
เปิดตัว Apple Watch Series 11 และ Apple Watch SE 3 รุ่นปี 2025 โดยที่ทั้งสองรุ่นมีการอัปเกรดสำคัญทั้งด้านการเชื่อมต่อ ฟีเจอร์สุขภาพ และความทนทาน
Apple Watch Series 11
Apple Watch Series 11 เป็นรุ่นแรกที่รองรับ การเชื่อมต่อ 5G ทำให้การสื่อสารและใช้งานอินเทอร์เน็ตบนข้อมือรวดเร็วขึ้นกว่าเดิม อีกทั้งยังมาพร้อมกระจก IonX Glass ที่มีความทนทานรอยขีดข่วนมากกว่ารุ่นก่อนถึง 2 เท่า


ในด้านสุขภาพ Series 11 สามารถตรวจจับภาวะ ความดันโลหิตสูงเรื้อรัง และวิเคราะห์ข้อมูลย้อนหลัง 30 วันได้ นอกจากนี้ยังมาพร้อมฟีเจอร์ Sleep Score ที่ช่วยประเมินคุณภาพการนอนผ่านข้อมูลระยะเวลาและช่วงการนอน

อีกหนึ่งความสามารถที่น่าสนใจคือ Live Translation ที่จะช่วยแปลภาษาพูดแบบเรียลไทม์ผ่านลำโพงของนาฬิกา
Apple เผยว่า Series 11 มีแบตเตอรี่ใช้งานได้สูงสุด 24 ชั่วโมง และจะมีให้เลือกทั้งรุ่น อะลูมิเนียมรีไซเคิล และ ไทเทเนียมขัดเงา



Apple Watch Series 11 จะมาพร้อม watchOS 26 ที่เพิ่มความสามารถ เช่น
- ควบคุมด้วยการ สะบัดข้อมือเพื่อตัดสาย/ปิดการแจ้งเตือน
- Smart Stack ใหม่ แสดงข้อมูลอัจฉริยะมากขึ้น
- Workout Buddy ใช้ Apple Intelligence ให้คำแนะนำการออกกำลังกายส่วนบุคคล
- ดีไซน์ใหม่ Liquid Glass UI

Apple Watch SE 3
สำหรับผู้ที่มองหาตัวเลือกที่เข้าถึงง่ายขึ้น Apple ยังเปิดตัว Apple Watch SE 3 โดยครั้งนี้ได้รับการอัปเกรดครั้งใหญ่เพราะมาพร้อม Always-On Display เป็นครั้งแรก

อีกทั้งยังใช้ชิป S10 ที่ทำงานได้รวดเร็วขึ้น และได้ฟีเจอร์ใหม่จากรุ่นท็อปหลายอย่าง เช่น การควบคุมด้วย Double Tap และ Wrist Flick Gesture ฟีเจอร์ Sleep Score และการตรวจจับภาวะหยุดหายใจขณะนอนหลับ โดยที่นาฬิการุ่นนี้มาพร้อมลำโพงในตัวที่สามารถใช้เล่นเพลงหรือพอดแคสต์ได้โดยตรง
Apple Watch SE 3 ยังรองรับการชาร์จเร็วขึ้นสองเท่า ใช้งานได้ต่อเนื่อง 18 ชั่วโมง และรองรับ 5G เช่นเดียวกัน
สำหรับการวางจำหน่าย Apple Watch Series 11 เปิดราคาที่ 399 ดอลลาร์ หรือราว 12,500 บาท ส่วน Apple Watch SE 3 เริ่มต้นที่ 249 ดอลลาร์ หรือราว 7,900 บาท ทั้งสองรุ่นเปิดให้สั่งจองแล้ววันนี้และจะเริ่มส่งมอบในวันที่ 19 กันยายน
Apple Watch SE รุ่นใหม่ อาจมีขนาดหน้าจอเท่ารุ่น Series ในปี 2025
คาด Apple Watch SE ดีไซน์ใหม่! ส่วน Series 11 และ Ultra 3 อัปเกรด …
Apple Watch Series 11 เตรียมเปิดตัวพร้อมจอที่สว่างกว่าเดิม