Apple เปิดตัว “Siri AI” ในงาน WWDC 2026 พลิกโฉมผู้ช่วยอัจฉริยะด้วยขีดความสามารถและดีไซน์ใหม่หมดจด

โดย RingRangRung | 9 มิถุนายน 2569 เมื่อ 01:10 น.
Siri AI

Apple ประกาศเปิดตัว Siri AI ซึ่งเป็นเวอร์ชันใหม่ล่าสุดของ Siri ที่ได้รับการขับเคลื่อนด้วยขีดความสามารถของ Apple Intelligence อย่างเต็มรูปแบบ มุ่งเน้นการเป็นผู้ช่วยอัจฉริยะที่สามารถสนทนาโต้ตอบได้อย่างเป็นธรรมชาติ มีระบบความเข้าใจบริบทส่วนบุคคล (Personal context understanding) ความรู้รอบตัวบนโลกออนไลน์ที่กว้างขวาง และความสามารถในการรับรู้เนื้อหาบนหน้าจอ (Onscreen awareness) ช่วยให้ผู้ใช้งานค้นหาสิ่งที่ต้องการในแต่ละช่วงเวลาได้อย่างแม่นยำ

Siri AI มาพร้อมกับสถาปัตยกรรมระบบรูปแบบใหม่ที่ออกแบบมาเพื่อปกป้องความเป็นส่วนตัวของผู้ใช้งานอย่างแน่นหนา โดยทำงานร่วมกับโมเดลพื้นฐาน (Apple Foundation Models) รุ่นล่าสุดที่รันบนตัวอุปกรณ์และบนเซิร์ฟเวอร์ผ่านระบบ Private Cloud Compute ซึ่งระบบนี้จะไม่จัดเก็บหรือเปิดให้ผู้อื่นรวมถึง Apple สามารถเข้าถึงข้อมูลส่วนบุคคลได้ โดยระบบจะเริ่มเปิดให้นักพัฒนาซอฟต์แวร์ได้ทดสอบตั้งแต่วันนี้ และจะเปิดใช้งานในเวอร์ชัน Beta สำหรับผู้ใช้งานทั่วไปในปีนี้

สำหรับการทำหน้าที่เป็นผู้ช่วยส่วนตัวที่มีความลึกซึ้ง Siri AI สามารถเข้าใจบริบทส่วนบุคคลเพื่อค้นหาข้อมูลข้ามแอปพลิเคชันต่าง ๆ เช่น การสั่งให้ค้นหาร้านอาหารที่เพื่อนเคยส่งข้อความแนะนำมา หาหมายเลขยืนยันการจองโรงแรมจากอีเมลเก่า หรือดึงรูปภาพจากการเดินทางทริปล่าสุด

นอกจากนี้ด้วยความสามารถในการรับรู้เนื้อหาบนหน้าจอ ผู้ใช้งานที่ได้รับข้อความเกี่ยวกับงานเลี้ยงกับกลุ่มเพื่อนจะสามารถระดมความคิดร่วมกับ Siri AI เพื่อหาเมนูอาหารที่ต้องเตรียมไป พร้อมสั่งบันทึกสูตรอาหารลงในแอป Notes ได้ทันที รวมถึงการดึงฐานข้อมูลบนหน้าเว็บเพื่อตอบคำถามทั่วไป เช่น กำหนดการและสถานที่สำหรับชมสุริยุปราคาครั้งถัดไป หรือตารางงานคอนเสิร์ตของศิลปิน

ระบบอินเทอร์เฟซได้รับการปรับปรุงใหม่ให้ใช้งานได้สะดวกจากทุกส่วนของระบบ โดยผู้ใช้งาน iPhone สามารถปัดหน้าจอลงมาจากบริเวณ Dynamic Island เพื่อเริ่มต้นการสนทนา หรือกดปุ่มด้านข้างตัวเครื่อง

ส่วนบน iPad และ Mac จะถูกรวมเข้ากับระบบ Spotlight และเมนูคลิกขวา (Context menus) สำหรับฝั่งของ Apple Vision Pro จะแสดงผลเป็นภาพจำลอง 3D ที่สามารถจัดวางไว้ตรงจุดใดก็ได้ในพื้นที่เสมือนจริง

ขณะที่ผู้ใช้งาน Apple Watch จะสามารถสนทนาผ่านข้อมือหรือใช้งานระบบแนะนำอัจฉริยะบน Smart Stack เพื่อสานต่อบทสนทนาล่าสุดได้อย่างต่อเนื่อง

ผลิตภัณฑ์ที่รองรับโมเดลขั้นสูงบนตัวอุปกรณ์จะได้รับระบบเสียงสั่งการของ Siri AI ที่มีชีวิตชีวาและแสดงอารมณ์ได้ดียิ่งขึ้น สามารถปรับแต่งความเร็วและน้ำเสียงได้ตามต้องการ พร้อมยกระดับความแม่นยำในการพิมพ์ด้วยเสียง (Dictation) ที่จะแปลงคำพูดเป็นข้อความพร้อมจัดการตัวพิมพ์ใหญ่ เครื่องหมายวรรคตอน และจัดฟอร์แมตให้อัตโนมัติ

