
Apple ประเดิมงานอีเวนท์ “Far Out” เปิดตัวกองทัพสมาร์ทวอทช์ใหม่ไม่ว่าจะเป็น Apple Watch Series 8, Apple Watch SE รุ่นใหม่ และ Apple Watch Ultra
Apple Watch Series 8 มากับขนาดตัวเรือนที่เท่ากันกับรุ่นก่อนโดยอยู่ที่ 41มม. และ 45มม. พร้อมหน้าจอฟีเจอร์ Always-On Display และในรุ่นนี้ได้อัพเกรดเพิ่มเซ็นเซอร์วัดอุณหภูมิร่างกายเข้าไป โดยที่เซ็นเซอร์นี้จะมีติดตั้งอยู่สองส่วน ซึ่งนอกจากการวัดอุณหภูมิร่างกายแล้วตัวเซ็นเซอร์ก็ยังใช้เพื่อติดตามมรอบการตกไข่ของสุภาพสตรีด้วย

นอกจากนี้ Watch ใหม่ยังมีคุณสมบัติ Crash Detection หรือระบบตรวจจับการชนของรถยนต์ ที่มีรูปแบบการทำงานคล้ายกับ Fall Detection ซึ่งเมื่อนาฬิกาจับได้ว่าผู้ใช้เกิดอุบัติเหตุบนท้องถนนก็จะขึ้นหน้าจอเพื่อถามว่าจะโทรแจ้งเหตุฉุกเฉินหรือไม่
Apple Watch Series 8 มีอายุการใช้งานแบตเตอรี่ยาวนานถึง 18 ชั่วโมง และด้วยโหมด Low Power ใหม่จะทำให้นาฬิกาอยู่ได้นานเพิ่มขึ้นเป็น 36 ชั่วโมง อีกทั้งยังเป็นครั้งแรกสำหรับสมาร์ทวอทช์ที่มีบริการ International Roaming
สมาร์ทวอทช์ปีนี้มีให้เลือกวัสดุอลูมิเนียมและสแตนเลส โดยสีที่เปิดตัวมีดังนี้
- อลูมิเนียม: midnight, starlight, silver, และ (PRODUCT) RED
- สแตนเลส: silver, gold, และ graphite
แน่นอนว่าทาง Apple ยังคงทำงานร่วมกับ Nike และ Hermes ในการทำสายรุ่นพิเศษ โดยที่รุ่นปกติเวอร์ชั่น GPS สนนราคาที่ 399 เหรียญ และรุ่น Cellular ราคา 499 เหรียญ เริ่มขาย 16 กันยายนนี้
ในส่วนของราคาไทยราคาเริ่มต้นรุ่น 41มม. เวอร์ชั่น GPS อยู่ที่ 15,900 บาท รุ่น 45มม. เวอร์ชั่น GPS อยู่ที่ 16,900 บาท

สำหรับน้องเล็กที่เปิดตัวมาตั้งแต่ปี 2020 ก็มีการอัพเกรดในปีนี้โดยเปิดตัว Apple Watch SE 2 ที่มีจอใหญ่ขึ้นกว่าเดิม 30% ชิปประมวลผลแรงขึ้นกว่ารุ่นก่อน 20% มีเทคโนโลยี ECG และการตรวจจับออกซิเจนในเลือด สนนราคาที่ 249 เหรียญ สำหรับราคาไทยรุ่น 40มม. เริ่มต้นที่ 9,900 บาท และรุ่น 44มม. ราคาเริ่มต้น 10,900 บาท

สุดท้ายเป็น Apple Watch Ultra สมาร์ทวอทช์ของสายลุยที่มาพร้อมอายุการใช้งานแบตเตอรี่ได้นานสูงสุด 36 ชั่วโมง และเพิ่มเป็น 60 ชั่วโมง ในการทำงานโหมด Low Power

สมาร์ทวอทช์รุ่นนี้จะมีขายเฉพาะรุ่น Cellular เท่านั้น โดยที่มีการอัพเกรดไมค์และลำโพงของนาฬิกาให้ดังขึ้นโดยที่สามารถส่งเสียงไซเรนได้ดังสูงสุด 86 เดซิเบล สามารถได้ยินได้ในรัศมี 180 เมตรและมีหน้า Watch Face ใหม่อย่าง Wayfinder หรือรูปแบบหน้าปัดแบบเข็มทิศ ขณะที่ตัว Watch Ultra มีการพัฒนาระบบ GPS ให้แม่นยำกว่ารุ่นปกติ




ที่ตัวเรือนมีการเพิ่มปุ่ม Action สำหรับเข้าถึงโหมดการออกกำลังกายได้ง่ายกว่าเดิม พร้อมตัวเลือกสายก็มีหลายแบบเพื่อตอบโจทย์การทำกิจกรรมที่หลากหลายไม่ว่าจะเป็น Alpine Loop ที่ออกแบบมาสำหรับการทำกิจกรรมเดินป่า, สายแบบ Ocean Band สำหรับการทำกิจกรรมทางน้ำ, Trail Loop สายที่ออกแบบมาสำหรับการทำกิจกรรมหนักด้วยคุณสมบัติยืดหยุ่นเป็นพิเศษ


ตัวอุปกรณ์มีระดับกันน้ำที่ WR100 พร้อมคุณสมบัติอย่างการแสดงเวลาที่อยู่ใต้น้ำ, ระดับความลึก และอื่นๆ โดยที่ตัวฮาร์ดแวร์รองรับการใส่ลงน้ำได้ลึกถึง 40 เมตร

สำหรับ Apple Watch Ultra มีขายเฉพาะหน้าปัด 49มม. สนนราคาที่ 799 เหรียญ หรือราคาไทยอยู่ที่ 31,900 บาท เริ่มขาย 23 กันยายนนี้
APPLE WATCH SERIES 8 อาจจะวัดอุณหภูมิได้ หากอัลกอริธึมผ่านเกณฑ์