม่ปล่อยให้พลาดทุกการสื่อสารกับเพื่อนร่วมทีมไม่ว่าจะถือเครื่องในลักษณะใดก็ตาม
สเปคภายในถือว่าหายห่วงโดยใช้ชิปเซตตัวแรงของสายเกมอย่าง Snapdragon 855+ ใช้สถาปัตยกรรมการผลิตระดับ 7nm แกนประมวลผล 1×2.96GHz + 3×2.4GHz Kryo Gold + 4×1.7GHz Kryo 485 Silver ใช้ GPU Adreno 640 675MHz อ่านเขียนรวดเร็วด้วยสเปคที่เข้าไทยอย่าง LPDDR4X RAM ขนาด 12GB มี ROM UFS 3.0 ขนาด 512GB
ระบบปฏิบัติการเป็น Android 9 Pie คลุมด้วย ROG UI ที่หน้าตา ลูกเล่น จะดุดันสไตล์เกมเมอร์ แต่ถ้าใครที่ชอบแบบเรียบๆแบบสมาร์ทโฟนทั่วไปก็สามารถเปลี่ยนเป็นธีมสไตล์ Pure Android อย่าง Asus UI ได้ โดยมีระบบรักษาความปลอดภัยเป็นสแกนลายนิ้วมือบนหน้าจอ
สำหรับฟีเจอร์ภายในนอกจากจะมีลูกเล่นของสมาร์ทโฟนทั่วไปแล้ว ก็ยังมีฟีเจอร์สำหรับสายเกมทั้ง
- Armony Craft : ศูนย์กลางของการเล่นเกมที่จะแบ่งหน้าต่างออกเป็นสองส่วนคือ
- Games Lobby ที่ให้ผู้ใช้สามารถปรับตั้งค่าต่างๆทั้งการแสดงผล, ระบบเสียง, หรือระบบเครือข่าย รวมถึงดู Performance ของเกมแต่ละตัวได้
- Console ส่วนนี้เป็นการควบคุมฮาร์ดแวร์ และซอฟต์แวร์ที่เกี่ยวข้องกับเกม เช่น CPU, GPU หรือ RAM รวมถึงการตั้งค่าอุปกรณ์เสริมซึ่งระบบจะมีบอกไว้หมดว่าเกมไหนรองรับกับอุปกรณ์หรือฟังค์ชั่นใดของเครื่องบ้าง
- X Mode : โหมดที่จะเคลียร์พื้นที่ RAM+ROM เพื่อรีดกำลังประมวลผลของเครื่องให้ออกมาสูงที่สุดเพื่อให้พร้อมสำหรับเล่นเกมได้อย่างราบรื่นไม่สะดุด
- Game Genie : ฟีเจอร์สำหรับจัดการในขณะเล่นเกม ไม่ว่าจะเป็นการจัดการกับสายโทรเข้าหรือการแจ้งเตือนต่างๆ การบันทึกหน้าจอ หรือการเพิ่มกำลังประมวลผล
- ไฟ LED ที่ปรับแต่งได้อย่างอิสระ : อาจจะไม่เกี่ยวกับการเล่นเกมโดยตรง แต่ก็เป็นการสร้างอารมณ์ในการเล่น ซึ่งไฟ LED หลังเครื่องสามารถปรับเปลี่ยนสี หรือตั้งจังหวะการกระพริบ ปรับเปลี่ยนสีได้
จากการทดสอบเล่นเกมก็เรียกว่าไม่มีอะไรให้ต้องห่วงจะ Call of Duty: Mobile, PUBG Mobile, ROV หรือเกมในซีรีส์ Asphalt ก็กดกราฟฟิกได้เต็มพิกัด เล่นกันลื่นๆหายห่วง
สำหรับคะแนนทดสอบ Benchmark ต่างๆมีดังนี้
- PCMark for Android (Work 2.0) = 10833 คะแนน
- Geekbench 4 Pro = Single-core : 3628 คะแนน / Multi-core : 11157 คะแนน
- AuTuTu Benchmark v8.0.1= 375550คะแนน
- AITuTu Benchmark = 187416 คะแนน