นอกจากนี้ยังมีแอปพลิเคชัน Siri โดยเฉพาะ (Dedicated Siri app) สำหรับให้ผู้ใช้งานเปิดดูประวัติการสนทนาย้อนหลัง ซึ่งจะซิงก์ข้อมูลอย่างปลอดภัยผ่าน iCloud เพื่อให้สามารถสลับไปใช้งานต่อระหว่างอุปกรณ์ได้อย่างไร้รอยต่อ

ระบบยังเพิ่มขีดความสามารถทางด้านภาพผ่านเทคโนโลยี Visual Intelligence ซึ่งบน iPhone จะถูกรวมเข้ากับแอปพลิเคชันกล้องถ่ายภาพในโหมด Siri (Siri mode) ช่วยให้ผู้ใช้งานกดปุ่มชัตเตอร์เพื่อให้ตัว AI ตรวจจับภาพตรงหน้าเพื่อสอบถามข้อมูลหรือสั่งการ เช่น การหารค่าอาหารกับเพื่อนผ่าน Apple Cash หรือการเรียกดูข้อมูลโภชนาการจากจานอาหาร ส่วนบน iPad จะรวมเข้ากับการแคปหน้าจอ และบน Mac จะทำงานผ่านคีย์ลัดบนคีย์บอร์ดเพื่อเลือกเนื้อหาบนหน้าจอและพิมพ์สอบถาม ขณะที่ Apple Vision Pro จะเปิดให้ผู้ใช้งานสอบถามข้อมูลสิ่งของรอบตัวได้ทันทีเพียงแค่เหลือบสายตาไปมอง

นอกจากนี้ Siri AI ยังมาพร้อมเครื่องมือช่วยเขียนและแก้ไขข้อความ (Writing Tools) ที่ทรงพลังกว่าเดิม โดยผู้ใช้งานสามารถอธิบายสิ่งที่ต้องการเพื่อให้ Siri AI ช่วยเขียนดราฟต์เนื้อหาขึ้นมาใหม่จากศูนย์ หรือสั่งให้ปรับแต่งแก้ไขข้อความที่เขียนไว้แล้วตามบริบทของคู่สนทนาใน Mail และ Messages เช่น การปรับฟอร์แมตให้ออกมาเป็นรูปแบบบูลเล็ตพอยต์สั้น ๆ สำหรับส่งให้ผู้จัดการ พร้อมความสามารถในการช่วยตรวจทานตัวสะกดและคำผิดให้อัตโนมัติตลอดการพิมพ์ในระบบและแอปพลิเคชันภายนอก

สำหรับความพร้อมใช้งาน ฟีเจอร์ Siri AI รูปแบบใหม่เปิดให้ทดสอบแล้ววันนี้ในโปรแกรม Apple Developer บน iOS 27, iPadOS 27, macOS 27 และ visionOS 27 ส่วน watchOS 27 จะเปิดให้ทดสอบในอนาคต โดยระบบเวอร์ชัน Beta สำหรับผู้ใช้งานทั่วไปจะเปิดให้ใช้งานในภายหลังในปีนี้สำหรับอุปกรณ์ที่ตั้งค่าภาษาเป็นภาษาอังกฤษ และจะทยอยขยายการรองรับภาษาอื่น ๆ เพิ่มเติมในอนาคต เช่น ภาษาเดนมาร์ก, ดัตช์, ฝรั่งเศส, เยอรมัน, อิตาลี, นอร์เวย์, โปรตุเกส, สเปน, สวีเดน, ตุรกี, เวียดนาม, จีน, ญี่ปุ่น และเกาหลี

Siri AI บนระบบปฏิบัติการเวอร์ชันล่าสุดจะรองรับการใช้งานบนอุปกรณ์กลุ่ม iPhone 16 ทุกรุ่นหรือใหม่กว่า, iPhone 15 Pro, iPhone 15 Pro Max, iPad mini (รุ่นชิปเซ็ต A17 Pro), iPad และ Mac รุ่นชิปเซ็ต M1 หรือใหม่กว่า, Apple Vision Pro, Apple Watch Series 10 หรือใหม่กว่า, Apple Watch Ultra 2 หรือใหม่กว่า และ Apple Watch SE 3 (เมื่อเชื่อมต่อกับ iPhone ที่เปิดใช้งาน Apple Intelligence อยู่ใกล้ ๆ)

ทั้งนี้ ผู้ใช้งาน Mac, Apple Watch และ Apple Vision Pro ในภูมิภาคสหภาพยุโรป (EU) จะสามารถเข้าถึง Siri AI ได้เมื่อตั้งค่าภาษาที่รองรับ แต่จะยังไม่เปิดให้ใช้งานในช่วงเริ่มต้นสำหรับฝั่ง iOS และ iPadOS ในภูมิภาคดังกล่าว ส่วนในประเทศจีนฟีเจอร์ Siri AI และคุณสมบัติอื่น ๆ ของ Apple Intelligence จะยังไม่เปิดให้บริการในระหว่างที่ทาง Apple กำลังดำเนินการจัดการตามข้อกำหนดด้านกฎระเบียบ

Apple เตรียมยกเครื่อง Siri ครั้งใหญ่ พร้อมเสริม AI ขั้นสูงในอีก 2 ปีข้างหน้า
ลือ! Apple จับมือ Google และ NVIDIA พัฒนา Siri ยุคใหม่ เตรียมเปิดตัว …
ลือ Apple เตรียมเปิดระบบ Waitlist เข้าคิวทดสอบ AI Siri ใหม่ใน iOS 27

About Author

RingRangRung

RingRangRung

Partners