อีกเรื่องที่สำคัญไม่แพ้กันคือการจัดการกับความร้อนของตัวเครื่องซึ่ง ROG Phone II ได้มีการออกแบบระบบระบายความร้อน 3 ชั้น ไล่ตั้งแต่ช่องระบายความร้อน 3D vapor chamber แบบใหม่ที่เป็นระบบระบายความร้อนภายในตัวเครื่องที่เป็นของเหลวกับทองแดงช่วยนำความร้อนออกจากตัวเครื่อง จนมาปิดท้ายด้วยการใช้อุปกรณ์ AeroActive Cooler II เข้ามาช่วยกระจายความร้อนออกจากเครื่องได้เร็วขึ้น
ด้านแบตเตอรี่รุ่นนี้ใส่มา 6000mAh รองรับเทคโนโลยีชาร์จไว ROG HyperCharge ที่มีกำลังการจ่ายไฟขนาด 30W อีกทั้งยังมีการออกแบบให้มีพอร์ตชาร์จ USB-C สองจุดที่ด้านล่างของเครื่องซึ่งเป็นช่องทางปกติ และบริเวณด้านข้างเพื่อให้ชาร์จไปเล่นเกมไปได้ถนัดแต่ส่วนตัวด้วยเหตุผลด้านความปลอดภัยต่อให้ทำได้ก็ไม่อยากแนะนำให้ทำ
ในส่วนของการถ่ายภาพใน ROG Phone II ทาง Asus ก็ไม่ได้ทิ้งตรงจุดนี้ไปเนื่องจากต้องการพัฒนาให้สมาร์ทโฟนรุ่นนี้สามารถใช้งานในชีวิตประจำวันได้อย่างยอดเยี่ยมไม่แพ้การเล่นเกม
ตัวกล้องหลังเป็นเลนส์คู่ประกอบด้วย
- เลนส์หลัก Sony IMX586 ขนาดเซ็นเซอร์ 1/2.0″ ความละเอียดสูงสุด 48 ล้านพิกเซล รูรับแสง f/1.79 ขนาดพิกเซล 0.8um
- เลนส์ Ultra Wide ความละเอียด 13 ล้านพิกเซล มุมมองรับภาพ 125 องศา
ส่วนของกล้องหน้าใส่มา 24 ล้านพิกเซล รูรับแสง f/2.0 มุมมองรับภาพ 77.9 องศา
เรื่องโหมดถ่ายภาพก็จัดว่าครบไม่แพ้มือถือทั่วไปรวมถึงการถ่ายแบบ Night mode ด้วยกล้องหลังที่จัดว่ามีคุณภาพ ขณะที่กล้องหน้าก็มีโหมดมาครบตามระดับพื้นฐานไม่ว่าจะเป็นเซลฟี่ปกติมี Beauty mode หรือถ่าย Portrait แบบละลายหลัง
สำหรับการถ่ายวีดีโอรองรับสูงสุดที่ 4K@60FPS พร้อมด้วยโหมดการถ่ายที่หลากหลายได้ทั้ง Time Lapse, Slow Motion 480FPS ในความละเอียด HD
ตัวอย่างภาพจากกล้องของ Asus ROG Phone II
นอกจากเครื่องที่เอาเข้ามาจำหน่ายในไทยในราคา 29990 บาท แล้วทาง Asus ก็ยังขนเอาอุปกรณ์เสริมของรุ่นนี้เข้ามาด้วยโดยมีตัวอุปกรณ์และรูปแบบการจำหน่ายดังนี้
- AeroActive Cooler II ชุดพัดลมประกบหลังเครื่องเพื่อระบายความร้อนซึ่งแถมมาให้ในกล่อง
- TwinView Dock II อุปกรณ์สำหรับเล่นเกมแบบ 2 หน้าจอที่รอบนี้บางเบากว่าเดิมและยังมีแบตเตอรี่ใหญ่ๆ 5000mAh สนนราคาที่ 7490 บาท
- ROG Kunai GamePad จอยเสียบ 2 ด้านซ้ายขวาลักษณะคล้ายกับ Nintendo Switch สามารถใช้ได้ทั้งแบบเป็นจอยแยกเพื่อควบคุมแบบไร้สาย หรือประกอบกับเคสเพื่อต่อประกบเข้ากับตัวสมาร์ทโฟนและยังใช้งานพร้อมกับ TwinView Dock II ได้ สนนราคาตัวอุปกรณ์ที่ 3440 บาท
สำหรับสายจริงจังเกมเมอร์ในตัว ROG Phone II ก็ยังมีอุปกรณ์เสริมขายแบบ Super Pack ที่นอกจากจะมีอุปกรณ์ 3 ตัวด้านบนแล้วก็ยังเพิ่ม
- Mobile Desktop Dock อุปกรณ์ต่อพ่วงสมาร์ทโฟนเข้ากับจอมอนิเตอร์ คีย์บอร์ด และเมาท์ เพื่อใช้งานได้เหมือน PC
- WiGig Display Dock Plus อุปกรณ์สำหรับดึงภาพจากจอสมาร์ทโฟนขึ้นบนจอทีวีแบบไร้สาย
- Lighting Armor Case เคส ROG Phone II แบบเต็มขอบพร้อมไฟ LED ด้านหลัง
- กระเป๋าลาก และกระเป๋าคาดอก ROG Phone Bag
สำหรับตัว Super Pack เคาะราคาในไทยที่ 27990 บาท ไม่รวมสมาร์ทโฟนเรียกว่าตอบโจทย์คนที่อยากจะได้อุปกรณ์ไปสำหรับเล่มเกมแบบจริงจัง หรือตั้งเป้าลุยวงการ e-Sport อย่างแท้จริง
Asus ROG Phone II เริ่มวางจำหน่ายในไทยแล้ววันนี้ผ่านตัวแทนจำหน่ายทั่วประเทศทั้งออนไลน์และออฟไลน์ พร้อมทั้งยังมีโปรโมชั่นดังนี้
- AIS
มอบส่วนลดสูงสุดถึง 7,000 บาท เพียงสมัครแพคเกจรายเดือน 4G Hot deal และส่วนลดสูงสุดถึง 8,500 บาท สำหรับแพคเกจรายเดือน eSport ตั้งแต่วันที่ 12-30 พ.ย 2019 ดังนี้
แพ็กเกจ Hot Deal
*ราคาปกติ 29,990. –
แพ็กเกจ eSport
พร้อมรับไอเทมเกมสุดพิเศษจาก PUBG M พร้อมเล่น LINE, Facebook ฟรี ไม่จำกัด
*เงื่อนไขเป็นไปตามที่บริษัทกำหนด
สามารถสั่งซื้อผ่าน AIS Online Store : http://m.ais.co.th/gaHyOEZU3 หรือที่เอไอเอสช็อปทั้ง 5 สาขา ได้แก่
- Shopee
สำหรับลูกค้าที่สั่งซื้อผ่านช่องทางออนไลน์ Shopee ระหว่างวันที่ 12-16 พ.ย 2019 รับฟรี! พรีเมียมสุดพิเศษมูลค่ารวม 7,688 บาท ได้แก่ หูฟัง Sennheiser CX 7.00BT (มูลค่า 6,490 บาท), Power Bank Eloop 5000 mAh (มูลค่า 499 บาท) และ Shoulder Bag ( มูลค่า 699 บาท) พร้อมโปรโมชั่นราคาพิเศษสำหรับอุปกรณ์เสริมเมื่อสั่งซื้อพร้อม ROG Phone II ระหว่างวันที่ 12 -14 พ.ย 2019 ดังนี้
- ROG Kunai Gamepad ลด 5% ราคาพิเศษ 3,260 บาท
- TwinView Dock II ลด 5% ราคาพิเศษ 7,110 บาท
- ROG Full Pack (Suitcase) ลด 10% ราคาพิเศษ 25,190 บาท
เริ่มวางจำหน่ายผ่าน Lazada ตั้งแต่วันที่ 25 พ.ย. 2019 เป็นต้นไป พร้อมโปรโมชั่นพิเศษสำหรับอุปกรณ์เสริมเมื่อสั่งซื้อ ROG Phone II (ราคา 29,990 บาท ) ดังนี้
- ROG Kunai Gamepad (เพิ่มเงิน 11 บาท)
- Twinview Dock II (เพิ่มเงิน 1,990 บาท)
- ROG Kunai Gamepad และ Twinview Dock II (เพิ่มเงิน 4,990 บาท)





































































































